บัญชีและภาษีร้านอาหาร 2569 ฉบับเจ้าของร้าน ครบจบ พร้อมอ้างอิงกฎหมาย

บัญชีและภาษีร้านอาหาร 2569 ฉบับเจ้าของร้าน — ตะวัน คอนซัลแทนท์

บัญชีและภาษีร้านอาหาร 2569 ฉบับเจ้าของร้าน ครบจบ พร้อมอ้างอิงกฎหมาย

อัปเดต 2569 15 นาที ภาษี · ทำบัญชี · F&B
TC
ทีมที่ปรึกษา Tawan Consultant
สำนักงานบัญชีและที่ปรึกษาภาษี SME · ประสบการณ์ 10+ ปี · ดูแลบัญชีร้านอาหารหลายร้อยร้าน
บัญชีร้านอาหาร 2569 — ฉบับเจ้าของร้านจาก Tawan Consultant
บัญชีร้านอาหารฉบับเจ้าของร้าน โดยทีมที่ปรึกษา Tawan Consultant
“จากที่เราดูแลบัญชีร้านอาหารมาหลายร้อยร้าน เราเห็นว่าเจ้าของร้านส่วนใหญ่ไม่ได้แพ้เพราะอาหารไม่อร่อย แต่แพ้เพราะระบบหลังบ้านที่จัดการตัวเลขไม่ทัน — บทความนี้คือสิ่งที่เราอยากให้ลูกค้ารู้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน”

สรุปสั้นๆ สำหรับคนเวลาน้อย

การทำบัญชีร้านอาหารมี “จุดสลบ” ที่ต่างจากธุรกิจอื่นชัดเจน จากประสบการณ์ที่ดูแลลูกค้ามา ปัญหามักวนอยู่กับ 5 เรื่องนี้:

  1. รายได้มาจากหลายทาง — หน้าร้าน, GrabFood, LINE MAN, ShopeeFood ตัวเลขที่เข้าบัญชี กับยอดขายจริง “ไม่เคยตรงกัน”
  2. ของสดเน่าเสียได้ — สต็อกหายไปกับตา ถ้าไม่มีระบบนับ สิ้นปีงบเพี้ยนหนัก
  3. Tip vs Service Charge — หลายร้านรวมกัน แต่ในมุมภาษีเป็นคนละเรื่อง
  4. เพดาน VAT 1.8 ล้าน — ขายดีเดือนละ 150,000 บาท ทะลุเกณฑ์ทันที (ม.85/1 ประกอบ ม.81/1)
  5. WHT ค่า GP แพลตฟอร์ม (เข้าใจผิดกันมาก) — แพลตฟอร์ม Delivery ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายจากยอดขายของร้าน แต่ถ้าร้านเป็นนิติบุคคล ร้านต่างหากที่มีหน้าที่หัก WHT จากค่า GP ที่จ่ายให้แพลตฟอร์ม

รายได้ร้านอาหารเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร (เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์) ถ้าอ่านจบ คุณจะรู้ทุกเรื่องบัญชีร้านอาหารที่จำเป็นต่อการอยู่รอด

1. บัญชีร้านอาหาร: บันทึกรายได้ยังไง — หลุมพรางที่เจ้าของร้าน 80% พลาด

1.1 ช่องทางรายได้ที่ซับซ้อนของร้านอาหารยุคนี้

บัญชีร้านอาหารยุคนี้ซับซ้อนกว่าเดิมเยอะ เพราะร้านเดียวมีช่องทางรับเงินหลายทาง ลองนึกภาพตามนี้:

ช่องทาง ลักษณะเงินที่ได้รับ สิ่งที่ต้องระวัง
หน้าร้าน (เงินสด) รับเต็ม 100% นับเงินสดขาดหายถ้าไม่มี POS
หน้าร้าน (โอน/รูดบัตร) หักค่าธรรมเนียม 0-2% ยอดเข้าช้ากว่าวันขาย 1-2 วัน
Delivery (Grab/LINE MAN/Shopee) หัก GP 25-35% (ร้านนิติบุคคลมีหน้าที่หัก WHT ค่า GP) ยอดเข้า ≠ ยอดขายจริง
รับจัดเลี้ยง (Catering) รับตามที่ตกลง มักออกใบแจ้งหนี้ก่อนรับเงิน
ขายออนไลน์ FB/LINE หักค่าธรรมเนียมชำระเงิน ต้องแยกยอดจากรายได้ส่วนตัว
ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดเจ้าของร้านมักดูแค่ “ยอดเงินที่โอนเข้าบัญชี” แล้วเอาตัวเลขนั้นไปลงเป็น “รายได้” เลย ซึ่งผิด — เงินที่โอนเข้าจากแอป Delivery คือเงินที่เหลือจากการโดนหักสารพัด ไม่ใช่รายได้แท้จริง นี่คือสาเหตุหลักที่บัญชีร้านอาหารของเจ้าของส่วนใหญ่ผิดตั้งแต่ต้น

1.2 ตัวอย่างจริงให้เห็นภาพ

สมมติลูกค้าสั่งอาหารผ่าน Grab ราคา 500 บาท:

