บัญชีและภาษีร้านอาหาร: บทความที่เจ้าของร้านที่อ่านจบแล้วเข้าใจ (ไม่ต้องกลัวสรรพากรอีกต่อไป)

ภาพร้านอาหารริมทาง โต๊ะไม้และผ้าปูโต๊ะลายตาราง สื่อถึงบัญชีและภาษีร้านอาหารปี 2569



บัญชีร้านอาหาร 2569: คู่มือเจ้าของร้านครบจบ 11 เรื่อง อ่านจบทำเองได้

📅 1 มิถุนายน 2569
⏱️ 15 นาที
📂 ภาษี · ทำบัญชี · F&B

TC
ทีมที่ปรึกษา Tawan Consultant
สำนักงานบัญชีและที่ปรึกษาภาษี SME · ประสบการณ์ 10+ ปี · ดูแลบัญชีร้านอาหารกว่า [X] ร้าน

บัญชีร้านอาหาร 2569 — คู่มือเจ้าของร้านจาก Tawan Consultant
คู่มือบัญชีร้านอาหารฉบับเจ้าของร้าน โดยทีมที่ปรึกษา Tawan Consultant

"จากที่เราดูแลบัญชีร้านอาหารมาหลายร้อยร้าน เราเห็นว่าเจ้าของร้านส่วนใหญ่ไม่ได้แพ้เพราะอาหารไม่อร่อย แต่แพ้เพราะระบบหลังบ้านที่จัดการตัวเลขไม่ทัน — บทความนี้คือสิ่งที่เราอยากให้ลูกค้ารู้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน"

📌 สรุปสั้นๆ สำหรับคนเวลาน้อย

การทำบัญชีร้านอาหารมี "จุดสลบ" ที่ต่างจากธุรกิจอื่นชัดเจน จากประสบการณ์ที่ดูแลลูกค้ามา ปัญหามักวนอยู่กับ 5 เรื่องนี้:

  1. รายได้มาจากหลายทาง — หน้าร้าน, GrabFood, LINE MAN, ShopeeFood ตัวเลขที่เข้าบัญชี กับยอดขายจริง "ไม่เคยตรงกัน"
  2. ของสดเน่าเสียได้ — สต็อกหายไปกับตา ถ้าไม่มีระบบนับ สิ้นปีงบเพี้ยนหนัก
  3. Tip vs Service Charge — หลายร้านรวมกัน แต่ในมุมภาษีเป็นคนละเรื่อง
  4. เพดาน VAT 1.8 ล้าน — ขายดีเดือนละ 150,000 บาท ทะลุเกณฑ์ทันที
  5. ถูกหัก WHT จากแอป Delivery — โดนหัก 1% หรือ 3% แบบงงๆ มักลืมเอามาเครดิตปลายปี

ถ้าอ่านจบ คุณจะรู้ทุกเรื่องบัญชีร้านอาหารที่จำเป็นต่อการอยู่รอด

1. บัญชีร้านอาหาร: บันทึกรายได้ยังไง — หลุมพรางที่เจ้าของร้าน 80% พลาด

1.1 ช่องทางรายได้ที่ซับซ้อนของร้านอาหารยุคนี้

บัญชีร้านอาหารยุคนี้ซับซ้อนกว่าเดิมเยอะ เพราะร้านเดียวมีช่องทางรับเงินเป็นกะตั้ก ลองนึกภาพตามนี้:

ช่องทาง ลักษณะเงินที่ได้รับ สิ่งที่ต้องระวัง
หน้าร้าน (เงินสด) รับเต็ม 100% นับเงินสดขาดหายถ้าไม่มี POS
หน้าร้าน (โอน/รูดบัตร) หักค่าธรรมเนียม 0-2% ยอดเข้าช้ากว่าวันขาย 1-2 วัน
Delivery (Grab/LINE MAN/Shopee) หัก GP 25-35% + WHT 1-3% ยอดเข้า ≠ ยอดขายจริง
รับจัดเลี้ยง (Catering) รับตามที่ตกลง มักออกใบแจ้งหนี้ก่อนรับเงิน
ขายออนไลน์ FB/LINE หักค่าธรรมเนียมชำระเงิน ต้องแยกยอดจากรายได้ส่วนตัว
⚠️ ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดเจ้าของร้านมักดูแค่ "ยอดเงินที่โอนเข้าบัญชี" แล้วเอาตัวเลขนั้นไปลงเป็น "รายได้" เลย ซึ่งผิด — เงินที่โอนเข้าจากแอป Delivery คือเงินที่เหลือจากการโดนหักสารพัด ไม่ใช่รายได้แท้จริง นี่คือสาเหตุหลักที่บัญชีร้านอาหารของเจ้าของส่วนใหญ่ผิดตั้งแต่ต้น

1.2 ตัวอย่างจริงให้เห็นภาพ

สมมติลูกค้าสั่งอาหารผ่าน Grab ราคา 500 บาท:

ลูกค้าจ่ายให้ Grab500.00 บาท
หักค่า GP 32%-160.00 บาท
หักภาษี ณ ที่จ่าย 1%-5.00 บาท
เงินโอนเข้าบัญชีจริง335.00 บาท

วิธีบันทึกบัญชีร้านอาหารที่ถูกต้อง:

บัญชี เดบิต เครดิต
เงินสด/เงินฝากธนาคาร 335
ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย (สินทรัพย์) 5
ค่าธรรมเนียม GP (ค่าใช้จ่าย) 160
รายได้จากการขาย 500
💡 อินไซต์จากที่ปรึกษาเหตุผลที่ต้องลงยอด 500 ไม่ใช่ 335 เพราะกรมสรรพากรยึดหลัก "รายได้พึงประเมิน" ที่เกิดขึ้นจริง การลงแค่ 335 ไม่ใช่แค่ผิดหลักบัญชี แต่ยังทำให้คุณเสียสิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากค่า GP อีกด้วย — เคยมีลูกค้าที่ทำบัญชีร้านอาหารผิดวิธีนี้ เสียโอกาสลดหย่อนปีละหลักแสน

1.3 วิธีจัดการให้เป๊ะ: Revenue Reconciliation ทุกสิ้นเดือน

นี่คือหัวใจของบัญชีร้านอาหารที่ถูกต้อง — ทุกสิ้นเดือนต้องกระทบยอด:

  1. ดาวน์โหลด Sales Report จากระบบหลังบ้านทุกแพลตฟอร์ม
  2. ดึง Bank Statement ยอดที่โอนเข้าจริง
  3. กระทบยอด: ยอดขายเต็ม − ค่า GP − WHT = เงินรับเข้าบัญชี
  4. บันทึกแยกช่องทาง ว่าแต่ละเดือนยอดมาจากไหนเท่าไร

ตัวอย่าง Revenue Reconciliation รายเดือน:

ช่องทาง ยอดขาย (เต็ม) ค่า GP WHT รับเข้าบัญชี
หน้าร้าน 80,000 80,000
GrabFood 50,000 16,000 500 33,500
LINE MAN 30,000 9,000 300 20,700
รวม 160,000 25,000 800 134,200

ตัวอย่างการทำบัญชีร้านอาหารและจัดการภาษี GrabFood LINE MAN
การทำบัญชีร้านอาหารต้องครอบคลุมทุกช่องทางรายได้ ไม่ใช่แค่หน้าร้าน
🎯 คำแนะนำจากที่ปรึกษาสิ่งที่สรรพากรเห็น = 160,000 บาท (ไม่ใช่ 134,200) เก็บเอกสารรับรองการหัก WHT (50 ทวิ) ทุกใบไว้ให้ดี สิ้นปีเอามาลดหย่อนภาษีได้เยอะ ที่เราดูแลลูกค้ามา เคสที่ขยันเก็บ 50 ทวิ ลดภาษีปลายปีเฉลี่ย 30,000-80,000 บาท/ปี

2. VAT สำหรับบัญชีร้านอาหาร — จดหรือไม่จดดี?

2.1 กฎเหล็กที่หลบไม่ได้

ในมุมของบัญชีร้านอาหาร การจด VAT มีผลกระทบเยอะ จำตัวเลขนี้ไว้: รายได้เกิน 1,800,000 บาท/ปี = บังคับจด VAT

  • ขายเฉลี่ย 150,000/เดือน → ปีละ 1.8M พอดี
  • ขายเฉลี่ย 200,000/เดือน → ทะลุเกณฑ์ ต้องจดใน 30 วัน
⚠️ โทษหากไม่จด VAT ทั้งที่รายได้เกิน

  • เบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ
  • เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน นับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ควรจด
  • กรณีร้ายแรงอาจถูกดำเนินคดีอาญา

2.2 สรรพากรนับ "รายได้" กันยังไง?

สรรพากรนับจาก "ยอดขายเต็ม" ก่อนหักค่า GP ไม่ใช่เงินที่โอนเข้าบัญชี — เป็นจุดที่บัญชีร้านอาหารผิดบ่อยมาก

📋 เคสจริงที่เคยเจอร้านขายผ่านแอปได้เดือนละ 200,000 บาท แม้แอปจะโอนให้แค่ 136,000 บาท สรรพากรก็ถือว่ารายได้คือ 200,000 บาท — เคยมีลูกค้ามาหาเราด้วยจดหมายสรรพากรเรียก 1.2 ล้านบาท ภายหลังพบว่าเข้าเกณฑ์ VAT มา 2 ปีแล้วไม่รู้ตัว เพราะบัญชีร้านอาหารนับยอดแบบผิด

2.3 VAT ทำงานยังไงในทางปฏิบัติ?

เมื่อจด VAT ทุกเดือนต้องยื่นแบบ ภ.พ.30:

Output VAT (เก็บจากลูกค้า)+ 7,000
Input VAT (จ่ายจากซื้อวัตถุดิบ Makro)- 2,800
ส่งสรรพากร4,200 บาท

กำหนดส่ง: ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ออนไลน์ขยายถึง 23)

2.4 ถ้ายังไม่ถึง 1.8 ล้าน ควรชิงจด VAT ก่อนไหม?

✅ ควรจด ถ้า

  • ซื้อวัตถุดิบจาก Makro/Big C ที่ออกใบกำกับ VAT ได้ — Input VAT สูง คุ้ม
  • รับ Catering / ส่งบริษัทเอกชน — ลูกค้าต้องการใบกำกับภาษี
  • กำลังขยายสาขา / มีแผนระดมทุน
  • ดูทิศทางปีหน้าเกิน 1.8M แน่ๆ — จดเตรียมระบบดีกว่ารีบ
❌ ไม่ควรจด ถ้า

  • ลูกค้า B2C ล้วน — บวก VAT 7% กระทบลูกค้า / แบกเอง = กำไรหด
  • ซื้อจากตลาดสด ไม่มีใบกำกับ — Input VAT ต่ำมาก
  • หลังบ้านยังไม่พร้อม — ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนเป็นภาระ

3. บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล — ใช้ตัวเลขตัดสิน อย่าใช้ความรู้สึก

ตอนเริ่มทำบัญชีร้านอาหาร หลายคนใช้ชื่อตัวเอง (บุคคลธรรมดา) เพราะง่าย แต่พอยอดเริ่มโต คำถามคลาสสิกก็มาว่า "เปิดเป็นบริษัทดีไหม?"

3.1 เปรียบเทียบหัวใจหลัก

หัวข้อ บุคคลธรรมดา นิติบุคคล
อัตราภาษีเงินได้ ขั้นบันได 0–35% สูงสุด 20% (SME เริ่ม 15%)
หักค่าใช้จ่าย เหมา 60% หรือตามจริง ตามจริงเท่านั้น
ยื่นภาษี ภ.ง.ด.94 / ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.51 / ภ.ง.ด.50
ภาระเอกสาร น้อย สูง ต้องมีงบ + ผู้สอบบัญชี
ค่าใช้จ่ายรายปี แทบไม่มี หลักหมื่นบาท/ปี
ความรับผิด ไม่จำกัด จำกัด แยกส่วนตัว/บริษัท

3.2 จุดคุ้มทุนอยู่ตรงไหน?

  • กำไรสุทธิ < 750,000/ปี → บุคคลธรรมดาไปก่อน
  • กำไรสุทธิ 750,000 – 2,000,000 → สูสี ต้องกางตัวเลขดู
  • กำไรสุทธิ > 2,000,000 → เปิดบริษัทเลย
💡 ตัวอย่างคำนวณจริงเจ้าของร้านมีกำไรสุทธิ 1,500,000/ปี:

  • บุคคลธรรมดา: ภาษีประมาณ 297,500 บาท
  • นิติบุคคล (SME): ภาษี 165,000 + ค่าบัญชี 60,000 = 225,000 บาท
  • → ประหยัด ~72,500 บาท/ปี + จำกัดความรับผิด
🤝 มุมมองที่ปรึกษาที่เราเห็นบ่อยคือเจ้าของร้านรีบเปิดบริษัทเพราะ "ดูเท่" แต่ไม่ได้เตรียมระบบบัญชีร้านอาหารหลังบ้าน สุดท้ายต้องปิดบริษัทเพราะค่าใช้จ่ายบัญชีเยอะกว่าภาษีที่ประหยัด — ลำดับที่ถูกควรเป็น: บุคคลธรรมดา → ขายดี → ระบบบัญชีพร้อม → ค่อยเปิดบริษัท

4. WHT — ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในบัญชีร้านอาหาร

4.1 เมื่อเราเป็นคนจ่ายเงิน (เราต้องหักเขา)

ประเภทการจ่ายเงิน อัตรา WHT ตัวอย่าง
ค่าเช่าสถานที่ 5% ค่าเช่า 30,000 → หัก 1,500
ค่าโฆษณา (ผ่าน Agency) 2% ค่าแอด 10,000 → หัก 200
ค่าจ้างทำของ 3% จ้างถ่ายรูปเมนู 5,000 → หัก 150
ค่าขนส่ง (ประจำ) 1% จ้างส่งวัตถุดิบ 8,000 → หัก 80
ค่าบริการซ่อมบำรุง 3% ซ่อมแอร์ 4,000 → หัก 120
⏰ กำหนดส่งและโทษกำหนดส่ง: ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ออนไลน์ขยายถึง 15)
โทษถ้าลืม: ค่าปรับ 200 บาท/ใบ + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน — ถ้ามี 50 รายการ ค่าปรับก็ 10,000 บาทแล้ว

4.2 เมื่อเราเป็นคนรับเงิน (โดนเขาหัก)

รูปแบบผู้ประกอบการ อัตรา WHT ที่โดนหัก
บุคคลธรรมดา 1%
นิติบุคคล (บริษัท/หจก.) 3%
📋 เคสจริง — Real Worldร้านยอด Delivery 3 ล้านบาท/ปี ถูกหัก WHT 1% = 30,000 บาท ถ้าลืมเอามาใช้ลดหย่อน ก็ทิ้งเงิน 30,000 บาทฟรีๆ ลูกค้าเราเคยรวบรวม 50 ทวิย้อนหลัง 2 ปี ได้คืนภาษีกว่า 80,000 บาท

5. Stock Management — จุดอ่อนของบัญชีร้านอาหารโดยเฉพาะ

5.1 ทำไมเรื่องสต็อกถึงกระทบภาษี?

เรื่องสต็อกคือจุดอ่อนของบัญชีร้านอาหารโดยเฉพาะ เพราะของเน่าเสียได้ สิ้นปีต้องตีมูลค่า "สินค้าคงเหลือ" ออกมา:

ต้นทุนสินค้าที่ขายจริง =สต็อกต้นงวด + ซื้อระหว่างงวด − สต็อกปลายงวด
ถ้านับสต็อก... ผลที่เกิดขึ้น ความเสี่ยง
สูงเกินจริง กำไรในกระดาษสูงเกิน จ่ายภาษีแพงโดยไม่จำเป็น
ต่ำกว่าจริง กำไรดูต่ำผิดปกติ สรรพากรสงสัย เสี่ยงตรวจ
ถูกต้อง งบน่าเชื่อถือ ใช้ตัดสินใจได้

5.2 วิธีนับสต็อกแบบคนทำงานจริง

ของสด (เนื้อสัตว์, ผัก, อาหารทะเล):

  • นับทุกวัน ตอนปิดกะ
  • เน้นวัตถุดิบหลัก 5-10 อย่างที่ราคาแพง

ของแห้ง:

  • นับสัปดาห์ละครั้ง
  • ตั้ง Par Level (จุดสั่งซื้อขั้นต่ำ)

เครื่องดื่ม:

  • นับทุกวัน — อัตราหายสูงที่สุด
🎯 คำแนะนำจากที่ปรึกษาถ้าของเสียสูงผิดปกติ (เช่น > 5% ของต้นทุนวัตถุดิบทุกเดือน) สรรพากรอาจตั้งข้อสังเกต — Food Cost ที่เหมาะสม: ร้านทั่วไป 28-35% / บุฟเฟต์ 35-40% / เครื่องดื่ม 20-25%

6. Tip vs Service Charge — อีกหนึ่งจุดที่บัญชีร้านอาหารทำผิดบ่อย

6.1 Service Charge (ค่าบริการ)

  • ในทางกฎหมาย: รายได้ของร้าน 100%
  • VAT: ต้องคำนวณ VAT รวม (ถ้าจด VAT)
  • การบันทึก: รายได้ก่อน → แบ่งให้พนักงานค่อยบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย

6.2 Tip (เงินทิป)

  • ในทางกฎหมาย: รายได้ส่วนตัวของพนักงาน
  • VAT: ไม่ต้องคิด
  • เงื่อนไข: ลูกค้าให้พนักงานโดยตรง ไม่ผ่านกระเป๋าร้าน
⚠️ ข้อควรระวังสำคัญถ้าร้านเก็บทิปรวมไว้เองแล้วสิ้นเดือนค่อยแบ่ง สรรพากรอาจมองว่าเงินก้อนนี้ "ไหลเข้าบัญชีร้านก่อน" และตีเป็นรายได้ร้านได้ — แนะนำให้ทำระบบกล่องทิปแยก และโอนตรงให้พนักงานโดยไม่ผ่านบัญชีร้าน

7. ภาษีพนักงาน — เรื่องที่บัญชีร้านอาหารมักมองข้าม

7.1 ประกันสังคม

ถ้าร้านมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับประกันสังคม ภายใน 30 วัน

หัวข้อ รายละเอียด
เงินสมทบนายจ้าง 5% ของค่าจ้าง (เพดาน 750 บาท/คน/เดือน)
เงินสมทบลูกจ้าง 5% ของค่าจ้าง (นายจ้างหักแทน)
กำหนดนำส่ง ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
⚠️ โทษหากไม่ส่งเงินเพิ่ม 2%/เดือน + ค่าปรับสูงสุด 20,000 บาท

7.2 ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1)

ถ้าพนักงานมีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี นายจ้างต้องหักภาษีจากเงินเดือนทุกเดือนและนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.1

8. เอกสารสำหรับบัญชีร้านอาหารที่ต้องเก็บ

กฎหมายกำหนดให้เก็บเอกสารบัญชีร้านอาหารไว้อย่างน้อย 5 ปี นับจากวันที่ยื่นแบบ

Checklist บัญชีร้านอาหาร ที่ต้องทำทุกวัน

  • สลิปสรุปยอดขายจากเครื่อง POS (X-Report / Z-Report)
  • สลิปจบกะ (Cash Report)
  • บิล/ใบเสร็จค่าซื้อวัตถุดิบ
  • สมุดบันทึกของเสีย (Wastage Log)

Checklist บัญชีร้านอาหาร ที่ต้องทำทุกสัปดาห์

  • รายงานยอดขายจากแพลตฟอร์ม Delivery ทุกเจ้า
  • ใบแจ้งยอดเงินโอน (Payout Statement)
  • รายงานสต็อกของแห้งและเครื่องดื่ม

Checklist บัญชีร้านอาหาร ที่ต้องทำทุกเดือน

  • Bank Statement ของบัญชีร้านทุกบัญชี
  • ใบกำกับภาษีซื้อ (กรณีจด VAT)
  • หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ทั้ง 2 ฝั่ง
  • สลิปเงินเดือนพนักงาน / เอกสารส่งประกันสังคม
  • Revenue Reconciliation

Checklist บัญชีร้านอาหาร ที่ต้องทำทุกปี

  • รายงานนับสต็อกวันสิ้นปี (พร้อมลายเซ็นผู้นับ)
  • ทะเบียนทรัพย์สิน (โต๊ะ ตู้แช่ เตาอบ)
  • หนังสือรับรอง WHT ประจำปีจากแพลตฟอร์ม Delivery
💡 เคล็ดลับจัดการเอกสารใช้ระบบแฟ้มแยกตามเดือน แต่ละเดือนมีซองใส่เอกสาร 5 ประเภท แบบนี้ตอนส่งสำนักงานบัญชีจะง่ายมาก และค่าบริการมักถูกลงด้วย

9. ค่าเสื่อมราคาในบัญชีร้านอาหาร

ประเภททรัพย์สิน ราคาซื้อ วิธีหักค่าใช้จ่าย
อุปกรณ์ < 50,000 บาท ทุกราคา ตัดเป็นค่าใช้จ่ายปีที่ซื้อ
เครื่องครัว เตาอบ ตู้แช่ ≥ 50,000 หักค่าเสื่อม 20%/ปี (5 ปี)
เครื่องตกแต่งร้าน ≥ 50,000 หักค่าเสื่อม 20%/ปี (5 ปี)
คอมพิวเตอร์ / POS ≥ 50,000 หักค่าเสื่อม 33%/ปี (3 ปี)

ตัวอย่าง: ซื้อเตาอบอุตสาหกรรม 150,000 บาท → ปีที่ 1-5 หักได้ปีละ 30,000 (ไม่สามารถตัดทั้งก้อนในปีเดียว)

10. ข้อผิดพลาดของบัญชีร้านอาหารที่เราเจอบ่อยที่สุด

❌ 1. ใช้บัญชีส่วนตัวปนกับบัญชีร้าน

เงินกงสีปนกับเงินร้าน พอสิ้นปีแยกไม่ออก

🎯 วิธีแก้

เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับร้านโดยเฉพาะ ไม่ว่าเล็กแค่ไหน

❌ 2. ซื้อของแล้วไม่เก็บใบเสร็จ

จ่ายเงินไปแต่ไม่มีหลักฐาน กลายเป็นว่าร้านมีกำไรสูงปรี๊ด

🎯 วิธีแก้

ถ่ายรูปใบเสร็จทุกใบทันที เก็บใน Google Drive แยกตามเดือน

❌ 3. เข้าใจว่ายอดเงินโอนเข้า = ยอดขาย

ลืมบันทึกค่า GP และ WHT ทำให้ตัวเลขในงบเละเทะ

❌ 4. ละเลยการนับสต็อก

สิ้นปีใช้วิธี "กะๆ เอา" พอสรรพากรมาตรวจ โดนภาษีย้อนหลัง

❌ 5. ลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่าที่

จ่ายค่าเช่าเต็มจำนวน ต้องควักเนื้อจ่ายภาษีแทนเจ้าของที่

🎯 วิธีแก้

ตั้งตารางเตือน "หัก WHT ค่าเช่า" ทุกเดือน

❌ 6. ขายเพลินจนลืมดูยอด 1.8 ล้าน

มารู้ตัวอีกทีตอนสรรพากรส่งจดหมายมา พร้อมค่าปรับเบี้ยปรับ

🎯 วิธีแก้

ติดตามยอดสะสมทุกเดือน ถ้าทะลุ 1.5 ล้าน เตรียมปรึกษานักบัญชี

❌ 7. เปิดบริษัทตามเทรนด์ แต่ไม่ยอมทำบัญชี

คิดว่าจดบริษัทแล้วดูเท่ แต่ไม่จ้างคนทำบัญชีร้านอาหาร ปล่อยทิ้งร้าง สรรพากรมีค่าปรับสะสมรออยู่

11. ควรจ้างสำนักงานบัญชีร้านอาหารตอนไหนดี?

✅ ทำเองได้ ถ้า

  • รายได้ยังไม่เกิน 1.5 ล้าน/ปี
  • ทำในนามบุคคลธรรมดา หักค่าใช้จ่ายเหมา 60%
  • มีช่องทางรับเงินไม่เยอะ
  • ยังไม่จด VAT
📞 เริ่มหาสำนักงานบัญชีได้เลย ถ้ามีสัญญาณเหล่านี้

  • รายได้แตะ 1.8 ล้านแล้ว (ต้องทำ VAT)
  • เปิดขายหลายแอป Delivery 3-4 เจ้า
  • จดทะเบียนเป็นบริษัท/หจก. แล้ว
  • มีคำถามภาษีที่เซิร์ชแล้วยังไม่แน่ใจ

เรทราคาสำนักงานบัญชีร้านอาหาร (โดยประมาณ)

ขนาดร้าน / ความซับซ้อน ค่าบริการ
ร้านเล็ก บุคคลธรรมดา ไม่จด VAT 1,500 – 3,000 บาท/เดือน
ร้านขนาดกลาง จด VAT 3,000 – 6,000 บาท/เดือน
บริษัท/หจก. หลายช่องทาง 6,000 – 15,000 บาท/เดือน
เชนร้านอาหาร หลายสาขา เริ่ม 15,000 บาท/เดือนขึ้นไป
🤝 มุมมองที่ปรึกษาก่อนเลือกสำนักงานบัญชี ถามว่าเขาเคยดูแลบัญชีร้านอาหาร/F&B มาก่อนไหม เพราะบัญชีร้านอาหารมีความเฉพาะตัวสูง โดยเฉพาะเรื่อง Delivery, สต็อกของสด และ WHT จากหลายแพลตฟอร์ม — สำนักงานบัญชีทั่วไปที่ไม่เคยทำ F&B มักจัดการเรื่องเหล่านี้ผิด

🎯 ปรึกษาฟรี 30 นาที — เฉพาะคนทำร้านอาหาร

ทีมที่ปรึกษาบัญชีร้านอาหาร Tawan Consultant ดูแลลูกค้าตั้งแต่ร้านสตรีทฟู้ดไปจนถึงเชน 10+ สาขา

คุยกับเรา 30 นาที คุณจะได้:

  • ประเมินสุขภาพธุรกิจว่าตอนนี้ควรจด VAT แล้วหรือยัง
  • เคาะตัวเลขเบื้องต้น บุคคลธรรมดา vs บริษัท แบบไหนเซฟภาษีกว่า
  • รายการเอกสารที่ร้านคุณควรเน้นเก็บ
  • คุยแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ไม่กดดันขายคอร์ส ไม่บังคับทำบัญชี

FAQ — คำถามยอดฮิตเรื่องบัญชีร้านอาหาร

Q: เปิดร้านอาหารใหม่ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้างให้ถูกต้อง?
เริ่มต้นด้วย ทะเบียนพาณิชย์ ที่เขต/อำเภอ และขอ ใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร จากสาธารณสุข ถ้าขายเบียร์/เหล้าด้วย ต้องขอ ใบอนุญาตขายสุรา เพิ่ม ส่วน VAT รอให้ยอดขายใกล้แตะ 1.8 ล้าน/ปี ค่อยจัดการก็ทัน และถ้ามีลูกจ้าง อย่าลืมขึ้นทะเบียนประกันสังคม
Q: ขายผ่าน GrabFood นี่ Grab เขาจ่ายภาษีให้เราไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
เข้าใจผิดกันเยอะมาก! ที่ Grab หักไป 1-3% คือ การหักภาษี ณ ที่จ่ายล่วงหน้า เหมือนมัดจำภาษีให้รัฐ ไม่ใช่ว่าจ่ายก้อนนี้แล้วจบ — บัญชีร้านอาหารยังต้องยื่นแบบสรุปรายได้และจ่ายภาษีตัวเต็ม โดยนำ WHT ที่โดนหักไปเป็นเครดิตหักออกจากภาษีปลายปี
Q: ร้านเล็กๆ ยอดขายปีละ 800,000 ต้องมีคนทำบัญชีร้านอาหารไหม?
ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา กฎหมายไม่บังคับให้ทำบัญชีร้านอาหารเป๊ะๆ แต่ต้องเก็บหลักฐานและยื่นภาษี (ภ.ง.ด.94/90) ครบ ถ้าจดเป็นบริษัทเมื่อไหร่ ไม่ว่ายอดขายจะเท่าไหร่ กฎหมายบังคับให้ต้องมีนักบัญชีทำงบและผู้สอบบัญชีตรวจสอบทุกปี
Q: ซื้อโต๊ะ เก้าอี้ แอร์ ตู้เย็นใหญ่ๆ เอามาลงเป็นค่าใช้จ่ายรวดเดียวได้ไหม?
ชิ้นไหนราคาต่ำกว่า 50,000 บาท ตัดเป็นค่าใช้จ่ายได้เลยในปีนั้น แต่ถ้าเกิน 50,000 บาท ต้องทยอยหักเป็น "ค่าเสื่อมราคา" ตามอายุการใช้งาน (เครื่องครัวปกติ 5 ปี = หักปีละ 20%)
Q: ถ้าร้านขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม?
ต้องยื่น ถึงแม้จะขาดทุน ข้อดีคือถ้าจดเป็นบริษัท ผลขาดทุนในปีนี้สามารถนำไปหักออกจากกำไรในอีก 5 ปีข้างหน้าได้ (Tax Loss Carry Forward)
Q: ร้านอาหารต้องยื่นภาษีกี่ครั้งต่อปี?
บุคคลธรรมดา: 2 ครั้ง — ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี ยื่นกันยายน) และ ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี ยื่นมีนาคมปีถัดไป)
นิติบุคคล: 2 ครั้ง — ภ.ง.ด.51 (ประมาณการครึ่งปี) และ ภ.ง.ด.50 (สรุปทั้งปี ภายใน 150 วันหลังรอบบัญชีสิ้นสุด)
จด VAT: เพิ่ม ภ.พ.30 ทุกเดือน

Tags:
#บัญชีร้านอาหาร
#ภาษีร้านอาหาร
#ภาษีGrabFood
#ภาษีLINEMAN
#VATร้านอาหาร
#เปิดร้านอาหาร
#สำนักงานบัญชี
#SME
#ทำบัญชีSME
#วางแผนภาษี
#DeliveryPlatform

บริการของเรา

ที่ปรึกษาเฉพาะคุณ

"ข้อมูลบัญชีบอกผลการดำเนินงาน”

เราวิเคราะห์ตัวเลขที่เกิดขึ้น ให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจในอนาคต ในทุกเรื่องของธุรกิจ ให้ธุรกิจเติบโต

HOW WE'RE DIFFERENT

TAWAN CONSULTANT

ผู้จัดทำบัญชีและผู้ตวจสอบบัญชีมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการทำงานมามากกว่า 10 ปี

ทีมงานสำนักงานบัญชีกำลังให้คำปรึกษาลูกค้าเพื่อวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย
5+

ผู้เชี่ยวชาญ

51+

ลูกค้าของเรา

1+

บริษัทในเครือเรา

ABOUT US

เราคือโอกาสให้คุณมีเวลากลับไปทำในสิ่งที่ธุรกิจคุณถนัดที่สุด ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเติบโตอย่างมั่นคง

เราเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มุ่งมั่นให้บริการธุรกิจ SME ทั่วประเทศ เราดูแลด้านบัญชีเพื่อลดภาระการจัดการตัวเลขของคุณ ในขณะที่คุณสามารถโฟกัสกับการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ บริการของเรายืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับประเภทและขนาดธุรกิจของคุณ