บัญชีและภาษีขายของออนไลน์ 2569: 11 เรื่อง อ่านจบทำเองได้
📌 สรุปสั้นๆ สำหรับคนเวลาน้อย
ภาษีขายของออนไลน์ในปี 2569 มี “กับดัก” ที่ต่างจากค้าขายหน้าร้านแบบเดิมสิ้นเชิง จากที่ดูแลลูกค้ามา ปัญหามักวนอยู่กับ 5 เรื่องนี้:
- สรรพากรเห็นทุกบาทที่โอนเข้าบัญชี — ธนาคารรายงานธุรกรรมอัตโนมัติ ยุคนี้ “ซ่อนรายได้” แทบเป็นไปไม่ได้
- ยอดขายจริง ≠ เงินที่ได้รับ — แพลตฟอร์มหัก Commission, ค่าโปรโมชัน, ค่าขนส่งสมทบ ก่อนโอน แต่สรรพากรนับยอดเต็ม
- เพดาน VAT 1.8 ล้าน ทะลุง่ายกว่าที่คิด — ขายวันละ 5,000 บาท ปีเดียวก็เกิน
- ขายหลายแพลตฟอร์ม = ปวดหัวหลายเท่า — Shopee, Lazada, TikTok Shop ระบบหลังบ้านคนละแบบ
- ภาษี WHT ที่ถูกหักเงียบๆ — หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกหัก แล้วก็ลืมเอาไปลดหย่อนปลายปี
ถ้าอ่านจบ จะรู้ทุกเรื่องภาษีขายของออนไลน์ที่จำเป็นต่อการอยู่รอด
1. ภาษีขายของออนไลน์: สรรพากรรู้ยอดของคุณได้ยังไง — อย่าคิดว่าหนีได้
1.1 ระบบรายงานธุรกรรมอัตโนมัติ (e-Payment)
ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงินต้องรายงานธุรกรรมต่อสรรพากรอัตโนมัติ ถ้าเข้าเงื่อนไข:
| เงื่อนไข | รายละเอียด |
|---|---|
| ฝากหรือรับโอน ≥ 3,000 ครั้ง/ปี | นับรวมทุกบัญชีในธนาคารเดียวกัน |
| ฝากหรือรับโอน ≥ 400 ครั้ง/ปี และยอดรวม ≥ 2 ล้านบาท | ครั้ง + จำนวนเงิน ดูควบคู่กัน |
แปลภาษาคนขายของ: ขายวันละ 10 ออเดอร์ ปีหนึ่ง 3,650 ครั้ง — ธนาคารส่งข้อมูลให้สรรพากรแน่นอน
1.2 ข้อมูลจากแพลตฟอร์มโดยตรง
- Shopee, Lazada, TikTok Shop — มียอดขาย ชื่อร้าน เลขบัตร/นิติบุคคลของผู้ขายทุกราย
- e-Wallet — TrueMoney, PromptPay บันทึกทุกรายการ
- ข้อมูลขนส่ง — Kerry, Flash, J&T มีจำนวนพัสดุที่ส่งออก
2. บันทึกรายได้ใน บัญชีร้านขายของออนไลน์ — ตัวเลขที่แพลตฟอร์มโอนให้ ≠ รายได้จริง
2.1 แพลตฟอร์มหักอะไรไปบ้าง?
ก่อนเงินจะถึงมือคุณ แพลตฟอร์มหักค่าใช้จ่ายหลายรายการ — นี่คือหัวใจของภาษีขายของออนไลน์ที่ถูกต้อง:
| รายการที่ถูกหัก | Shopee | Lazada | TikTok Shop |
|---|---|---|---|
| Commission | 4-8% | 3-6% | 3-6% |
| ค่าธรรมเนียมชำระเงิน | 2-3% | 1.5-3% | 3-4% |
| Service Fee | 2-6.42% | 1-2% | 1-4% |
| ค่าโปรโมชัน (Ads, Voucher) | ตามที่ใช้ | ตามที่ใช้ | ตามที่ใช้ |
| ค่าขนส่งสมทบ | ตามแคมเปญ | ตามแคมเปญ | ตามแคมเปญ |
| รวมค่าธรรมเนียมคงที่ | ~12-18% | ~8-12% | ~8-14% |
หมายเหตุ: ตัวเลขโดยประมาณ ณ ช่วงปี 2568-2569 แพลตฟอร์มปรับบ่อย ตรวจจากหลังบ้านเสมอ ยังไม่รวมค่า Ads และค่าขนส่งสมทบที่อาจเพิ่มอีก 3-10%
2.2 ตัวอย่างจริง — Shopee ขาย 1,000 บาท
วิธีบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง (สำคัญต่อภาษีขายของออนไลน์):
| บัญชี | เดบิต | เครดิต |
|---|---|---|
| เงินสด/เงินฝากธนาคาร | 811.70 | — |
| Commission (ค่าใช้จ่าย) | 65.00 | — |
| ค่าธรรมเนียมชำระเงิน | 29.10 | — |
| Service Fee | 64.20 | — |
| ค่าโปรโมชัน | 30.00 | — |
| รายได้จากการขาย | — | 1,000 |
2.3 Revenue Reconciliation ทุกสิ้นเดือน
หัวใจของภาษีขายของออนไลน์คือการกระทบยอด:
- ดาวน์โหลด Sales Report จากหลังบ้านทุกแพลตฟอร์ม
- ดาวน์โหลด Finance Report ที่แสดงรายการหักค่าธรรมเนียม
- ดึง Bank Statement
- กระทบ: ยอดขายเต็ม − ค่าธรรมเนียม − WHT = เงินรับเข้า
| ช่องทาง | ยอดขาย (เต็ม) | ค่าธรรมเนียม | รับเข้าบัญชี |
|---|---|---|---|
| Shopee | 120,000 | 19,200 (16%) | 100,800 |
| Lazada | 60,000 | 6,000 (10%) | 54,000 |
| TikTok Shop | 40,000 | 4,400 (11%) | 35,600 |
| Website ตัวเอง | 30,000 | 900 (3%) | 29,100 |
| รวม | 250,000 | 30,500 (12%) | 219,500 |

2.4 ค่าโฆษณาต่างประเทศ (ภ.พ.36) — กับดักภาษีที่คนยิงแอดต้องรู้
พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์แทบทุกคนยิงแอด Facebook, Google, TikTok Ads — แพลตฟอร์มจดทะเบียนต่างประเทศ มีผลต่อภาษีขายของออนไลน์แตกต่างกัน:
กรณีที่ 1: ยังไม่จด VAT
แพลตฟอร์มบวก VAT 7% มาให้เลย:
- นำยอด 1,070 ลงเป็นค่าใช้จ่ายได้ตามจริง
- ไม่ต้องยื่น ภ.พ.36
กรณีที่ 2: จด VAT แล้ว (สำคัญมาก!)
การจ่ายค่าบริการให้บริษัทต่างประเทศ มีหน้าที่นำส่ง VAT แทนผู้ให้บริการต่างประเทศ ด้วยแบบ ภ.พ.36
- จ่ายค่าแอดตามปกติ
- คำนวณ VAT 7% จากค่าบริการก่อน VAT (ค่าแอด 10,000 → VAT 700)
- ยื่น ภ.พ.36 พร้อมชำระภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
- นำ VAT ที่จ่ายไปใช้เป็น Input VAT ใน ภ.พ.30 เดือนเดียวกันได้
- ใบเสร็จค่าแอดที่ Facebook/Google บวก VAT 7% มาให้ ไม่สามารถนำมาเคลมเป็นภาษีซื้อใน ภ.พ.30 ได้โดยตรง ต้องยื่น ภ.พ.36 ก่อน
- ลืมยื่น ภ.พ.36 = เบี้ยปรับ 2 เท่า + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน
- หลายร้านจ่ายค่าแอดเดือนละหลายหมื่น ไม่เคยยื่น ภ.พ.36 พอสรรพากรตรวจ โดนย้อนหลังหลายปี
3. VAT ในมุม ภาษีขายของออนไลน์ — เมื่อไรต้องจด
3.1 กฎเหล็กที่หลบไม่ได้
จำตัวเลขนี้: รายได้เกิน 1,800,000 บาท/ปี = บังคับจด VAT
- ขายวันละ 5,000 → ปีละ 1,825,000 → ทะลุเกณฑ์
- ขายเดือนละ 150,000 → ปีละ 1,800,000 พอดี
3.2 จด VAT แล้วราคาสินค้าต้องบวก 7% ไหม?
คำตอบคือ “ไม่จำเป็น” แต่ต้องเข้าใจที่เกิดขึ้น:
- ก่อนจด VAT: ขาย 100 บาท → ได้ 100 บาท
- หลังจด VAT (ราคาเดิม): ขาย 100 บาท = รายได้จริง 93.46 + VAT 6.54
- หลังจด VAT (บวกขึ้น): ขาย 107 บาท = สินค้า 100 + VAT 7
3.3 VAT ทำงานยังไงในทางปฏิบัติ?
กำหนดส่ง: วันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ออนไลน์ขยายถึง 23)
3.4 ใบกำกับภาษีจากแพลตฟอร์ม — ขอคืน VAT ได้ไหม?
| แพลตฟอร์ม | ออกใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียม | ขอคืน Input VAT |
|---|---|---|
| Shopee | ออกให้ (ดาวน์โหลดจาก Seller Centre) | ได้ ถ้าจด VAT |
| Lazada | ออกให้ (ดาวน์โหลดจาก Seller Center) | ได้ ถ้าจด VAT |
| TikTok Shop | ออกให้ (ดาวน์โหลดจาก Seller Center) | ได้ ถ้าจด VAT |
3.5 e-Tax Invoice & e-Receipt
ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่สรรพากรผลักดัน — Shopee/Lazada รองรับแล้ว ถ้าจด VAT ควรพิจารณา:
- ลดต้นทุนกระดาษ ค่าพิมพ์ ค่าจัดส่ง
- ลดปัญหาลูกค้าขอใบกำกับย้อนหลัง (ระบบออกอัตโนมัติ)
- จัดเก็บดิจิทัล ค้นหาง่าย ไม่กลัวหาย
- ลดความเสี่ยงใบกำกับปลอม
4. บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล — ใช้ตัวเลขตัดสิน อย่าใช้ความรู้สึก
4.1 เปรียบเทียบหัวใจหลัก
| หัวข้อ | บุคคลธรรมดา | นิติบุคคล |
|---|---|---|
| อัตราภาษีเงินได้ | ขั้นบันได 0-35% | สูงสุด 20% (SME เริ่ม 15%) |
| หักค่าใช้จ่าย | เหมา 60% หรือตามจริง | ตามจริงเท่านั้น |
| ขายบนแพลตฟอร์ม | ใช้บัตรประชาชน | ต้องใช้เลขนิติบุคคล |
| ภาระเอกสาร | น้อย | สูง (งบ + ผู้สอบบัญชี) |
| ค่าใช้จ่ายรายปี | แทบไม่มี | หลักหมื่น/ปี |
| ความรับผิด | ไม่จำกัด | จำกัด |
| ความน่าเชื่อถือ | ดูเป็นร้านเล็ก | สมัคร Official Shop ได้ |
4.2 จุดคุ้มทุนอยู่ตรงไหน?
- กำไรสุทธิ < 750,000/ปี → บุคคลธรรมดา
- กำไรสุทธิ 750,000 – 2,000,000 → สูสี กางตัวเลขดู
- กำไรสุทธิ > 2,000,000 → เปิดบริษัทเลย
4.3 ตัวอย่างคำนวณจริง
คนขายของออนไลน์ ยอด 3 ล้าน/ปี ต้นทุน 1.5 ล้าน ค่าธรรมเนียม 3 แสน ค่าใช้จ่ายอื่น 2 แสน → กำไรสุทธิ 1,000,000:
5. WHT ในระบบ ภาษีขายของออนไลน์ — เงินที่ถูกหักเงียบๆ
5.1 เมื่อคุณเป็นผู้ขาย (โดนแพลตฟอร์มหัก)
| รูปแบบ | อัตรา WHT |
|---|---|
| บุคคลธรรมดา | 3% ของค่าบริการ |
| นิติบุคคล | 3% ของค่าบริการ |
หมายเหตุ: ไม่ใช่ทุกแพลตฟอร์มจะหัก WHT ตรวจสอบจาก Finance Report
5.2 เมื่อคุณจ้างคนอื่น (คุณต้องหักเขา)
| ประเภทการจ่าย | WHT | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ค่าจ้างถ่ายรูปสินค้า | 3% | 5,000 → หัก 150 |
| ค่าจ้าง Influencer รีวิว | 3% | 10,000 → หัก 300 |
| ค่าจ้างออกแบบ Packaging | 3% | 8,000 → หัก 240 |
| ค่าเช่าสถานที่เก็บสินค้า | 5% | 15,000 → หัก 750 |
| ค่าขนส่ง (นิติบุคคล) | 1% | 20,000 → หัก 200 |
หักเงินไว้ → ออก 50 ทวิ → นำส่ง ภ.ง.ด.3/53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
6. ขายหลายแพลตฟอร์ม — วิธีจัดการให้บัญชีขายของออนไลน์ไม่ปวดหัว
6.1 ปัญหาคลาสสิก
- Shopee ปิดงวด 1/16, Lazada รายสัปดาห์, TikTok Shop อีกรอบ
- รายงานคนละรูปแบบ
- Return/Refund หักคนละจังหวะ
- โปรโมชันหักต่างกัน
6.2 ระบบจัดการที่แนะนำ
| ขนาดร้าน | ระบบที่เหมาะ |
|---|---|
| ไม่เกิน 1 ล้าน/ปี | Google Sheets / Excel + Finance Report รายเดือน |
| 1-5 ล้าน/ปี | PEAK, FlowAccount + เชื่อม Bank + นักบัญชีรายเดือน |
| 5 ล้านขึ้นไป | ERP (Zort, Shipnity) + สำนักงานบัญชี + วางแผนภาษี |
7. Dropship กับ Pre-order — โมเดลที่บันทึกบัญชีผิดกันเกือบทุกร้าน
7.1 Dropship — คุณคือ “ผู้ขาย” ไม่ใช่ “นายหน้า”
ในสายตาสรรพากร ถ้าลูกค้าจ่ายเงินให้คุณ คุณคือ “ผู้ขาย” เต็มตัว
บันทึก: รายได้ 1,200 (ไม่ใช่ 350!) / ต้นทุนสินค้า 800 / ค่าขนส่ง 50
7.2 Pre-order — “ได้เงินก่อน” ไม่ได้แปลว่า “เกิดรายได้แล้ว”
ขั้นที่ 1 — ลูกค้าจ่ายมัดจำ/จ่ายเต็ม: บันทึก “เงินรับล่วงหน้า” (หนี้สิน) ไม่ใช่รายได้
ขั้นที่ 2 — ส่งสินค้า: ย้ายจาก “เงินรับล่วงหน้า” → “รายได้”
7.3 เปรียบเทียบ Dropship vs Pre-order vs สต็อกเอง
| หัวข้อ | สต็อกเอง | Dropship | Pre-order |
|---|---|---|---|
| รายได้ | ราคาขายเต็ม | ราคาขายเต็ม | ราคาขายเต็ม |
| จุดรับรู้รายได้ | วันส่งสินค้า | วันส่งสินค้า | วันส่งสินค้า |
| Tax Point (VAT) | วันส่ง/วันออกใบกำกับ | วันส่ง/วันออกใบกำกับ | วันรับเงิน/วันออกใบกำกับ |
| สต็อก | มีสินค้าจริง | ไม่มี | มีหลังผลิตเสร็จ |
| ความเสี่ยงค้าง | สูง | ต่ำมาก | กลาง |
8. สต็อกสินค้า — จุดบอดที่ทำให้บัญชีขายของออนไลน์เพี้ยน
8.1 ทำไมสต็อกถึงกระทบภาษี?
| ถ้านับสต็อก… | ผลที่เกิดขึ้น | ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| สูงเกินจริง | กำไรในกระดาษสูงเกิน | จ่ายภาษีแพง |
| ต่ำกว่าจริง | กำไรดูต่ำผิดปกติ | สรรพากรสงสัย |
| ถูกต้อง | งบน่าเชื่อถือ | ใช้ตัดสินใจได้ |
8.2 วิธีจัดการสต็อกที่ปฏิบัติจริงได้
- ใช้ FIFO (First In, First Out)
- นับสต็อกจริงเดือนละครั้ง เทียบกับตัวเลขในระบบ
- บันทึกสินค้าเสียหาย/หมดอายุ ถ่ายรูปเก็บไว้
- แยก “พร้อมขาย” กับ “คืน/ชำรุด”
8.3 Refund/Return และสินค้าสูญหายระหว่างขนส่ง
กรณี 1: ลูกค้าคืนสินค้า
- ถ้าจด VAT: ต้องออก “ใบลดหนี้” (Credit Note) ระบุเลขใบกำกับเดิม + นำไปลด Output VAT ในเดือนที่ออก — ต้องออกในเดือนที่รับคืน
- ยังไม่จด VAT: บันทึกรับคืน + ปรับลดรายได้
- สต็อก: สภาพดี → กลับเข้าสต็อก / ชำรุด → ตัดออกพร้อมรูปถ่าย
กรณี 2: สินค้าสูญหายระหว่างขนส่ง
- หลักฐานแจ้งของหาย (Tracking + เลขเคลม)
- เอกสารยืนยันการจ่ายค่าชดเชยจากบริษัทขนส่ง
- สกรีนช็อตการคืนเงินจากแพลตฟอร์ม
สรรพากรอาจขอดูว่าของหายจริง ไม่ใช่จงใจตัดสต็อกเพื่อลดกำไร
9. 9 ข้อผิดพลาดของบัญชีขายของออนไลน์ที่เจอบ่อยที่สุด
❌ 1. คิดว่าขายออนไลน์ไม่ต้องเสียภาษี
สรรพากรไม่แยกหน้าร้าน/ออนไลน์ มีรายได้ก็เสียภาษี
🎯 วิธีแก้
ยื่นภาษีตั้งแต่ปีแรกที่มีรายได้ ไม่ว่าน้อยแค่ไหน
❌ 2. ใช้บัญชีส่วนตัวรับเงิน
🎯 วิธีแก้
เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับร้าน
❌ 3. บันทึกรายได้ตามยอดเงินที่ได้รับ ไม่ใช่ยอดขายเต็ม
ลืม Commission ที่ควรเป็นค่าใช้จ่าย
🎯 วิธีแก้
ดาวน์โหลด Finance Report ทุกเดือน ลงรายได้ยอดเต็ม
❌ 4. ซื้อสินค้ามาขายแต่ไม่เก็บใบเสร็จ
🎯 วิธีแก้
ขอใบเสร็จ/ใบกำกับทุกครั้ง สั่งจีน → เก็บ Invoice + หลักฐานโอน + ใบขนสินค้าขาเข้า
❌ 5. ลืมดูยอดสะสม 1.8 ล้าน
🎯 วิธีแก้
Google Sheets สรุปยอดสะสม อัปเดตทุกเดือน แตะ 1.5 ล้าน → เตรียมจด VAT
❌ 6. ขายสินค้านำเข้าแต่ไม่รู้ภาษีศุลกากร
🎯 วิธีแก้
คำนวณอากรขาเข้า + VAT ณ ด่าน ไว้ในต้นทุนก่อนตั้งราคา
❌ 7. เปิดบริษัทเพราะคนแนะนำ แต่ไม่ยอมทำบัญชี
🎯 วิธีแก้
ถ้ากำไร < 750,000/ปี และไม่ต้องการภาพลักษณ์นิติบุคคล ยังไม่ต้องเปิดบริษัท
❌ 8. ยิงแอด Facebook/Google/TikTok แต่ไม่รู้เรื่อง ภ.พ.36
จด VAT แล้วยิงแอดต่างประเทศเดือนละหลายหมื่น ไม่เคยยื่น ภ.พ.36 → สรรพากรย้อนหลังหลายปี เจ็บหนัก
🎯 วิธีแก้
ถ้าจด VAT → ยื่น ภ.พ.36 ทุกเดือนที่มีค่าแอดต่างประเทศ ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ดูหัวข้อ 2.4)
❌ 9. Dropship ลงรายได้แค่ “กำไรส่วนต่าง”
ขาย 1,200 จ่ายซัพ 800 → ลงรายได้ 400 — ผิด! สรรพากรถือว่ารายได้ = 1,200 ส่วน 800 เป็นค่าใช้จ่าย
🎯 วิธีแก้
ลงรายได้ตามยอดเต็มที่ลูกค้าจ่าย ลงต้นทุนแยก (ดูหัวข้อ 7.1)
10. เอกสาร ภาษีขายของออนไลน์ ที่ต้องเก็บ
กฎหมายกำหนดเก็บเอกสารภาษีขายของออนไลน์อย่างน้อย 5 ปี
Checklist ภาษีขายของออนไลน์ ที่ต้องทำทุกเดือน
- Finance Report / Income Report จากทุกแพลตฟอร์ม
- Bank Statement บัญชีร้านทุกบัญชี
- ใบเสร็จ/Invoice ซื้อสินค้า (โรงงาน, จีน, ซัพพลายเออร์)
- หลักฐานค่าขนส่ง, Packaging, ค่าโฆษณา
- ใบกำกับภาษีซื้อ (กรณีจด VAT)
- หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
- Revenue Reconciliation
- ยื่น ภ.พ.36 ค่าโฆษณาต่างประเทศ (จด VAT + ยิงแอด)
- ใบลดหนี้ (Credit Note) กรณีรับคืน (จด VAT)
- บันทึกรายการสินค้าคืน/สูญหาย พร้อมหลักฐาน
Checklist ภาษีขายของออนไลน์ ที่ต้องทำทุกไตรมาส
- นับสต็อกจริง เทียบตัวเลขในระบบ
- สรุปคืนสินค้า/ชำรุด/สูญหาย
- ตรวจยอดสะสมว่าใกล้ 1.8 ล้านหรือยัง
Checklist ภาษีขายของออนไลน์ ที่ต้องทำทุกปี
- รายงานนับสต็อกสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นปี
- หนังสือรับรอง WHT ประจำปีจากทุกแพลตฟอร์ม
- สรุปภาษีที่จ่ายล่วงหน้าทั้งหมด
- ทะเบียนทรัพย์สิน (คอมพิวเตอร์, ชั้นวาง)
- สรุปยอด ภ.พ.36 ที่ยื่นตลอดปี (จด VAT)
11. ควรจ้างสำนักงานบัญชีขายของออนไลน์ตอนไหนดี?
- ยอดขายยังไม่เกิน 1 ล้าน/ปี
- ขายแพลตฟอร์มเดียว ช่องทางไม่ซับซ้อน
- เป็นบุคคลธรรมดา หักเหมา 60%
- ยังไม่จด VAT
- ยอดแตะ 1.5 ล้าน (ใกล้เกณฑ์ VAT)
- ขายหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน กระทบยอดเองไม่ไหว
- จดเป็นบริษัท/หจก. แล้ว
- นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
- มีคำถามภาษีที่เสิร์ชแล้วยังไม่มั่นใจ
เรทราคาสำนักงานบัญชี (โดยประมาณ)
| ขนาดร้าน / ความซับซ้อน | ค่าบริการ |
|---|---|
| ร้านเล็ก บุคคลธรรมดา ไม่จด VAT | 1,500 – 3,000 บาท/เดือน |
| ร้านกลาง จด VAT หลายแพลตฟอร์ม | 3,000 – 6,000 บาท/เดือน |
| บริษัท/หจก. นำเข้าสินค้า | 6,000 – 15,000 บาท/เดือน |
| ร้านใหญ่ มีคลังสินค้า + พนักงาน | เริ่ม 15,000 บาท/เดือนขึ้นไป |
🎯 ปรึกษาฟรี 30 นาที — เฉพาะคนขายของออนไลน์
ทีมที่ปรึกษาภาษีขายของออนไลน์ Tawan Consultant ดูแลตั้งแต่ร้านเล็กๆ ไปจนถึงร้านยอดหลายสิบล้านบาท/ปี
คุยกับเรา 30 นาที คุณจะได้:
- ประเมินว่าตอนนี้ควรจด VAT แล้วหรือยัง
- เคาะตัวเลข บุคคลธรรมดา vs บริษัท แบบไหนคุ้มกว่า
- คำแนะนำเอกสารที่ต้องเก็บจากแพลตฟอร์มที่คุณขาย
- คุยแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ไม่กดดันขาย
FAQ — คำถามยอดฮิตเรื่อง ภาษีขายของออนไลน์
(2) ภาษีเงินได้ตอนสิ้นปีจากกำไร — อากรและ VAT นำเข้าถือเป็นต้นทุนที่หักได้
นิติบุคคล: ภ.ง.ด.51 + ภ.ง.ด.50
จด VAT: เพิ่ม ภ.พ.30 ทุกเดือน
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง
- บัญชีและภาษีร้านอาหาร 2569: คู่มือเจ้าของร้านที่อ่านจบแล้วทำเองได้
- เปิดบริษัทใหม่ ต้องรู้อะไรบ้าง (ปี 2569)
- วางแผนภาษีสิ้นปี 2568 สำหรับ SME
- คู่มือจด VAT ฉบับ SME
ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม: กรมสรรพากร
#ภาษีขายของออนไลน์
#ภาษีShopee
#ภาษีLazada
#ภาษีTikTokShop
#VATขายของออนไลน์
#ขายของออนไลน์
#สำนักงานบัญชี
#eCommerce
#Dropship
#PreOrder
#วางแผนภาษี
#SME