การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทำได้ 5 ขั้น: (1) รวมเงินได้ทั้งปี (2) หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ (3) หักค่าลดหย่อน (4) นำเงินได้สุทธิเข้าอัตราภาษีขั้นบันได 0–35% (5) หักภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายออก เหลือเท่าไรคือภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มหรือขอคืน บทความนี้อธิบายครบทุกขั้นพร้อมตัวอย่างจริง อ้างอิงประมวลรัษฎากร อัปเดตปีภาษี 2568
สรุปสั้น (TL;DR)
- เงินได้พึงประเมินมี 8 ประเภท ตามมาตรา 40 แต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายต่างกัน
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ทุกคนได้เท่ากัน
- อัตราภาษีเป็น ขั้นบันได 0–35% ยิ่งได้มากยิ่งเสียอัตราสูงเฉพาะส่วนที่เกิน
- รายได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท/ปี ได้รับยกเว้นภาษี
- ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ภายใน มี.ค. ของปีถัดไป (ออนไลน์ถึง เม.ย.)
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือภาษีที่เก็บจากบุคคลธรรมดาซึ่งมีเงินได้ในปีภาษี (1 ม.ค.–31 ธ.ค.) เข้าใจวิธีคำนวณช่วยให้วางแผนการเงินและยื่นภาษีได้ถูกต้อง ไม่โดนเบี้ยปรับเงินเพิ่ม
เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท หักค่าใช้จ่ายได้เท่าไร
ตาม มาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร เงินได้พึงประเมินแบ่งเป็น 8 ประเภท ก่อนคำนวณภาษีต้องรู้ว่าเงินได้ของเราเป็นประเภทไหน เพราะแต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน (หักค่าใช้จ่ายตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46)
| ประเภท | รายละเอียดเงินได้ | อัตราค่าใช้จ่าย | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| ประเภทที่ 1 | เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส เบี้ยเลี้ยง (จ้างแรงงาน) | 50% | รวมประเภท 1+2 ไม่เกิน 100,000 บาท |
| ประเภทที่ 2 | ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า เบี้ยประชุม (รับทำงานให้) | 50% | รวมประเภท 1+2 ไม่เกิน 100,000 บาท |
| ประเภทที่ 3 | ค่าลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร ค่ากู๊ดวิลล์ | 50% | ไม่เกิน 100,000 บาท หรือตามจริง |
| ประเภทที่ 4 | ดอกเบี้ย เงินปันผล ส่วนแบ่งกำไร | หักไม่ได้ | — |
| ประเภทที่ 5 | ค่าเช่าทรัพย์สิน (บ้าน ที่ดิน รถ ฯลฯ) | 10–30% | ตามประเภททรัพย์สิน หรือตามจริง |
| ประเภทที่ 6 | วิชาชีพอิสระ (แพทย์ กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตย์ บัญชี ประณีตศิลป์) | 30–60% | ประกอบโรคศิลปะ 60% อื่น 30% หรือตามจริง |
| ประเภทที่ 7 | รับเหมาก่อสร้าง (ผู้รับเหมาลงทุนวัสดุด้วย) | 60% | หรือตามจริง |
| ประเภทที่ 8 | ธุรกิจ พาณิชย์ อุตสาหกรรม เกษตร ขนส่ง ขายอสังหาฯ | 40–60% / ตามจริง | แล้วแต่ประเภทกิจการ |
หมายเหตุ: “ตามจริง” = เลือกหักค่าใช้จ่ายจริงแทนอัตราเหมาได้ แต่ต้องมีหลักฐาน/เอกสารครบ · เงินได้ประเภทที่ 4 หักค่าใช้จ่ายไม่ได้เลย · เงินได้บางรายการได้รับยกเว้นตามมาตรา 42
ค่าลดหย่อนภาษีปี 2568 มีอะไรบ้าง
หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ยังหักค่าลดหย่อนได้อีกตาม มาตรา 47 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ยิ่งใช้สิทธิครบยิ่งเสียภาษีน้อยลง รายการหลักปีภาษี 2568:
กลุ่มครอบครัว
- ส่วนตัว: 60,000 บาท
- คู่สมรส (ไม่มีเงินได้): 60,000 บาท
- บุตร: 30,000 บาท/คน — บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป (เกิดตั้งแต่ปี 2561) เพิ่มเป็น 60,000 บาท
- บิดามารดา (อายุ 60 ปีขึ้นไป รายได้ไม่เกินเกณฑ์): 30,000 บาท/คน
- ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร: ตามจริงสูงสุด 60,000 บาท/การตั้งครรภ์
กลุ่มประกันและการออม
- ประกันสังคม: ตามจ่ายจริง สูงสุด 9,000 บาท
- เบี้ยประกันชีวิต + ประกันสะสมทรัพย์: สูงสุด 100,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง: สูงสุด 25,000 บาท (รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000)
- เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา: สูงสุด 15,000 บาท
- กองทุน SSF: 30% ของเงินได้ สูงสุด 200,000 บาท
- กองทุน RMF: 30% ของเงินได้ สูงสุด 500,000 บาท
- กองทุน Thai ESG: 30% ของเงินได้ สูงสุด 300,000 บาท (แยกจากเพดานเกษียณ)
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กบข.: 15% สูงสุด 500,000 บาท
- เบี้ยประกันบำนาญ: 15% สูงสุด 200,000 บาท
สำคัญ: SSF + RMF + PVD + กบข. + ประกันบำนาญ รวมกันหักได้ไม่เกิน 500,000 บาท (Thai ESG แยกต่างหาก)
กลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ / อื่นๆ
- ดอกเบี้ยกู้ยืมซื้อ/สร้างที่อยู่อาศัย: สูงสุด 100,000 บาท
- Easy E-Receipt 2.0: สูงสุด 50,000 บาท (เฉพาะ 16 ม.ค.–28 ก.พ. 2568)
- เงินบริจาคทั่วไป: ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน
- เงินบริจาคเพื่อการศึกษา/กีฬา/โรงพยาบาลรัฐ: หักได้ 2 เท่า (รวมไม่เกิน 10%)
หมายเหตุ: LTF ยกเลิกการให้สิทธิลดหย่อนตั้งแต่ปีภาษี 2562 — ปัจจุบันใช้ SSF และ Thai ESG แทน
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ขั้นบันได)
ตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 (มาตรา 48) ประเทศไทยใช้อัตราก้าวหน้าแบบขั้นบันได คิดภาษีเฉพาะส่วนที่อยู่ในแต่ละขั้น ไม่ใช่คิดทั้งก้อนด้วยอัตราสูงสุด
| เงินได้สุทธิต่อปี (บาท) | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้นภาษี |
| 150,001 – 300,000 | 5% |
| 300,001 – 500,000 | 10% |
| 500,001 – 750,000 | 15% |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% |
| เกิน 5,000,000 | 35% |
หมายเหตุ: ผู้มีเงินได้พึงประเมิน (ไม่รวมเงินเดือนมาตรา 40(1)) เกิน 120,000 บาท ต้องเสียภาษีไม่น้อยกว่า 0.5% ของเงินได้ ตามมาตรา 48(2)
วิธีคำนวณภาษี 5 ขั้นตอน
- รวมเงินได้ทั้งปี — รวมเงินได้ทุกประเภทที่ได้รับ 1 ม.ค.–31 ธ.ค.
- หักค่าใช้จ่าย — ตามอัตราของเงินได้แต่ละประเภท
- หักค่าลดหย่อน — ตามสิทธิที่มี
- ได้เงินได้สุทธิ = เงินได้รวม − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน
- คำนวณภาษีตามขั้นบันได แล้วหักภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายออก
ตัวอย่างการคำนวณ (มนุษย์เงินเดือน)
นายเอ เงินเดือนรวมทั้งปี 600,000 บาท จ่ายประกันสังคมเต็มปี:
- เงินได้ประเภทที่ 1 = 600,000
- หักค่าใช้จ่าย 50% สูงสุด 100,000 → เหลือ 500,000
- หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 → เหลือ 440,000
- หักประกันสังคม 9,000 → เงินได้สุทธิ 431,000
คำนวณภาษีขั้นบันได:
- 0–150,000 = ยกเว้น → 0 บาท
- 150,001–300,000 (150,000 × 5%) = 7,500 บาท
- 300,001–431,000 (131,000 × 10%) = 13,100 บาท
- รวมภาษีที่ต้องชำระ = 20,600 บาท
หากใช้สิทธิลดหย่อนเพิ่ม (เช่น SSF/ประกันชีวิต) เงินได้สุทธิจะลดลง ภาษีก็ลดลงอีก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รายได้เท่าไรต้องเสียภาษี
เงินได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อน) ส่วนที่ไม่เกิน 150,000 บาท/ปี ได้รับยกเว้น แต่ถ้ามีเงินได้ถึงเกณฑ์ยื่นแบบก็ต้องยื่นแม้ไม่มีภาษีต้องจ่าย
ยื่นภาษีบุคคลธรรมดาภายในเมื่อไร
ยื่น ภ.ง.ด.90/91 ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีภาษี ยื่นออนไลน์ผ่าน rd.go.th ขยายได้ถึงเดือนเมษายน
LTF ยังลดหย่อนได้ไหม
ไม่ได้แล้ว LTF ยกเลิกสิทธิลดหย่อนตั้งแต่ปีภาษี 2562 ปัจจุบันใช้กองทุน SSF และ Thai ESG แทน
คำนวณภาษีเองแล้วไม่มั่นใจ ทำอย่างไร
ปรึกษาสำนักงานบัญชีเพื่อวางแผนภาษีและยื่นแบบให้ถูกต้อง ลดความเสี่ยงเบี้ยปรับ ตะวัน คอนซัลแทนท์ ให้บริการวางแผนและยื่นภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
อ่านต่อ
เนื้อหาอ้างอิงประมวลรัษฎากร (มาตรา 40, 42, 47, 48) และหลักเกณฑ์กรมสรรพากรปีภาษี 2568 — ตรวจสอบสิทธิล่าสุดที่ rd.go.th หรือโทร 1161