ลูกค้าจ่ายให้ Grab500.00 บาท
หักค่า GP 32%-160.00 บาท
เงินโอนเข้าบัญชีจริง340.00 บาท

วิธีบันทึกบัญชีร้านอาหารที่ถูกต้อง:

บัญชี เดบิต เครดิต
เงินสด/เงินฝากธนาคาร 340 —
ค่าธรรมเนียม GP (ค่าใช้จ่าย) 160 —
รายได้จากการขาย — 500
อินไซต์จากที่ปรึกษาเหตุผลที่ต้องลงยอด 500 ไม่ใช่ 340 เพราะรายได้ค่าอาหารเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) ที่เกิดขึ้นเต็มจำนวนเมื่อขาย การลงแค่ 340 ไม่ใช่แค่ผิดหลักบัญชี แต่ยังทำให้คุณเสียสิทธิ์นำค่า GP มาเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีอีกด้วย — เคยมีลูกค้าที่ทำบัญชีร้านอาหารผิดวิธีนี้ เสียโอกาสลดหย่อนปีละหลักแสน

1.3 วิธีจัดการให้เป๊ะ: Revenue Reconciliation ทุกสิ้นเดือน

นี่คือหัวใจของบัญชีร้านอาหารที่ถูกต้อง — ทุกสิ้นเดือนต้องกระทบยอด:

  1. ดาวน์โหลด Sales Report จากระบบหลังบ้านทุกแพลตฟอร์ม
  2. ดึง Bank Statement ยอดที่โอนเข้าจริง
  3. กระทบยอด: ยอดขายเต็ม − ค่า GP = เงินรับเข้าบัญชี
  4. บันทึกแยกช่องทาง ว่าแต่ละเดือนยอดมาจากไหนเท่าไร

ตัวอย่าง Revenue Reconciliation รายเดือน:

ช่องทาง ยอดขาย (เต็ม) ค่า GP รับเข้าบัญชี
หน้าร้าน 80,000 — 80,000
GrabFood 50,000 16,000 34,000
LINE MAN 30,000 9,000 21,000
รวม 160,000 25,000 135,000
ตัวอย่างการทำบัญชีร้านอาหารและจัดการภาษี GrabFood LINE MAN
การทำบัญชีร้านอาหารต้องครอบคลุมทุกช่องทางรายได้ ไม่ใช่แค่หน้าร้าน
คำแนะนำจากที่ปรึกษาสิ่งที่สรรพากรถือเป็นรายได้ = 160,000 บาท (ไม่ใช่ 135,000 ที่โอนเข้าบัญชี) ต้องลงรายได้เต็มยอดขาย ส่วนค่า GP ที่แพลตฟอร์มหักถือเป็นรายจ่ายของร้าน ให้เก็บใบแจ้งหนี้/ใบเสร็จค่า GP ทุกใบไว้เป็นหลักฐานรายจ่าย และถ้าร้านเป็นนิติบุคคล อย่าลืมหัก WHT ค่า GP แล้วออก 50 ทวิ ให้แพลตฟอร์มทุกเดือน

2. VAT สำหรับบัญชีร้านอาหาร — จดหรือไม่จดดี?

2.1 กฎเหล็กที่หลบไม่ได้

ในมุมของบัญชีร้านอาหาร การจด VAT มีผลกระทบเยอะ จำตัวเลขนี้ไว้: รายได้ (ฐานภาษี) เกิน 1,800,000 บาท/ปี = บังคับจด VAT ตามมาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบมาตรา 81/1 (เกณฑ์กิจการขนาดย่อมที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา)

  • ขายเฉลี่ย 150,000/เดือน → ปีละ 1.8M พอดี
  • ขายเฉลี่ย 200,000/เดือน → ทะลุเกณฑ์ ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ฐานภาษีเกินเกณฑ์ (ม.85/1)
โทษหากไม่จด VAT ทั้งที่รายได้เกิน

  • เบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ
  • เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน นับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ควรจด
  • กรณีร้ายแรงอาจถูกดำเนินคดีอาญา

2.2 สรรพากรนับ “รายได้” กันยังไง?

สรรพากรนับจาก “มูลค่าฐานภาษี” คือมูลค่าสินค้าที่ส่งมอบหรือบริการที่ให้จริง ก่อนหักค่า GP ไม่ใช่เงินที่โอนเข้าบัญชี — เป็นจุดที่บัญชีร้านอาหารผิดบ่อยมาก

อ้างอิงแนววินิจฉัยกรมสรรพากรตามข้อหารือกรมสรรพากร เลขที่ 0702/พ./1528 (1 มีนาคม 2562) ความรับผิดในการเสีย VAT และการนับฐานภาษี 1.8 ล้านบาท ให้ยึดมูลค่าของสินค้าที่ได้ส่งมอบหรือบริการที่ให้ในปีนั้น ไม่ใช่ยอดเงินที่ได้รับชำระ ดังนั้นแม้แอปจะโอนให้แค่ 136,000 บาทจากยอดขายจริง 200,000 บาท สรรพากรก็ถือว่าฐานภาษีคือ 200,000 บาท — เคยมีลูกค้ามาหาเราด้วยจดหมายสรรพากรเรียกเก็บย้อนหลัง เพราะบัญชีร้านอาหารนับยอดแบบผิดจนเข้าเกณฑ์ VAT มา 2 ปีแล้วไม่รู้ตัว

2.3 VAT ทำงานยังไงในทางปฏิบัติ?

เมื่อจด VAT ต้องเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี (มาตรา 82/3) และยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน:

Output VAT (ภาษีขาย เก็บจากลูกค้า)+ 7,000
Input VAT (ภาษีซื้อ จากซื้อวัตถุดิบ Makro)- 2,800
ส่งสรรพากร4,200 บาท

กำหนดส่ง: ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ยื่นออนไลน์ขยายเวลาถึงวันที่ 23)

2.4 ถ้ายังไม่ถึง 1.8 ล้าน ควรชิงจด VAT ก่อนไหม?

ควรจด ถ้า

  • ซื้อวัตถุดิบจาก Makro/Big C ที่ออกใบกำกับ VAT ได้ — Input VAT สูง คุ้ม
  • รับ Catering / ส่งบริษัทเอกชน — ลูกค้าต้องการใบกำกับภาษี
  • กำลังขยายสาขา / มีแผนระดมทุน
  • ดูทิศทางปีหน้าเกิน 1.8M แน่ๆ — จดเตรียมระบบดีกว่ารีบ
ไม่ควรจด ถ้า

  • ลูกค้า B2C ล้วน — บวก VAT 7% กระทบลูกค้า / แบกเอง = กำไรหด
  • ซื้อจากตลาดสด ไม่มีใบกำกับ — Input VAT ต่ำมาก
  • หลังบ้านยังไม่พร้อม — ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนเป็นภาระ
อย่าลืมเรื่องใบกำกับภาษีเมื่อจด VAT แล้ว ใบกำกับภาษีเต็มรูปที่ร้านออกต้องมีรายการครบตามมาตรา 86/4 (เช่น คำว่า “ใบกำกับภาษี”, ชื่อ-ที่อยู่-เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ, จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มแยกออกจากมูลค่าสินค้าให้ชัดเจน) และต้องจัดทำรายงานภาษีขายและรายงานภาษีซื้อตามมาตรา 87 — อ่านรายละเอียดครบทุกช่องในบทความเรื่องระบบ POS ของเราด้านล่าง

3. บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล — ใช้ตัวเลขตัดสิน อย่าใช้ความรู้สึก

ตอนเริ่มทำบัญชีร้านอาหาร หลายคนใช้ชื่อตัวเอง (บุคคลธรรมดา) เพราะง่าย แต่พอยอดเริ่มโต คำถามคลาสสิกก็มาว่า “เปิดเป็นบริษัทดีไหม?”

3.1 เปรียบเทียบหัวใจหลัก

หัวข้อ บุคคลธรรมดา นิติบุคคล
อัตราภาษีเงินได้ ขั้นบันได 0–35% SME: กำไร 0–300,000 ยกเว้น / 300,001–3,000,000 อัตรา 15% / ส่วนเกิน 3,000,000 อัตรา 20%
หักค่าใช้จ่าย เหมา 60% หรือตามจริง (ม.40(8)/ม.46) ตามจริงเท่านั้น
ยื่นภาษี ภ.ง.ด.94 / ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.51 / ภ.ง.ด.50
ภาระเอกสาร น้อย สูง ต้องมีงบ + ผู้สอบบัญชี
ค่าใช้จ่ายรายปี แทบไม่มี หลักหมื่นบาท/ปี
ความรับผิด ไม่จำกัด จำกัด แยกส่วนตัว/บริษัท
เงื่อนไข SME ที่ได้อัตราภาษีพิเศษอัตราภาษี SME (ยกเว้น 300,000 แรก + 15% + 20%) ใช้เฉพาะบริษัทที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท/ปี เท่านั้น ถ้าเกินเกณฑ์นี้ เสียอัตรา 20% ตั้งแต่บาทแรก

3.2 จุดคุ้มทุนอยู่ตรงไหน?

  • กำไรสุทธิ < 750,000/ปี → บุคคลธรรมดาไปก่อน
  • กำไรสุทธิ 750,000 – 2,000,000 → สูสี ต้องกางตัวเลขดู
  • กำไรสุทธิ > 2,000,000 → เปิดบริษัทเริ่มคุ้ม
มุมมองที่ปรึกษาที่เราเห็นบ่อยคือเจ้าของร้านรีบเปิดบริษัทเพราะ “ดูเท่” แต่ไม่ได้เตรียมระบบบัญชีร้านอาหารหลังบ้าน สุดท้ายต้องปิดบริษัทเพราะค่าใช้จ่ายบัญชีเยอะกว่าภาษีที่ประหยัด — ลำดับที่ถูกควรเป็น: บุคคลธรรมดา → ขายดี → ระบบบัญชีพร้อม → ค่อยเปิดบริษัท ลองอ่าน วางแผนภาษีสิ้นปีสำหรับ SME และบุคคลธรรมดา ประกอบ

4. WHT — ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในบัญชีร้านอาหาร

4.1 เมื่อเราเป็นคนจ่ายเงิน (เราต้องหักเขา)

หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายของร้าน เป็นไปตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 (ออกตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร):

ประเภทการจ่ายเงิน อัตรา WHT อ้างอิง / ตัวอย่าง
ค่าเช่าสถานที่ (ม.40(5)(ก)) 5% ท.ป.4/2528 ข้อ 6 — ค่าเช่า 30,000 → หัก 1,500
ค่าจ้างทำของ (เช่น จ้างถ่ายรูปเมนู, ทำป้าย) 3% ท.ป.4/2528 ข้อ 8 — จ้าง 5,000 → หัก 150
ค่าบริการซ่อมบำรุง 3% ท.ป.4/2528 ข้อ 8 — ซ่อมแอร์ 4,000 → หัก 120
ค่าโฆษณา (ผ่าน Agency) 2% ท.ป.4/2528 — ค่าแอด 10,000 → หัก 200
ค่าขนส่ง (ผู้ให้บริการขนส่งประจำ) 1% ท.ป.4/2528 — จ้างส่งวัตถุดิบ 8,000 → หัก 80
กำหนดส่งและโทษกำหนดส่ง (ภ.ง.ด.3/53): ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ยื่นออนไลน์ขยายถึงวันที่ 15)
โทษถ้าลืม: ค่าปรับกรณีไม่ยื่นแบบ + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน และผู้จ่ายอาจต้องรับผิดร่วมในจำนวนภาษีที่มิได้หักนำส่ง

4.2 ค่า GP แพลตฟอร์ม Delivery — ใครมีหน้าที่หักใคร?

เข้าใจให้ถูก — จุดที่พลาดกันมากที่สุดแพลตฟอร์ม Delivery (Grab/LINE MAN/Shopee) ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายจากยอดขายของร้าน เพราะเงินที่โอนเข้าคือเงินค่าอาหารของร้านเองที่แพลตฟอร์มเก็บมาให้ ไม่ใช่ “เงินได้” ที่แพลตฟอร์มจ่ายให้ร้าน — สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับกัน: ค่า GP / ค่าบริการที่ร้านจ่ายให้แพลตฟอร์ม เป็นค่าบริการที่ร้านซึ่งเป็นนิติบุคคลมีหน้าที่หัก WHT
ผู้จ่ายค่า GP (ร้าน) หน้าที่หัก WHT จากค่า GP ที่จ่ายให้แพลตฟอร์ม
ร้าน = นิติบุคคล (บริษัท/หจก.) หัก 3% (ค่าบริการ ตาม ท.ป.4/2528) แล้วออก 50 ทวิ นำส่ง ภ.ง.ด.53
ร้าน = บุคคลธรรมดา ไม่มีหน้าที่หัก (ผู้จ่ายที่เป็นบุคคลธรรมดาทั่วไปไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย)
เคสจริง — Real Worldร้านนิติบุคคลจ่ายค่า GP ให้แพลตฟอร์มเดือนละ 50,000 บาท ต้องหัก WHT 3% = 1,500 บาท ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้แพลตฟอร์ม และนำส่ง ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป — ในทางปฏิบัติแพลตฟอร์มมักหักค่า GP เต็มจำนวนอัตโนมัติ ร้านจึงต้องวางระบบให้ออกเอกสารหักและนำส่งได้ครบ แนะนำให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีเพื่อจัดระบบให้ถูกต้อง

5. Stock Management — จุดอ่อนของบัญชีร้านอาหารโดยเฉพาะ

5.1 ทำไมเรื่องสต็อกถึงกระทบภาษี?

เรื่องสต็อกคือจุดอ่อนของบัญชีร้านอาหารโดยเฉพาะ เพราะของเน่าเสียได้ สิ้นปีต้องตีมูลค่า “สินค้าคงเหลือ” ออกมา:

ต้นทุนสินค้าที่ขายจริง =สต็อกต้นงวด + ซื้อระหว่างงวด − สต็อกปลายงวด
ถ้านับสต็อก… ผลที่เกิดขึ้น ความเสี่ยง
สูงเกินจริง กำไรในกระดาษสูงเกิน จ่ายภาษีแพงโดยไม่จำเป็น
ต่ำกว่าจริง กำไรดูต่ำผิดปกติ สรรพากรสงสัย เสี่ยงตรวจ
ถูกต้อง งบน่าเชื่อถือ ใช้ตัดสินใจได้
ผู้จด VAT ต้องทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบถ้าร้านจด VAT และขายสินค้า (เช่น ขายเครื่องดื่มบรรจุขวด สินค้าฝากขาย) กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87(3) ด้วย และหากมีสินค้าขาดจากรายงาน จะถือเป็นการขายและต้องเสีย VAT

5.2 วิธีนับสต็อกแบบคนทำงานจริง

ของสด (เนื้อสัตว์, ผัก, อาหารทะเล):

  • นับทุกวัน ตอนปิดกะ
  • เน้นวัตถุดิบหลัก 5-10 อย่างที่ราคาแพง

ของแห้ง:

  • นับสัปดาห์ละครั้ง
  • ตั้ง Par Level (จุดสั่งซื้อขั้นต่ำ)

เครื่องดื่ม:

  • นับทุกวัน — อัตราหายสูงที่สุด
คำแนะนำจากที่ปรึกษาถ้าของเสียสูงผิดปกติ (เช่น > 5% ของต้นทุนวัตถุดิบทุกเดือน) สรรพากรอาจตั้งข้อสังเกต — Food Cost ที่เหมาะสม: ร้านทั่วไป 28-35% / บุฟเฟต์ 35-40% / เครื่องดื่ม 20-25%

6. Tip vs Service Charge — อีกหนึ่งจุดที่บัญชีร้านอาหารทำผิดบ่อย

6.1 Service Charge (ค่าบริการ)

  • ในทางกฎหมาย: รายได้ของร้าน 100%
  • VAT: เป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าฐานภาษี ต้องคำนวณ VAT รวม (ถ้าจด VAT)
  • การบันทึก: บันทึกเป็นรายได้ก่อน → เมื่อแบ่งให้พนักงานค่อยบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย

6.2 Tip (เงินทิป)

  • ในทางกฎหมาย: รายได้ส่วนตัวของพนักงาน
  • VAT: ไม่ต้องคิด
  • เงื่อนไข: ลูกค้าให้พนักงานโดยตรง ไม่ผ่านกระเป๋าร้าน
ข้อควรระวังสำคัญถ้าร้านเก็บทิปรวมไว้เองแล้วสิ้นเดือนค่อยแบ่ง สรรพากรอาจมองว่าเงินก้อนนี้ “ไหลเข้าบัญชีร้านก่อน” และตีเป็นรายได้ร้านได้ — แนะนำให้ทำระบบกล่องทิปแยก และโอนตรงให้พนักงานโดยไม่ผ่านบัญชีร้าน

7. ภาษีพนักงาน — เรื่องที่บัญชีร้านอาหารมักมองข้าม

7.1 ประกันสังคม

ถ้าร้านมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับประกันสังคม ภายใน 30 วัน

หัวข้อ รายละเอียด
เงินสมทบนายจ้าง 5% ของค่าจ้าง (เพดาน 750 บาท/คน/เดือน)
เงินสมทบลูกจ้าง 5% ของค่าจ้าง (นายจ้างหักแทน)
กำหนดนำส่ง ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

7.2 ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1)

ถ้าพนักงานมีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี นายจ้างต้องหักภาษีเงินได้จากเงินเดือน (เงินได้ประเภท 40(1)) ทุกเดือนและนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.1

8. เอกสารสำหรับบัญชีร้านอาหารที่ต้องเก็บ

กฎหมายกำหนดให้เก็บเอกสารบัญชีร้านอาหารไว้อย่างน้อย 5 ปี นับจากวันที่ยื่นแบบ

Checklist ที่ต้องทำทุกวัน

  • สลิปสรุปยอดขายจากเครื่อง POS (X-Report / Z-Report)
  • สลิปจบกะ (Cash Report)
  • บิล/ใบเสร็จค่าซื้อวัตถุดิบ
  • สมุดบันทึกของเสีย (Wastage Log)

Checklist ที่ต้องทำทุกสัปดาห์

  • รายงานยอดขายจากแพลตฟอร์ม Delivery ทุกเจ้า
  • ใบแจ้งยอดเงินโอน (Payout Statement)
  • รายงานสต็อกของแห้งและเครื่องดื่ม

Checklist ที่ต้องทำทุกเดือน

  • Bank Statement ของบัญชีร้านทุกบัญชี
  • ใบกำกับภาษีซื้อ (กรณีจด VAT — ต้องเข้ารายการตาม ม.86/4)
  • หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ทั้ง 2 ฝั่ง
  • สลิปเงินเดือนพนักงาน / เอกสารส่งประกันสังคม
  • Revenue Reconciliation

Checklist ที่ต้องทำทุกปี

  • รายงานนับสต็อกวันสิ้นปี (พร้อมลายเซ็นผู้นับ)
  • ทะเบียนทรัพย์สิน (โต๊ะ ตู้แช่ เตาอบ)
  • สำเนา 50 ทวิ ที่ร้านออกให้แพลตฟอร์ม Delivery จากการหัก WHT ค่า GP (กรณีนิติบุคคล)

9. ค่าเสื่อมราคาในบัญชีร้านอาหาร

ประเภททรัพย์สิน ราคาซื้อ วิธีหักค่าใช้จ่าย
อุปกรณ์มูลค่าน้อย ต่ำกว่าเกณฑ์ตามนโยบายบัญชี ตัดเป็นค่าใช้จ่ายปีที่ซื้อ
เครื่องครัว เตาอบ ตู้แช่ ทรัพย์สินถาวร หักค่าเสื่อม 20%/ปี (5 ปี)
เครื่องตกแต่งร้าน ทรัพย์สินถาวร หักค่าเสื่อม 20%/ปี (5 ปี)
คอมพิวเตอร์ / POS ทรัพย์สินถาวร หักค่าเสื่อม 33.3%/ปี (3 ปี)

ตัวอย่าง: ซื้อเตาอบอุตสาหกรรม 150,000 บาท → ทยอยหักค่าเสื่อมปีละ 30,000 (20%) เป็นเวลา 5 ปี ไม่สามารถตัดทั้งก้อนในปีเดียว

10. ข้อผิดพลาดของบัญชีร้านอาหารที่เราเจอบ่อยที่สุด

1. ใช้บัญชีส่วนตัวปนกับบัญชีร้าน

เงินส่วนตัวปนกับเงินร้าน พอสิ้นปีแยกไม่ออก

วิธีแก้เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับร้านโดยเฉพาะ ไม่ว่าเล็กแค่ไหน

2. ซื้อของแล้วไม่เก็บใบเสร็จ

จ่ายเงินไปแต่ไม่มีหลักฐาน กลายเป็นว่าร้านมีกำไรสูงปรี๊ด

วิธีแก้ถ่ายรูปใบเสร็จทุกใบทันที เก็บใน Google Drive แยกตามเดือน

3. เข้าใจว่ายอดเงินโอนเข้า = ยอดขาย

ลืมบันทึกค่า GP ที่แพลตฟอร์มหัก แล้วลงรายได้แค่ยอดที่โอนเข้า ทำให้ตัวเลขในงบเละเทะ

4. ละเลยการนับสต็อก

สิ้นปีใช้วิธี “กะๆ เอา” พอสรรพากรมาตรวจ โดนภาษีย้อนหลัง

5. ลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่าที่

จ่ายค่าเช่าเต็มจำนวน ทั้งที่ต้องหัก 5% ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 6 สุดท้ายต้องควักเนื้อจ่ายภาษีแทนเจ้าของที่

วิธีแก้ตั้งตารางเตือน “หัก WHT ค่าเช่า 5%” ทุกเดือน

6. ขายเพลินจนลืมดูยอด 1.8 ล้าน

มารู้ตัวอีกทีตอนสรรพากรส่งจดหมายมา พร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม

วิธีแก้ติดตามยอดสะสมทุกเดือน ถ้าทะลุ 1.5 ล้าน เตรียมปรึกษานักบัญชี

7. เปิดบริษัทตามเทรนด์ แต่ไม่ยอมทำบัญชี

คิดว่าจดบริษัทแล้วดูเท่ แต่ไม่จ้างคนทำบัญชีร้านอาหาร ปล่อยทิ้งร้าง สรรพากรมีค่าปรับสะสมรออยู่

11. ควรจ้างสำนักงานบัญชีร้านอาหารตอนไหนดี?

ทำเองได้ ถ้า

  • รายได้ยังไม่เกิน 1.5 ล้าน/ปี
  • ทำในนามบุคคลธรรมดา หักค่าใช้จ่ายเหมา 60%
  • มีช่องทางรับเงินไม่เยอะ
  • ยังไม่จด VAT
เริ่มหาสำนักงานบัญชีได้เลย ถ้ามีสัญญาณเหล่านี้

  • รายได้แตะ 1.8 ล้านแล้ว (ต้องทำ VAT ตาม ม.85/1)
  • เปิดขายหลายแอป Delivery 3-4 เจ้า
  • จดทะเบียนเป็นบริษัท/หจก. แล้ว
  • มีคำถามภาษีที่เซิร์ชแล้วยังไม่แน่ใจ

เรทราคาสำนักงานบัญชีร้านอาหาร (โดยประมาณ)

ขนาดร้าน / ความซับซ้อน ค่าบริการ
ร้านเล็ก บุคคลธรรมดา ไม่จด VAT 1,500 – 3,000 บาท/เดือน
ร้านขนาดกลาง จด VAT 3,000 – 6,000 บาท/เดือน
บริษัท/หจก. หลายช่องทาง 6,000 – 15,000 บาท/เดือน
เชนร้านอาหาร หลายสาขา เริ่ม 15,000 บาท/เดือนขึ้นไป
มุมมองที่ปรึกษาก่อนเลือกสำนักงานบัญชี ถามว่าเขาเคยดูแลบัญชีร้านอาหาร/F&B มาก่อนไหม เพราะมีความเฉพาะตัวสูง โดยเฉพาะเรื่อง Delivery, สต็อกของสด และการหัก WHT ค่า GP หลายแพลตฟอร์ม
อ่านต่อสำหรับเจ้าของร้านบทความนี้เป็นฉบับครบจบ ถ้าต้องการเวอร์ชันปูพื้นฐานการทำบัญชีร้านอาหารและเครื่องดื่มแบบเข้าใจง่าย อ่าน การทำบัญชีสำหรับธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม และถ้ากำลังเลือกเครื่องบันทึกการขาย อ่าน การเลือกระบบ POS สำหรับร้านอาหาร ที่อธิบายเงื่อนไขใบกำกับภาษีเต็มรูปตาม ม.86/4 ไว้ครบ

ปรึกษาฟรี 30 นาที — เฉพาะคนทำร้านอาหาร

ทีมที่ปรึกษาบัญชีร้านอาหาร Tawan Consultant ดูแลลูกค้าตั้งแต่ร้านสตรีทฟู้ดไปจนถึงเชน 10+ สาขา

คุยกับเรา 30 นาที คุณจะได้:

  • ประเมินสุขภาพธุรกิจว่าตอนนี้ควรจด VAT แล้วหรือยัง
  • เคาะตัวเลขเบื้องต้น บุคคลธรรมดา vs บริษัท แบบไหนเซฟภาษีกว่า
  • รายการเอกสารที่ร้านคุณควรเน้นเก็บ
  • คุยแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ไม่กดดันขายคอร์ส

FAQ — คำถามยอดฮิตเรื่องบัญชีร้านอาหาร

Q: เปิดร้านอาหารใหม่ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้างให้ถูกต้อง?
เริ่มต้นด้วย ทะเบียนพาณิชย์ ที่เขต/อำเภอ และขอ ใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร จากสาธารณสุข ถ้าขายเบียร์/เหล้าด้วย ต้องขอ ใบอนุญาตขายสุรา เพิ่ม ส่วน VAT จะบังคับจดเมื่อฐานภาษีเกิน 1.8 ล้าน/ปี (ม.85/1) และถ้ามีลูกจ้าง อย่าลืมขึ้นทะเบียนประกันสังคม
Q: ขายผ่าน GrabFood แล้ว Grab หักภาษี ณ ที่จ่ายจากร้านเราหรือเปล่า?
เข้าใจผิดกันเยอะมาก! ยอดที่ Grab หักไปคือ ค่า GP / ค่าบริการ ไม่ใช่การหักภาษี ณ ที่จ่ายจากร้าน แพลตฟอร์มไม่ได้หัก WHT จากยอดขายของร้าน เพราะเงินที่โอนเข้าคือค่าอาหารของร้านเองที่แพลตฟอร์มเก็บมาให้ — ในทางกลับกัน ถ้าร้านเป็นนิติบุคคล ร้านต่างหากที่มีหน้าที่หัก WHT 3% จากค่า GP แล้วนำส่ง ภ.ง.ด.53 และไม่ว่ากรณีใด ร้านยังต้องเสียภาษีเงินได้จากรายได้ 40(8) เต็มจำนวนตามปกติ
Q: ร้านเล็กๆ ยอดขายปีละ 800,000 ต้องมีคนทำบัญชีร้านอาหารไหม?
ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา กฎหมายไม่บังคับให้จัดทำบัญชีตามมาตรฐานเป๊ะๆ แต่ต้องเก็บหลักฐานและยื่นภาษี (ภ.ง.ด.94/90) ครบ ถ้าจดเป็นบริษัทเมื่อไหร่ ไม่ว่ายอดขายจะเท่าไหร่ กฎหมายบังคับให้ต้องมีนักบัญชีทำงบและผู้สอบบัญชีตรวจสอบทุกปี
Q: ซื้อโต๊ะ เก้าอี้ แอร์ ตู้เย็นใหญ่ๆ เอามาลงเป็นค่าใช้จ่ายรวดเดียวได้ไหม?
อุปกรณ์มูลค่าน้อยตัดเป็นค่าใช้จ่ายได้ในปีนั้น แต่ทรัพย์สินถาวร (เครื่องครัว ตู้แช่ เตาอบ) ต้องทยอยหักเป็น “ค่าเสื่อมราคา” ตามอายุการใช้งาน (เครื่องครัวปกติ 5 ปี = หักปีละ 20%)
Q: ถ้าร้านขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม?
ต้องยื่น ถึงแม้จะขาดทุน ข้อดีคือถ้าจดเป็นบริษัท ผลขาดทุนสุทธิสามารถนำไปหักกลบกับกำไรในรอบบัญชีถัดไปได้สูงสุด 5 ปี (Tax Loss Carry Forward)
Q: ร้านอาหารต้องยื่นภาษีกี่ครั้งต่อปี?
บุคคลธรรมดา: 2 ครั้ง — ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี ยื่นกันยายน) และ ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี ยื่นมีนาคมปีถัดไป)
นิติบุคคล: 2 ครั้ง — ภ.ง.ด.51 (ประมาณการครึ่งปี) และ ภ.ง.ด.50 (สรุปทั้งปี ภายใน 150 วันหลังรอบบัญชีสิ้นสุด)
จด VAT: เพิ่ม ภ.พ.30 ทุกเดือน

อ้างอิงกฎหมายและข้อหารือ (ฉบับเต็ม — ตรวจสอบได้)

ตัวบทกฎหมายและข้อหารือกรมสรรพากรที่อ้างถึงในบทความ คลิกลิงก์จากคำอ้างอิงในเนื้อหาเพื่อเลื่อนมาดูฉบับเต็มได้ที่นี่

มาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8

(8) เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7) แล้ว

มาตรา 46 แห่งประมวลรัษฎากร — การหักค่าใช้จ่ายเงินได้ 40(8)

เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา 40 (8) ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามที่จะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

มาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร — ยกเว้น VAT กิจการขนาดย่อม

ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และกิจการดังกล่าวมีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 กำหนดมูลค่าฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมไว้ที่ 1,800,000 บาทต่อปี

มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร — คำนวณ VAT (ภาษีขาย − ภาษีซื้อ)

ภายใต้บังคับมาตรา 82/7 มาตรา 82/8 และมาตรา 82/16 ให้ผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี

มาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร — กำหนดเวลาจดทะเบียน VAT

ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ (1) สำหรับผู้ประกอบการซึ่ง…มีมูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 81/1 ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่ (ก) วันที่มูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม…

มาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร — รายการในใบกำกับภาษีเต็มรูป

ใบกำกับภาษีต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (1) คำว่า “ใบกำกับภาษี” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด (2) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี (3) ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ (4) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่มถ้ามี (5) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ (6) จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าและหรือของบริการให้ชัดแจ้ง (7) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี (8) ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด

มาตรา 87 แห่งประมวลรัษฎากร — รายงานที่ผู้จด VAT ต้องจัดทำ

ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่จัดทำรายงานเกี่ยวกับการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มดังต่อไปนี้ (1) รายงานภาษีขาย (2) รายงานภาษีซื้อ (3) รายงานสินค้าและวัตถุดิบเฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการขายสินค้า

มาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร — ฐานอำนาจ WHT ตามกฎกระทรวง

ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี ให้อธิบดีมีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ซึ่งไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามลักษณะ 2 หักภาษี ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราที่กำหนดโดยกฎกระทรวง…

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6 — WHT ค่าเช่าทรัพย์สิน 5%

ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้จ่ายค่าเช่าหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามมาตรา 40(5)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร (แต่ไม่รวมถึงค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือน) หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 — WHT ค่าจ้างทำของ 3%

ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน เฉพาะที่เป็นค่าจ้างทำของ หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0

ข้อหารือกรมสรรพากร เลขที่ กค 0702/พ./1528 (ลว. 1 มีนาคม 2562)

ประเด็น: การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อมีมูลค่าของฐานภาษีเกิน 1,800,000 บาทต่อปี (ข้อกฎหมาย: มาตรา 77/1(5))

ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและการนับมูลค่าฐานภาษี ให้ถือ “มูลค่าของสินค้าที่ได้ส่งมอบหรือบริการที่ให้ในปีนั้น” ไม่ใช่ยอดเงินที่ได้รับชำระ — กรณีส่งมอบสินค้าในปีมูลค่า 1,798,375 บาท แม้จะได้รับชำระค่าสินค้าของปีก่อนเพิ่มอีก 327,225 บาท รวมเป็นเงินรับ 2,125,600 บาท ก็ยังไม่มีหน้าที่จดทะเบียน VAT เพราะฐานภาษีที่เกิดขึ้นจริงในปีนั้นยังไม่เกิน 1.8 ล้านบาท

เลขตู้ 82/40841 · ที่มา: rd.go.th/26591.html

แหล่งข้อมูลอ้างอิงหลัก: กรมสรรพากร (rd.go.th)

Tags:
#บัญชีร้านอาหาร #ภาษีร้านอาหาร #ภาษีGrabFood #ภาษีLINEMAN #VATร้านอาหาร #เปิดร้านอาหาร #สำนักงานบัญชี #SME #วางแผนภาษี #DeliveryPlatform

บริการของเรา

ที่ปรึกษาเฉพาะคุณ

"ข้อมูลบัญชีบอกผลการดำเนินงาน”

เราวิเคราะห์ตัวเลขที่เกิดขึ้น ให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจในอนาคต ในทุกเรื่องของธุรกิจ ให้ธุรกิจเติบโต

HOW WE'RE DIFFERENT

TAWAN CONSULTANT

ผู้จัดทำบัญชีและผู้ตวจสอบบัญชีมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการทำงานมามากกว่า 10 ปี

ทีมงานสำนักงานบัญชีกำลังให้คำปรึกษาลูกค้าเพื่อวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย
5+

ผู้เชี่ยวชาญ

51+

ลูกค้าของเรา

1+

บริษัทในเครือเรา

ABOUT US

เราคือโอกาสให้คุณมีเวลากลับไปทำในสิ่งที่ธุรกิจคุณถนัดที่สุด ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเติบโตอย่างมั่นคง

เราเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มุ่งมั่นให้บริการธุรกิจ SME ทั่วประเทศ เราดูแลด้านบัญชีเพื่อลดภาระการจัดการตัวเลขของคุณ ในขณะที่คุณสามารถโฟกัสกับการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ บริการของเรายืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับประเภทและขนาดธุรกิจของคุณ