11 เรื่อง ภาษีขายของออนไลน์ 2569



บัญชีและภาษีขายของออนไลน์ 2569:  11 เรื่อง อ่านจบทำเองได้

“จากที่เราดูแลลูกค้าที่ขายของออนไลน์มาหลายร้อยราย สิ่งที่เห็นซ้ำๆ ทุกปีคือ — ขายดีมาก แต่พอถึงเรื่องภาษีขายของออนไลน์ กลับไม่รู้ว่าต้องทำอะไร จนมารู้ตัวอีกทีตอนสรรพากรเคาะประตูแล้ว”

📌 สรุปสั้นๆ สำหรับคนเวลาน้อย

ภาษีขายของออนไลน์ในปี 2569 มี “กับดัก” ที่ต่างจากค้าขายหน้าร้านแบบเดิมสิ้นเชิง จากที่ดูแลลูกค้ามา ปัญหามักวนอยู่กับ 5 เรื่องนี้:

  1. สรรพากรเห็นทุกบาทที่โอนเข้าบัญชี — ธนาคารรายงานธุรกรรมอัตโนมัติ ยุคนี้ “ซ่อนรายได้” แทบเป็นไปไม่ได้
  2. ยอดขายจริง ≠ เงินที่ได้รับ — แพลตฟอร์มหัก Commission, ค่าโปรโมชัน, ค่าขนส่งสมทบ ก่อนโอน แต่สรรพากรนับยอดเต็ม
  3. เพดาน VAT 1.8 ล้าน ทะลุง่ายกว่าที่คิด — ขายวันละ 5,000 บาท ปีเดียวก็เกิน
  4. ขายหลายแพลตฟอร์ม = ปวดหัวหลายเท่า — Shopee, Lazada, TikTok Shop ระบบหลังบ้านคนละแบบ
  5. ภาษี WHT ที่ถูกหักเงียบๆ — หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกหัก แล้วก็ลืมเอาไปลดหย่อนปลายปี

ถ้าอ่านจบ จะรู้ทุกเรื่องภาษีขายของออนไลน์ที่จำเป็นต่อการอยู่รอด

1. ภาษีขายของออนไลน์: สรรพากรรู้ยอดของคุณได้ยังไง — อย่าคิดว่าหนีได้

1.1 ระบบรายงานธุรกรรมอัตโนมัติ (e-Payment)

ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงินต้องรายงานธุรกรรมต่อสรรพากรอัตโนมัติ ถ้าเข้าเงื่อนไข:

เงื่อนไข รายละเอียด
ฝากหรือรับโอน ≥ 3,000 ครั้ง/ปี นับรวมทุกบัญชีในธนาคารเดียวกัน
ฝากหรือรับโอน ≥ 400 ครั้ง/ปี และยอดรวม ≥ 2 ล้านบาท ครั้ง + จำนวนเงิน ดูควบคู่กัน

แปลภาษาคนขายของ: ขายวันละ 10 ออเดอร์ ปีหนึ่ง 3,650 ครั้ง — ธนาคารส่งข้อมูลให้สรรพากรแน่นอน

1.2 ข้อมูลจากแพลตฟอร์มโดยตรง

  • Shopee, Lazada, TikTok Shop — มียอดขาย ชื่อร้าน เลขบัตร/นิติบุคคลของผู้ขายทุกราย
  • e-Wallet — TrueMoney, PromptPay บันทึกทุกรายการ
  • ข้อมูลขนส่ง — Kerry, Flash, J&T มีจำนวนพัสดุที่ส่งออก
💡 อินไซต์จากที่ปรึกษาสรรพากรใช้วิธี “จับคู่ข้อมูล” (Data Matching) — เอายอดจากธนาคาร + แพลตฟอร์ม + ขนส่ง มาไขว้กัน ถ้ายอดขายสูงแต่ไม่เคยยื่นภาษี ระบบจะแฟล็กขึ้นมาเอง การวางแผนภาษีขายของออนไลน์จึงต้องทำตั้งแต่ปีแรกที่มีรายได้

🎯 คำแนะนำจากเราอย่ากลัวการยื่นภาษี — กลัวการ “ไม่ยื่น” มากกว่า เพราะโทษจากการไม่ยื่นหนักกว่าภาษีที่ต้องจ่ายเสมอ

2. บันทึกรายได้ใน บัญชีร้านขายของออนไลน์ — ตัวเลขที่แพลตฟอร์มโอนให้ ≠ รายได้จริง

2.1 แพลตฟอร์มหักอะไรไปบ้าง?

ก่อนเงินจะถึงมือคุณ แพลตฟอร์มหักค่าใช้จ่ายหลายรายการ — นี่คือหัวใจของภาษีขายของออนไลน์ที่ถูกต้อง:

รายการที่ถูกหัก Shopee Lazada TikTok Shop
Commission 4-8% 3-6% 3-6%
ค่าธรรมเนียมชำระเงิน 2-3% 1.5-3% 3-4%
Service Fee 2-6.42% 1-2% 1-4%
ค่าโปรโมชัน (Ads, Voucher) ตามที่ใช้ ตามที่ใช้ ตามที่ใช้
ค่าขนส่งสมทบ ตามแคมเปญ ตามแคมเปญ ตามแคมเปญ
รวมค่าธรรมเนียมคงที่ ~12-18% ~8-12% ~8-14%

หมายเหตุ: ตัวเลขโดยประมาณ ณ ช่วงปี 2568-2569 แพลตฟอร์มปรับบ่อย ตรวจจากหลังบ้านเสมอ ยังไม่รวมค่า Ads และค่าขนส่งสมทบที่อาจเพิ่มอีก 3-10%

2.2 ตัวอย่างจริง — Shopee ขาย 1,000 บาท

ลูกค้าจ่ายให้ Shopee1,000.00 บาท
หัก Commission 6.5%-65.00 บาท
หักค่าธรรมเนียมชำระเงิน 2.91%-29.10 บาท
หัก Service Fee 6.42%-64.20 บาท
หัก Voucher สมทบ-30.00 บาท
เงินโอนเข้าบัญชีจริง811.70 บาท

วิธีบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง (สำคัญต่อภาษีขายของออนไลน์):

บัญชี เดบิต เครดิต
เงินสด/เงินฝากธนาคาร 811.70
Commission (ค่าใช้จ่าย) 65.00
ค่าธรรมเนียมชำระเงิน 29.10
Service Fee 64.20
ค่าโปรโมชัน 30.00
รายได้จากการขาย 1,000
💡 ทำไมต้องลงยอด 1,000 ไม่ใช่ 811.70?สรรพากรยึดหลัก “รายได้พึงประเมิน” = 1,000 บาท ส่วน 188.30 บาท คือ “ค่าใช้จ่าย” ที่หักลดหย่อนได้ ถ้าลงแค่ 811.70 คุณเสียทั้งค่าใช้จ่ายที่ควรหักได้ และตัวเลขวิเคราะห์ธุรกิจก็ผิดเพี้ยน — ขาย 1,000 บาท แต่เงินเข้าจริงแค่ ~810 บาท หายไปเกือบ 19% นี่ยังไม่รวม Ads

2.3 Revenue Reconciliation ทุกสิ้นเดือน

หัวใจของภาษีขายของออนไลน์คือการกระทบยอด:

  1. ดาวน์โหลด Sales Report จากหลังบ้านทุกแพลตฟอร์ม
  2. ดาวน์โหลด Finance Report ที่แสดงรายการหักค่าธรรมเนียม
  3. ดึง Bank Statement
  4. กระทบ: ยอดขายเต็ม − ค่าธรรมเนียม − WHT = เงินรับเข้า
ช่องทาง ยอดขาย (เต็ม) ค่าธรรมเนียม รับเข้าบัญชี
Shopee 120,000 19,200 (16%) 100,800
Lazada 60,000 6,000 (10%) 54,000
TikTok Shop 40,000 4,400 (11%) 35,600
Website ตัวเอง 30,000 900 (3%) 29,100
รวม 250,000 30,500 (12%) 219,500

ตัวอย่าง Revenue Reconciliation ภาษีขายของออนไลน์ Shopee Lazada TikTok Shop
การจัดการ ภาษีขายของออนไลน์ ต้องครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มที่ขาย
📋 เคสจริงลูกค้าขายเครื่องสำอางผ่าน 3 แพลตฟอร์ม ยอดรวม 5 ล้าน/ปี ค่าธรรมเนียมรวม 12-15% = 600,000-750,000 บาท/ปี แต่ลงรายได้แค่ 4.3 ล้าน (ยอดที่โอนเข้า) สรรพากรมาตรวจ โดนภาษีขายของออนไลน์ย้อนหลัง + เบี้ยปรับเกือบ 400,000 บาท ทั้งที่ถ้าลงถูกตั้งแต่แรก ค่าธรรมเนียม 700,000 บาทนั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่หักได้อยู่แล้ว

2.4 ค่าโฆษณาต่างประเทศ (ภ.พ.36) — กับดักภาษีที่คนยิงแอดต้องรู้

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์แทบทุกคนยิงแอด Facebook, Google, TikTok Ads — แพลตฟอร์มจดทะเบียนต่างประเทศ มีผลต่อภาษีขายของออนไลน์แตกต่างกัน:

กรณีที่ 1: ยังไม่จด VAT

แพลตฟอร์มบวก VAT 7% มาให้เลย:

งบยิงแอด Facebook1,000.00 บาท
VAT 7% ที่ Facebook เรียกเก็บ70.00 บาท
ยอดที่ถูกเรียกเก็บจริง1,070.00 บาท
  • นำยอด 1,070 ลงเป็นค่าใช้จ่ายได้ตามจริง
  • ไม่ต้องยื่น ภ.พ.36

กรณีที่ 2: จด VAT แล้ว (สำคัญมาก!)

การจ่ายค่าบริการให้บริษัทต่างประเทศ มีหน้าที่นำส่ง VAT แทนผู้ให้บริการต่างประเทศ ด้วยแบบ ภ.พ.36

  1. จ่ายค่าแอดตามปกติ
  2. คำนวณ VAT 7% จากค่าบริการก่อน VAT (ค่าแอด 10,000 → VAT 700)
  3. ยื่น ภ.พ.36 พร้อมชำระภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
  4. นำ VAT ที่จ่ายไปใช้เป็น Input VAT ใน ภ.พ.30 เดือนเดียวกันได้
⚠️ จุดที่ต้องระวังมาก

  • ใบเสร็จค่าแอดที่ Facebook/Google บวก VAT 7% มาให้ ไม่สามารถนำมาเคลมเป็นภาษีซื้อใน ภ.พ.30 ได้โดยตรง ต้องยื่น ภ.พ.36 ก่อน
  • ลืมยื่น ภ.พ.36 = เบี้ยปรับ 2 เท่า + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน
  • หลายร้านจ่ายค่าแอดเดือนละหลายหมื่น ไม่เคยยื่น ภ.พ.36 พอสรรพากรตรวจ โดนย้อนหลังหลายปี

3. VAT ในมุม ภาษีขายของออนไลน์ — เมื่อไรต้องจด

3.1 กฎเหล็กที่หลบไม่ได้

จำตัวเลขนี้: รายได้เกิน 1,800,000 บาท/ปี = บังคับจด VAT

  • ขายวันละ 5,000 → ปีละ 1,825,000 → ทะลุเกณฑ์
  • ขายเดือนละ 150,000 → ปีละ 1,800,000 พอดี
⚠️ สำคัญสรรพากรนับจาก “ยอดขายเต็ม” ก่อนหัก Commission ไม่ใช่เงินที่โอนเข้า — เป็นจุดที่ภาษีขายของออนไลน์พลาดบ่อยที่สุด

3.2 จด VAT แล้วราคาสินค้าต้องบวก 7% ไหม?

คำตอบคือ “ไม่จำเป็น” แต่ต้องเข้าใจที่เกิดขึ้น:

  • ก่อนจด VAT: ขาย 100 บาท → ได้ 100 บาท
  • หลังจด VAT (ราคาเดิม): ขาย 100 บาท = รายได้จริง 93.46 + VAT 6.54
  • หลังจด VAT (บวกขึ้น): ขาย 107 บาท = สินค้า 100 + VAT 7
⚠️ จุดที่ต้องระวังขายบน Shopee/Lazada ราคาที่แสดงคือราคารวม VAT แล้ว ต้องตัดสินใจว่าจะ “กินมาร์จินลดลง 7%” หรือ “ขึ้นราคา” ซึ่งขึ้นราคาบนแพลตฟอร์มอาจกระทบยอดขาย ต้องชั่งน้ำหนัก

3.3 VAT ทำงานยังไงในทางปฏิบัติ?

ขาย 200,000 → Output VAT+ 14,000
ซื้อสินค้า 100,000 → Input VAT- 7,000
ค่าธรรมเนียม Shopee 12,000 → Input VAT- 840
ส่งสรรพากร6,160 บาท

กำหนดส่ง: วันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ออนไลน์ขยายถึง 23)

3.4 ใบกำกับภาษีจากแพลตฟอร์ม — ขอคืน VAT ได้ไหม?

แพลตฟอร์ม ออกใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียม ขอคืน Input VAT
Shopee ออกให้ (ดาวน์โหลดจาก Seller Centre) ได้ ถ้าจด VAT
Lazada ออกให้ (ดาวน์โหลดจาก Seller Center) ได้ ถ้าจด VAT
TikTok Shop ออกให้ (ดาวน์โหลดจาก Seller Center) ได้ ถ้าจด VAT
🎯 คำแนะนำจากเราดาวน์โหลดใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียมทุกเดือน อย่ารอสิ้นปี เพราะบางแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลย้อนหลังแค่ 6 เดือน

3.5 e-Tax Invoice & e-Receipt

ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่สรรพากรผลักดัน — Shopee/Lazada รองรับแล้ว ถ้าจด VAT ควรพิจารณา:

  • ลดต้นทุนกระดาษ ค่าพิมพ์ ค่าจัดส่ง
  • ลดปัญหาลูกค้าขอใบกำกับย้อนหลัง (ระบบออกอัตโนมัติ)
  • จัดเก็บดิจิทัล ค้นหาง่าย ไม่กลัวหาย
  • ลดความเสี่ยงใบกำกับปลอม
🤝 มุมมองที่ปรึกษาถ้ายอด > 5 ล้าน/ปี และขายหลายแพลตฟอร์ม — e-Tax Invoice ช่วยประหยัดเวลา/ลดข้อผิดพลาดมาก แต่ถ้ายอดยังน้อยและขายแค่ 1-2 แพลตฟอร์ม ยังไม่จำเป็นต้องรีบ ออกใบกำกับกระดาษตามปกติได้

4. บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล — ใช้ตัวเลขตัดสิน อย่าใช้ความรู้สึก

4.1 เปรียบเทียบหัวใจหลัก

หัวข้อ บุคคลธรรมดา นิติบุคคล
อัตราภาษีเงินได้ ขั้นบันได 0-35% สูงสุด 20% (SME เริ่ม 15%)
หักค่าใช้จ่าย เหมา 60% หรือตามจริง ตามจริงเท่านั้น
ขายบนแพลตฟอร์ม ใช้บัตรประชาชน ต้องใช้เลขนิติบุคคล
ภาระเอกสาร น้อย สูง (งบ + ผู้สอบบัญชี)
ค่าใช้จ่ายรายปี แทบไม่มี หลักหมื่น/ปี
ความรับผิด ไม่จำกัด จำกัด
ความน่าเชื่อถือ ดูเป็นร้านเล็ก สมัคร Official Shop ได้

4.2 จุดคุ้มทุนอยู่ตรงไหน?

  • กำไรสุทธิ < 750,000/ปี → บุคคลธรรมดา
  • กำไรสุทธิ 750,000 – 2,000,000 → สูสี กางตัวเลขดู
  • กำไรสุทธิ > 2,000,000 → เปิดบริษัทเลย

4.3 ตัวอย่างคำนวณจริง

คนขายของออนไลน์ ยอด 3 ล้าน/ปี ต้นทุน 1.5 ล้าน ค่าธรรมเนียม 3 แสน ค่าใช้จ่ายอื่น 2 แสน → กำไรสุทธิ 1,000,000:

💡 บุคคลธรรมดา (หักเหมา 60%)

รายได้3,000,000
หักค่าใช้จ่ายเหมา 60%-1,800,000
หักลดหย่อนส่วนตัว-60,000
ภาษี (ขั้นบันได)~150,000
💡 นิติบุคคล (SME)

กำไรสุทธิ1,000,000
ภาษี 3 แสนแรก0
ภาษี 7 แสนที่เหลือ (15%)105,000
+ ค่าบัญชี/ตรวจสอบ60,000
รวม~165,000
🤝 มุมมองที่ปรึกษาเคสนี้บุคคลธรรมดาถูกกว่าเล็กน้อย (150K vs 165K) เพราะหักเหมา 60% สูงกว่าค่าใช้จ่ายจริง แต่ส่วนต่างแค่ ~15,000 ถ้าธุรกิจจะโตต่อ เปิดบริษัทไว้ก่อนก็คุ้ม — จุดคุ้มทุนจริงขึ้นกับโครงสร้างค่าใช้จ่าย ร้านที่ต้นทุนต่ำ (Digital, เสื้อผ้ามาร์จินสูง) หักเหมา 60% คุ้มกว่า กางตัวเลขจริงกับนักบัญชีก่อนตัดสินใจ

5. WHT ในระบบ ภาษีขายของออนไลน์ — เงินที่ถูกหักเงียบๆ

5.1 เมื่อคุณเป็นผู้ขาย (โดนแพลตฟอร์มหัก)

รูปแบบ อัตรา WHT
บุคคลธรรมดา 3% ของค่าบริการ
นิติบุคคล 3% ของค่าบริการ

หมายเหตุ: ไม่ใช่ทุกแพลตฟอร์มจะหัก WHT ตรวจสอบจาก Finance Report

5.2 เมื่อคุณจ้างคนอื่น (คุณต้องหักเขา)

ประเภทการจ่าย WHT ตัวอย่าง
ค่าจ้างถ่ายรูปสินค้า 3% 5,000 → หัก 150
ค่าจ้าง Influencer รีวิว 3% 10,000 → หัก 300
ค่าจ้างออกแบบ Packaging 3% 8,000 → หัก 240
ค่าเช่าสถานที่เก็บสินค้า 5% 15,000 → หัก 750
ค่าขนส่ง (นิติบุคคล) 1% 20,000 → หัก 200

หักเงินไว้ → ออก 50 ทวิ → นำส่ง ภ.ง.ด.3/53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

📋 เคสจริงลูกค้าขาย Shopee ยอด 8 ล้าน/ปี ถูกหัก WHT จากแพลตฟอร์ม+ค่าบริการต่างๆ รวมปีละ 45,000 บาท แต่ 2 ปีแรกไม่เคยเอามาใช้ลดหย่อน — ทิ้งเงินไป 90,000 บาท ฟรีๆ การวางแผนภาษีขายของออนไลน์ที่ดีต้องรวบรวม 50 ทวิทุกเดือน

6. ขายหลายแพลตฟอร์ม — วิธีจัดการให้บัญชีขายของออนไลน์ไม่ปวดหัว

6.1 ปัญหาคลาสสิก

  • Shopee ปิดงวด 1/16, Lazada รายสัปดาห์, TikTok Shop อีกรอบ
  • รายงานคนละรูปแบบ
  • Return/Refund หักคนละจังหวะ
  • โปรโมชันหักต่างกัน

6.2 ระบบจัดการที่แนะนำ

ขนาดร้าน ระบบที่เหมาะ
ไม่เกิน 1 ล้าน/ปี Google Sheets / Excel + Finance Report รายเดือน
1-5 ล้าน/ปี PEAK, FlowAccount + เชื่อม Bank + นักบัญชีรายเดือน
5 ล้านขึ้นไป ERP (Zort, Shipnity) + สำนักงานบัญชี + วางแผนภาษี

7. Dropship กับ Pre-order — โมเดลที่บันทึกบัญชีผิดกันเกือบทุกร้าน

7.1 Dropship — คุณคือ “ผู้ขาย” ไม่ใช่ “นายหน้า”

ในสายตาสรรพากร ถ้าลูกค้าจ่ายเงินให้คุณ คุณคือ “ผู้ขาย” เต็มตัว

ลูกค้าจ่ายให้ร้าน1,200 บาท
จ่ายซัพพลายเออร์800 บาท
ค่าขนส่ง50 บาท
กำไรขั้นต้น350 บาท

บันทึก: รายได้ 1,200 (ไม่ใช่ 350!) / ต้นทุนสินค้า 800 / ค่าขนส่ง 50

⚠️ ผิดบ่อยมากหลายร้าน Dropship ลงรายได้แค่ส่วนต่าง 350 — ผิดหลักบัญชี ผิดภาษี ทำให้ยอดขายสะสมต่ำกว่าจริง อาจลืมจด VAT ทั้งที่ยอดจริงเกิน 1.8 ล้าน — เป็นข้อผิดพลาดภาษีขายของออนไลน์ที่อันตรายที่สุด

💡 VAT กับ Dropshipสรรพากรนับยอดจากราคาที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่กำไรส่วนต่าง — ขาย 1,200 × 5 ออเดอร์/วัน = 6,000/วัน → ปีละ 2.19 ล้าน → เกินเกณฑ์ VAT แล้ว แม้กำไรจริงแค่ 638,750/ปี

7.2 Pre-order — “ได้เงินก่อน” ไม่ได้แปลว่า “เกิดรายได้แล้ว”

ขั้นที่ 1 — ลูกค้าจ่ายมัดจำ/จ่ายเต็ม: บันทึก “เงินรับล่วงหน้า” (หนี้สิน) ไม่ใช่รายได้

ขั้นที่ 2 — ส่งสินค้า: ย้ายจาก “เงินรับล่วงหน้า” → “รายได้”

1 มิ.ย. รับเงิน 590Dr. เงินฝาก / Cr. เงินรับล่วงหน้า
22 มิ.ย. ส่งสินค้าDr. เงินรับล่วงหน้า / Cr. รายได้
⚠️ Tax Point กับ Pre-orderVAT เกิดขึ้นเมื่อ “ส่งสินค้า” หรือ “ออกใบกำกับ” หรือ “รับชำระเงิน” แล้วแต่อย่างไหนเกิดก่อน — ถ้า Pre-order จ่ายเต็มวันที่ 1 มิ.ย. → Tax Point เกิด 1 มิ.ย. ต้องออกใบกำกับและนำส่ง VAT เดือน มิ.ย. แม้ยังไม่ส่งสินค้า ส่วนรายได้บัญชีบันทึกตอนส่งสินค้า สองอย่างต่างเดือนกันได้ — จุดสับสนของภาษีขายของออนไลน์

7.3 เปรียบเทียบ Dropship vs Pre-order vs สต็อกเอง

หัวข้อ สต็อกเอง Dropship Pre-order
รายได้ ราคาขายเต็ม ราคาขายเต็ม ราคาขายเต็ม
จุดรับรู้รายได้ วันส่งสินค้า วันส่งสินค้า วันส่งสินค้า
Tax Point (VAT) วันส่ง/วันออกใบกำกับ วันส่ง/วันออกใบกำกับ วันรับเงิน/วันออกใบกำกับ
สต็อก มีสินค้าจริง ไม่มี มีหลังผลิตเสร็จ
ความเสี่ยงค้าง สูง ต่ำมาก กลาง

8. สต็อกสินค้า — จุดบอดที่ทำให้บัญชีขายของออนไลน์เพี้ยน

8.1 ทำไมสต็อกถึงกระทบภาษี?

ต้นทุนสินค้าที่ขายจริง =สต็อกต้นงวด + ซื้อระหว่างงวด − สต็อกปลายงวด
ถ้านับสต็อก… ผลที่เกิดขึ้น ความเสี่ยง
สูงเกินจริง กำไรในกระดาษสูงเกิน จ่ายภาษีแพง
ต่ำกว่าจริง กำไรดูต่ำผิดปกติ สรรพากรสงสัย
ถูกต้อง งบน่าเชื่อถือ ใช้ตัดสินใจได้

8.2 วิธีจัดการสต็อกที่ปฏิบัติจริงได้

  1. ใช้ FIFO (First In, First Out)
  2. นับสต็อกจริงเดือนละครั้ง เทียบกับตัวเลขในระบบ
  3. บันทึกสินค้าเสียหาย/หมดอายุ ถ่ายรูปเก็บไว้
  4. แยก “พร้อมขาย” กับ “คืน/ชำรุด”

8.3 Refund/Return และสินค้าสูญหายระหว่างขนส่ง

กรณี 1: ลูกค้าคืนสินค้า

  • ถ้าจด VAT: ต้องออก “ใบลดหนี้” (Credit Note) ระบุเลขใบกำกับเดิม + นำไปลด Output VAT ในเดือนที่ออก — ต้องออกในเดือนที่รับคืน
  • ยังไม่จด VAT: บันทึกรับคืน + ปรับลดรายได้
  • สต็อก: สภาพดี → กลับเข้าสต็อก / ชำรุด → ตัดออกพร้อมรูปถ่าย

กรณี 2: สินค้าสูญหายระหว่างขนส่ง

รายได้จากขาย (เกิดแล้ว)800
ออกใบลดหนี้ (คืนลูกค้า)-800
ต้นทุนสินค้าหาย (ค่าใช้จ่าย)500
เงินชดเชยจากขนส่ง (รายได้อื่น)300
ผลขาดทุนสุทธิ200
🎯 คำแนะนำ — เก็บเอกสารทุกกรณี

  • หลักฐานแจ้งของหาย (Tracking + เลขเคลม)
  • เอกสารยืนยันการจ่ายค่าชดเชยจากบริษัทขนส่ง
  • สกรีนช็อตการคืนเงินจากแพลตฟอร์ม

สรรพากรอาจขอดูว่าของหายจริง ไม่ใช่จงใจตัดสต็อกเพื่อลดกำไร

9. 9 ข้อผิดพลาดของบัญชีขายของออนไลน์ที่เจอบ่อยที่สุด

❌ 1. คิดว่าขายออนไลน์ไม่ต้องเสียภาษี

สรรพากรไม่แยกหน้าร้าน/ออนไลน์ มีรายได้ก็เสียภาษี

🎯 วิธีแก้

ยื่นภาษีตั้งแต่ปีแรกที่มีรายได้ ไม่ว่าน้อยแค่ไหน

❌ 2. ใช้บัญชีส่วนตัวรับเงิน

🎯 วิธีแก้

เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับร้าน

❌ 3. บันทึกรายได้ตามยอดเงินที่ได้รับ ไม่ใช่ยอดขายเต็ม

ลืม Commission ที่ควรเป็นค่าใช้จ่าย

🎯 วิธีแก้

ดาวน์โหลด Finance Report ทุกเดือน ลงรายได้ยอดเต็ม

❌ 4. ซื้อสินค้ามาขายแต่ไม่เก็บใบเสร็จ

🎯 วิธีแก้

ขอใบเสร็จ/ใบกำกับทุกครั้ง สั่งจีน → เก็บ Invoice + หลักฐานโอน + ใบขนสินค้าขาเข้า

❌ 5. ลืมดูยอดสะสม 1.8 ล้าน

🎯 วิธีแก้

Google Sheets สรุปยอดสะสม อัปเดตทุกเดือน แตะ 1.5 ล้าน → เตรียมจด VAT

❌ 6. ขายสินค้านำเข้าแต่ไม่รู้ภาษีศุลกากร

🎯 วิธีแก้

คำนวณอากรขาเข้า + VAT ณ ด่าน ไว้ในต้นทุนก่อนตั้งราคา

❌ 7. เปิดบริษัทเพราะคนแนะนำ แต่ไม่ยอมทำบัญชี

🎯 วิธีแก้

ถ้ากำไร < 750,000/ปี และไม่ต้องการภาพลักษณ์นิติบุคคล ยังไม่ต้องเปิดบริษัท

❌ 8. ยิงแอด Facebook/Google/TikTok แต่ไม่รู้เรื่อง ภ.พ.36

จด VAT แล้วยิงแอดต่างประเทศเดือนละหลายหมื่น ไม่เคยยื่น ภ.พ.36 → สรรพากรย้อนหลังหลายปี เจ็บหนัก

🎯 วิธีแก้

ถ้าจด VAT → ยื่น ภ.พ.36 ทุกเดือนที่มีค่าแอดต่างประเทศ ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ดูหัวข้อ 2.4)

❌ 9. Dropship ลงรายได้แค่ “กำไรส่วนต่าง”

ขาย 1,200 จ่ายซัพ 800 → ลงรายได้ 400 — ผิด! สรรพากรถือว่ารายได้ = 1,200 ส่วน 800 เป็นค่าใช้จ่าย

🎯 วิธีแก้

ลงรายได้ตามยอดเต็มที่ลูกค้าจ่าย ลงต้นทุนแยก (ดูหัวข้อ 7.1)

10. เอกสาร ภาษีขายของออนไลน์ ที่ต้องเก็บ

กฎหมายกำหนดเก็บเอกสารภาษีขายของออนไลน์อย่างน้อย 5 ปี

Checklist ภาษีขายของออนไลน์ ที่ต้องทำทุกเดือน

  • Finance Report / Income Report จากทุกแพลตฟอร์ม
  • Bank Statement บัญชีร้านทุกบัญชี
  • ใบเสร็จ/Invoice ซื้อสินค้า (โรงงาน, จีน, ซัพพลายเออร์)
  • หลักฐานค่าขนส่ง, Packaging, ค่าโฆษณา
  • ใบกำกับภาษีซื้อ (กรณีจด VAT)
  • หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
  • Revenue Reconciliation
  • ยื่น ภ.พ.36 ค่าโฆษณาต่างประเทศ (จด VAT + ยิงแอด)
  • ใบลดหนี้ (Credit Note) กรณีรับคืน (จด VAT)
  • บันทึกรายการสินค้าคืน/สูญหาย พร้อมหลักฐาน

Checklist ภาษีขายของออนไลน์ ที่ต้องทำทุกไตรมาส

  • นับสต็อกจริง เทียบตัวเลขในระบบ
  • สรุปคืนสินค้า/ชำรุด/สูญหาย
  • ตรวจยอดสะสมว่าใกล้ 1.8 ล้านหรือยัง

Checklist ภาษีขายของออนไลน์ ที่ต้องทำทุกปี

  • รายงานนับสต็อกสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นปี
  • หนังสือรับรอง WHT ประจำปีจากทุกแพลตฟอร์ม
  • สรุปภาษีที่จ่ายล่วงหน้าทั้งหมด
  • ทะเบียนทรัพย์สิน (คอมพิวเตอร์, ชั้นวาง)
  • สรุปยอด ภ.พ.36 ที่ยื่นตลอดปี (จด VAT)
💡 เคล็ดลับโฟลเดอร์ใน Google Drive แยกตามเดือน แต่ละเดือนมีโฟลเดอร์ย่อย: Finance Report, ใบเสร็จซื้อ, Bank Statement, WHT — ส่งสำนักงานบัญชีง่ายมาก

11. ควรจ้างสำนักงานบัญชีขายของออนไลน์ตอนไหนดี?

✅ ทำเองได้ ถ้า

  • ยอดขายยังไม่เกิน 1 ล้าน/ปี
  • ขายแพลตฟอร์มเดียว ช่องทางไม่ซับซ้อน
  • เป็นบุคคลธรรมดา หักเหมา 60%
  • ยังไม่จด VAT
📞 เริ่มหาสำนักงานบัญชี ถ้า

  • ยอดแตะ 1.5 ล้าน (ใกล้เกณฑ์ VAT)
  • ขายหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน กระทบยอดเองไม่ไหว
  • จดเป็นบริษัท/หจก. แล้ว
  • นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
  • มีคำถามภาษีที่เสิร์ชแล้วยังไม่มั่นใจ

เรทราคาสำนักงานบัญชี (โดยประมาณ)

ขนาดร้าน / ความซับซ้อน ค่าบริการ
ร้านเล็ก บุคคลธรรมดา ไม่จด VAT 1,500 – 3,000 บาท/เดือน
ร้านกลาง จด VAT หลายแพลตฟอร์ม 3,000 – 6,000 บาท/เดือน
บริษัท/หจก. นำเข้าสินค้า 6,000 – 15,000 บาท/เดือน
ร้านใหญ่ มีคลังสินค้า + พนักงาน เริ่ม 15,000 บาท/เดือนขึ้นไป
🤝 มุมมองที่ปรึกษาก่อนเลือกสำนักงานบัญชี ถามว่าเขาเคยดูแลร้านค้าออนไลน์/e-Commerce มาก่อนไหม — ภาษีขายของออนไลน์มีความเฉพาะตัวสูง โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม, สต็อกข้ามช่องทาง, กระทบยอดจากหลายเจ้า สำนักงานทั่วไปที่ไม่เคยทำ e-Commerce มักจัดการเรื่องเหล่านี้ผิด

🎯 ปรึกษาฟรี 30 นาที — เฉพาะคนขายของออนไลน์

ทีมที่ปรึกษาภาษีขายของออนไลน์ Tawan Consultant ดูแลตั้งแต่ร้านเล็กๆ ไปจนถึงร้านยอดหลายสิบล้านบาท/ปี

คุยกับเรา 30 นาที คุณจะได้:

  • ประเมินว่าตอนนี้ควรจด VAT แล้วหรือยัง
  • เคาะตัวเลข บุคคลธรรมดา vs บริษัท แบบไหนคุ้มกว่า
  • คำแนะนำเอกสารที่ต้องเก็บจากแพลตฟอร์มที่คุณขาย
  • คุยแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ไม่กดดันขาย

FAQ — คำถามยอดฮิตเรื่อง ภาษีขายของออนไลน์

Q: ขายของออนไลน์รายได้น้อยๆ เดือนละ 5,000-10,000 บาท ต้องเสียภาษีไหม?
ถ้ามีเงินได้จากการค้า (ประเภท 8) อย่างเดียว รายได้ทั้งปีเกิน 60,000 บาท ต้องยื่นแบบภาษี (ถ้ามีเงินเดือนด้วย เกณฑ์ 120,000 บาท/ปี) แม้สุดท้ายคำนวณแล้วอาจไม่ต้องจ่ายเลย เพราะมีค่าลดหย่อนส่วนตัว + หักค่าใช้จ่ายได้
Q: Shopee/Lazada หัก Commission ไปแล้ว ถือว่าจ่ายภาษีให้เราหรือเปล่า?
ไม่ใช่ — ค่า Commission คือ “ค่าบริการ” ที่จ่ายให้แพลตฟอร์ม ไม่ใช่ภาษี ภาษีขายของออนไลน์ยังต้องยื่นเอง (เงินได้ + VAT ถ้าถึงเกณฑ์) แต่ Commission นำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายได้
Q: ขายของมือสอง เสื้อผ้าเก่า ของสะสม ต้องเสียภาษีไหม?
ขายทรัพย์สินส่วนตัวเป็นครั้งคราว (เคลียร์ของในบ้าน) ไม่ถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าทำเป็นอาชีพ ซื้อมาขายไปเป็นประจำ มีกำไร ถือว่าเป็น “เงินได้พึงประเมิน” ต้องเสียภาษี
Q: สั่งของจากจีนมาขาย ต้องจ่ายภาษีอะไรบ้าง?
(1) ภาษีนำเข้า ณ ด่านศุลกากร = อากรขาเข้า (0-80% ตามพิกัด) + VAT 7% ของ (ราคาสินค้า + อากร)
(2) ภาษีเงินได้ตอนสิ้นปีจากกำไร — อากรและ VAT นำเข้าถือเป็นต้นทุนที่หักได้
Q: ขายบน Facebook / LINE / Instagram ไม่ผ่านแพลตฟอร์ม สรรพากรจะรู้ได้ยังไง?
สรรพากรดูจากยอดเงินเข้าบัญชีธนาคาร ไม่ว่าโอนทางไหน ถ้าเข้าเงื่อนไข e-Payment (≥ 3,000 ครั้ง/ปี หรือ ≥ 400 ครั้ง + ≥ 2 ล้านบาท) ธนาคารรายงานอัตโนมัติ
Q: ต้องยื่นภาษีกี่ครั้งต่อปี?
บุคคลธรรมดา: 2 ครั้ง — ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี ยื่นกันยายน), ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี ยื่นมีนาคมปีถัดไป)
นิติบุคคล: ภ.ง.ด.51 + ภ.ง.ด.50
จด VAT: เพิ่ม ภ.พ.30 ทุกเดือน
Q: ทำ Dropship ไม่ได้สต็อกเอง ต้องเสียภาษียังไง?
ในสายตาสรรพากรคุณคือ “ผู้ขาย” รายได้ = ราคาเต็มที่ลูกค้าจ่าย (ไม่ใช่กำไรส่วนต่าง) เช่นขาย 1,200 จ่ายซัพ 800 → รายได้ 1,200 / 800 เป็นค่าใช้จ่าย สำคัญมาก ยอด 1,200 ใช้คำนวณเกณฑ์ VAT 1.8 ล้าน หลายร้าน Dropship ยอดเกินเกณฑ์โดยไม่รู้เพราะดูแค่กำไรส่วนต่าง
Q: ทำ Pre-order รับเงินก่อน ถือว่าเกิดรายได้แล้วไหม?
ทางบัญชี เงินรับล่วงหน้ายัง “ไม่ใช่รายได้” บันทึกเป็น “เงินรับล่วงหน้า” (หนี้สิน) ก่อน ค่อยย้ายเป็นรายได้เมื่อส่ง แต่ถ้าจด VAT ระวัง Tax Point — VAT เกิดตอน “รับเงิน” หรือ “ออกใบกำกับ” แล้วแต่อย่างไหนเกิดก่อน ถึงยังไม่ส่งแต่รับเงินแล้ว อาจต้องนำส่ง VAT เดือนนั้น
Q: ทำ Dropship แล้วลูกค้าคืนสินค้า ต้องทำยังไง?
(1) คืนเงินลูกค้า ถ้าจด VAT ต้องออกใบลดหนี้ (2) เรียกค่าสินค้าคืนจากซัพพลายเออร์ตามข้อตกลง (3) ถ้าซัพไม่คืน ส่วนต่างเป็นผลขาดทุนของร้าน บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ พร้อมหลักฐาน — สำคัญ: ทำข้อตกลงนโยบายรับคืนกับซัพพลายเออร์ให้ชัดตั้งแต่แรก
Q: ทำ Pre-order แล้วลูกค้ายกเลิกก่อนส่ง ต้องจัดการบัญชียังไง?
ยังไม่ส่ง → คืนเงิน + ล้าง “เงินรับล่วงหน้า” จบ ไม่กระทบภาษีเงินได้ แต่ถ้าจด VAT และออกใบกำกับไปแล้ว (Tax Point เกิดตอนรับเงิน) → ต้องออก “ใบลดหนี้” กลับ VAT ที่นำส่ง สินค้าที่สั่งผลิตแล้ว → รับเข้าสต็อกหาทางขายต่อ ขายไม่ออก → ตัดเป็นผลขาดทุนพร้อมเอกสาร

Tags:
#ภาษีขายของออนไลน์
#ภาษีShopee
#ภาษีLazada
#ภาษีTikTokShop
#VATขายของออนไลน์
#ขายของออนไลน์
#สำนักงานบัญชี
#eCommerce
#Dropship
#PreOrder
#วางแผนภาษี
#SME

บริการของเรา

ที่ปรึกษาเฉพาะคุณ

"ข้อมูลบัญชีบอกผลการดำเนินงาน”

เราวิเคราะห์ตัวเลขที่เกิดขึ้น ให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจในอนาคต ในทุกเรื่องของธุรกิจ ให้ธุรกิจเติบโต

HOW WE'RE DIFFERENT

TAWAN CONSULTANT

ผู้จัดทำบัญชีและผู้ตวจสอบบัญชีมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการทำงานมามากกว่า 10 ปี

ทีมงานสำนักงานบัญชีกำลังให้คำปรึกษาลูกค้าเพื่อวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย
5+

ผู้เชี่ยวชาญ

51+

ลูกค้าของเรา

1+

บริษัทในเครือเรา

ABOUT US

เราคือโอกาสให้คุณมีเวลากลับไปทำในสิ่งที่ธุรกิจคุณถนัดที่สุด ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเติบโตอย่างมั่นคง

เราเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มุ่งมั่นให้บริการธุรกิจ SME ทั่วประเทศ เราดูแลด้านบัญชีเพื่อลดภาระการจัดการตัวเลขของคุณ ในขณะที่คุณสามารถโฟกัสกับการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ บริการของเรายืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับประเภทและขนาดธุรกิจของคุณ