บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน คณะบุคคล หจก. บริษัท ต่างกันอย่างไร (ภาษี + ความรับผิด)

บุคคลธรรมดา หจก. บริษัท ต่างกันอย่างไร — ตะวัน คอนซัลแทนท์

เลือกรูปแบบธุรกิจผิดตั้งแต่วันแรก = จ่ายภาษีเกินและแบกความเสี่ยงเกินตัวไปหลายปี ก่อนเริ่มกิจการหรือก่อนขยายให้เข้าใจความต่างของ 5 รูปแบบนี้ก่อน — บุคคลธรรมดา, ห้างหุ้นส่วนสามัญ, คณะบุคคล, ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) และบริษัทจำกัด ทั้งด้านภาษีและ “ใครรับผิดหนี้แค่ไหน” บทความนี้สรุปครบพร้อมตารางเทียบ ตารางอัตราภาษี และตัวอย่างการคำนวณ อ้างอิงมาตราในประมวลรัษฎากร

สรุปสั้น (TL;DR)

  • 3 รูปแบบแรก (บุคคลธรรมดา / ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน / คณะบุคคล) เสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อัตราก้าวหน้า 0–35% (มาตรา 48) และรับผิดในหนี้แบบไม่จำกัด
  • 2 รูปแบบหลัง (หจก. / บริษัทจำกัด) เป็น นิติบุคคล เสีย ภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ (มาตรา 65, 66) และจำกัดความรับผิด
  • จุดพลิกที่คนพลาดบ่อย: ตั้งแต่ปี 2557 เงินส่วนแบ่งกำไรจากห้างหุ้นส่วนสามัญ/คณะบุคคล ไม่ได้รับยกเว้นภาษีแล้ว (ยกเลิกมาตรา 42(14)) — เสียภาษี “สองชั้น” เหมือนกัน
  • ทุกรูปแบบถ้ารายรับเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจด ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เหมือนกัน

5 รูปแบบธุรกิจ คืออะไร

  1. บุคคลธรรมดา — ทำคนเดียวในนามตัวเอง ไม่ต้องจดทะเบียนนิติบุคคล
  2. ห้างหุ้นส่วนสามัญ (ไม่จดทะเบียน) — บุคคลตั้งแต่ 2 คนตกลงลงทุนทำกิจการร่วมกันเพื่อแบ่งกำไร ยังไม่มีสภาพนิติบุคคล
  3. คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล — ตามมาตรา 39 คือ “บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงกระทำการร่วมกัน อันมิใช่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ” (เช่น ร่วมกันรับงานเป็นครั้งคราว โดยไม่มุ่งแบ่งกำไรแบบห้างหุ้นส่วน) — นิยามนี้เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฯ (ฉบับที่ 39) พ.ศ. 2557
  4. ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) — ห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีหุ้นส่วน 2 จำพวก
  5. บริษัทจำกัด — นิติบุคคลที่แบ่งทุนเป็นหุ้น ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัด

ทั้ง หจก. และบริษัทเป็น “บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล” ตามนิยามในมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร จึงเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วน 3 รูปแบบแรกเสียภาษีในฐานะบุคคล

ข้อเหมือน (สิ่งที่ทุกรูปแบบต้องเจอเหมือนกัน)

ประเด็น เหมือนกันอย่างไร อ้างอิง
ต้องเสียภาษีเงินได้ ทุกรูปแบบมีหน้าที่เสียภาษีจากเงินได้ที่เกิดขึ้น เพียงแต่ใช้ “ฐาน” ต่างกัน (บุคคล vs นิติบุคคล) ม.40, ม.65
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถ้าขายสินค้า/บริการที่อยู่ในข่าย และรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจดทะเบียนและเรียกเก็บ VAT 7% เหมือนกันหมด ม.77/1, 77/2, 82/3, 85/1
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ผู้จ่ายเงินได้ทุกประเภท (บุคคล/ห้าง/บริษัท/คณะบุคคล) มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินได้ ม.50
อากรแสตมป์ ถ้าทำตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (เช่า จ้างทำของ กู้ยืม) ต้องปิดอากรเหมือนกัน ม.104 + บัญชีอัตราอากรแสตมป์
ต้องมีเอกสาร/หลักฐานรายรับ-รายจ่าย ต้องเก็บเอกสารพิสูจน์เงินได้และรายจ่ายเพื่อยื่นภาษีให้ถูกต้อง หลักการพิสูจน์รายจ่าย ม.65 ตรี

ข้อแตกต่าง (ตารางเทียบหลัก)

หัวข้อ บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญ (ไม่จดทะเบียน) คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บริษัทจำกัด
สภาพนิติบุคคล ไม่เป็น ไม่เป็น ไม่เป็น เป็น (จดทะเบียน DBD) เป็น (จดทะเบียน DBD)
ฐานภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา บุคคลธรรมดา (ยื่นในนามหน่วยเดียว) บุคคลธรรมดา (ยื่นในนามหน่วยเดียว) นิติบุคคล นิติบุคคล
อัตราภาษี ก้าวหน้า 0–35% ตามขั้นเงินได้สุทธิ (ม.48) กำไรสุทธิ 20% (SME มีอัตราลด 0/15/20% — ดูด้านล่าง) (ม.65, 66)
หักค่าใช้จ่าย หักตามจริง หรือแบบเหมาตามประเภทเงินได้ (ม.42 ทวิ–ม.46) หักตามจริงที่เป็นรายจ่ายเพื่อกิจการ ตามเงื่อนไข ม.65 ทวิ / ม.65 ตรี
แบบยื่นภาษีเงินได้ ภ.ง.ด.90/91 (ปลายปี) + ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี ถ้ามีเงินได้ 40(5)-(8)) (ม.56, 56 ทวิ) ภ.ง.ด.50 (ปลายรอบ) + ภ.ง.ด.51 (ครึ่งรอบ) (ม.67 ทวิ, 68, 69)
ความรับผิดในหนี้ ไม่จำกัด (ทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด) ไม่จำกัด หุ้นส่วนทุกคนร่วมรับผิด ไม่จำกัด ผู้ร่วมคณะร่วมรับผิด หุ้นส่วนจำพวกจำกัด: จำกัดเท่าเงินลงหุ้น / จำพวกไม่จำกัด: ไม่จำกัด ผู้ถือหุ้น: จำกัดเท่าค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ
อ้างอิงความรับผิด (ปพพ.) — ม.1025 / 1050 / 1052 หลักตัวการ-ตัวแทน/ลูกหนี้ร่วม ม.1077 ม.1096
เงินส่วนแบ่งกำไรถึงมือเจ้าของ ไม่มีชั้นที่สอง ตั้งแต่ 2557 ผู้เป็นหุ้นส่วน/สมาชิกต้องนำส่วนแบ่งกำไรมารวมเป็นเงินได้อีกชั้น (ยกเลิกยกเว้น ม.42(14)) เงินปันผล/ส่วนแบ่งกำไรเป็นเงินได้ 40(4)(ข) ถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% (มีเครดิตภาษีเงินปันผลกรณีบริษัท)
ความน่าเชื่อถือ/ระดมทุน ต่ำ–กลาง ทำสัญญา/กู้แบงก์ในนามบุคคล สูงกว่า มีงบการเงินจดทะเบียน กู้/หาผู้ร่วมทุนง่ายกว่า
ภาระบัญชี ไม่บังคับทำบัญชีชุดใหญ่ (แนะนำทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย) ต้องทำบัญชี ปิดงบ ตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี และยื่นงบต่อ DBD ทุกปี

เจาะภาษีเงินได้: บุคคล vs นิติบุคคล

กลุ่มบุคคลธรรมดา (บุคคล / ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน / คณะบุคคล)

เสียภาษีจาก เงินได้สุทธิ (เงินได้ − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน) ในอัตราก้าวหน้า 0–35% ตามมาตรา 48 กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญและคณะบุคคลจะยื่นภาษีในนาม “หน่วยภาษีเดียว” ตามมาตรา 56 ก่อน แล้วส่วนแบ่งกำไรที่ตกถึงหุ้นส่วนแต่ละคน ตั้งแต่ปีภาษี 2558 เป็นต้นไปต้องนำมารวมเป็นเงินได้ของบุคคลนั้นด้วย เพราะการยกเว้นตามมาตรา 42(14) ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฯ (ฉบับที่ 39) พ.ศ. 2557 — จุดนี้ทำให้ข้อได้เปรียบ “ตั้งคณะบุคคลเพื่อกระจายฐานภาษี” หมดไปเป็นส่วนใหญ่

ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ก้าวหน้าตามขั้น — ม.48(1))

เงินได้สุทธิ (บาท/ปี) อัตราภาษีของขั้น ภาษีสะสมสูงสุดเมื่อจบขั้น
0 – 150,000 ยกเว้น 0
150,001 – 300,000 5% 7,500
300,001 – 500,000 10% 27,500
500,001 – 750,000 15% 65,000
750,001 – 1,000,000 20% 115,000
1,000,001 – 2,000,000 25% 365,000
2,000,001 – 5,000,000 30% 1,265,000
เกิน 5,000,000 35% —

ข้อสังเกตของอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

  • เป็นอัตราก้าวหน้าแบบขั้นบันได — เฉพาะเงินได้ “ส่วนที่เกิน” แต่ละขั้นเท่านั้นที่เสียในอัตราสูงขึ้น ไม่ใช่ทั้งก้อนถูกคูณอัตราสูงสุด
  • เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ทุกคน (พระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 470)
  • เพดานสูงสุด 35% เริ่มที่เงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 5,000,000 บาท/ปี
  • ยังมีวิธีคำนวณขั้นต่ำ 0.5% ตามมาตรา 48(2): ถ้ามีเงินได้ประเภทอื่นที่ไม่ใช่เงินเดือน (40(1)) รวมกันตั้งแต่ 120,000 บาท/ปี ต้องคำนวณภาษี 0.5% ของเงินได้พึงประเมินด้วย แล้วเทียบเสียตามจำนวนที่สูงกว่า (แต่ถ้าภาษีวิธี 0.5% ไม่เกิน 5,000 บาท ได้รับยกเว้น)
  • การเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายมีผลต่อภาษีโดยตรง — เลือก “ตามจริง” หรือ “เหมา” อย่างใดอย่างหนึ่งต่อประเภทเงินได้ ดูตารางและตัวอย่างด้านล่าง

อัตราหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา ตามประเภทเงินได้

ประเภทเงินได้ (ม.40) หักเหมาได้
40(1)(2) เงินเดือน ค่าจ้าง รับทำงานให้ 50% แต่รวมกันไม่เกิน 100,000
40(3) ค่าลิขสิทธิ์/ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ (บางกรณี) 50% ไม่เกิน 100,000 (บางประเภทหักตามจริงเท่านั้น)
40(5) ค่าเช่าทรัพย์สิน 10–30% ตามประเภททรัพย์ (หรือหักตามจริง)
40(6) วิชาชีพอิสระ 30% (การประกอบโรคศิลปะ 60%)
40(7) รับเหมาที่ผู้รับเหมาจัดหาสัมภาระเอง 60%
40(8) ธุรกิจ/พาณิชย์/อื่นๆ 40–60% แล้วแต่ประเภท (บางประเภทหักตามจริงเท่านั้น)

อ้างอิงพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 11) และมาตรา 42 ทวิ–46 — ตรวจสอบประเภทกิจการและอัตราที่ใช้ได้ที่ rd.go.th

ตัวอย่างคำนวณ: หักค่าใช้จ่าย “ตามจริง” vs “เหมา”

สมมติ นาย ก. มีเงินได้จากธุรกิจตามมาตรา 40(8) ประเภทที่หักเหมาได้ 60% รายได้ทั้งปี 1,000,000 บาท มีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท (เพื่อให้เห็นภาพชัด ตัดลดหย่อนอื่นออก)

ขั้นตอน แบบเหมา 60% แบบตามจริง (มีค่าใช้จ่ายจริงพิสูจน์ได้ 750,000)
รายได้ 1,000,000 1,000,000
หักค่าใช้จ่าย 600,000 (เหมา 60%) 750,000 (ตามจริง)
เหลือ 400,000 250,000
หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 60,000
เงินได้สุทธิ 340,000 190,000
ภาษี (ก้าวหน้า) 7,500 + (40,000×10%) = 11,500 40,000×5% = 2,000

ข้อสังเกต: ถ้าค่าใช้จ่ายจริงที่ “พิสูจน์ได้ด้วยเอกสาร” สูงกว่าอัตราเหมา การหักตามจริงจะประหยัดภาษีมากกว่า (ตัวอย่างนี้ประหยัด 9,500 บาท) แต่ต้องเก็บใบเสร็จ/หลักฐานให้ครบ หากค่าใช้จ่ายจริงต่ำกว่าอัตราเหมา ให้เลือกหักเหมาเพราะได้เปรียบและไม่ต้องพิสูจน์รายจ่าย

กลุ่มนิติบุคคล (หจก. / บริษัท)

เสียภาษีจาก กำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 และมาตรา 66 โดยรายจ่ายต้องเข้าเงื่อนไขมาตรา 65 ทวิ และไม่ใช่รายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี อัตราทั่วไป 20% สำหรับ SME (ทุนชำระแล้ว ≤ 5 ล้านบาท และรายได้ ≤ 30 ล้านบาท/ปี) ได้อัตราพิเศษ:

กำไรสุทธิ (บาท) อัตราภาษี SME อัตราทั่วไป (นิติบุคคลปกติ)
0 – 300,000 ยกเว้น 20%
300,001 – 3,000,000 15% 20%
เกิน 3,000,000 20% 20%

อัตรา SME อ้างอิงพระราชกฤษฎีกาลดอัตรา/ยกเว้นภาษีสำหรับ SME — ตรวจสอบฉบับที่บังคับใช้ในปีภาษีปัจจุบันที่ rd.go.th

ข้อสังเกตของอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

  • อัตราทั่วไป 20% เป็นอัตราคงที่ ของกำไรสุทธิทั้งก้อน ไม่ก้าวหน้าแบบบุคคลธรรมดา
  • สิทธิ SME ต้องเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อ — ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี ≤ 5 ล้านบาท และ รายได้จากการขาย/บริการในรอบบัญชี ≤ 30 ล้านบาท ขาดข้อใดข้อหนึ่งก็เสียสิทธิ
  • ถ้าปีใดรายได้เกิน 30 ล้านบาท จะเสียสิทธิอัตรา SME ในปีนั้น (กลับไปเสีย 20% ทั้งก้อน)
  • ผลขาดทุนสุทธิยกไปหักได้ไม่เกิน 5 รอบบัญชีถัดไป (ม.65 ตรี (12)) — ต่างจากบุคคลธรรมดาที่นำผลขาดทุนข้ามปีมาหักไม่ได้
  • ฐานภาษีคือ “กำไรสุทธิทางภาษี” ซึ่งอาจต่างจากกำไรทางบัญชี เพราะต้องบวกกลับรายจ่ายต้องห้าม (ม.65 ตรี) และปรับตามเงื่อนไข ม.65 ทวิ

ตัวอย่างคำนวณ: SME vs อัตราทั่วไป (กำไรสุทธิ 2,000,000 บาท)

ขั้นกำไรสุทธิ SME อัตราทั่วไป 20%
0 – 300,000 ยกเว้น = 0 300,000×20% = 60,000
300,001 – 2,000,000 (1,700,000) 1,700,000×15% = 255,000 1,700,000×20% = 340,000
ภาษีรวม 255,000 400,000

ข้อสังเกต: ที่กำไร 2 ล้านบาท กิจการที่เข้าเกณฑ์ SME เสียภาษีน้อยกว่า 145,000 บาท ยิ่งกำไรอยู่ในช่วง 300,001–3,000,000 สิทธิ SME ยิ่งได้เปรียบ เพราะเสียเพียง 15% เทียบกับ 20%

VAT และภาษีธุรกิจเฉพาะ — ไม่เกี่ยวกับรูปแบบ แต่เกี่ยวกับ “กิจการ”

ทั้ง 5 รูปแบบใช้กฎ VAT เดียวกัน: ถ้าขายสินค้า/บริการในข่าย VAT และมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเรียกเก็บ 7% (มาตรา 77/1, 77/2, 82/3, 85/1) ส่วนกิจการเฉพาะบางประเภท เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ให้กู้ยืมเงิน หรือขายอสังหาฯ เป็นทางค้า จะเข้า ภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/2 แทน — ทั้งสองเรื่องนี้ขึ้นกับ “ทำธุรกิจอะไร” ไม่ใช่ “จดทะเบียนแบบไหน”

การจำกัดความรับผิด — จุดชี้ขาดที่คนมองข้าม

เรื่องภาษีสำคัญ แต่ “ถ้ากิจการเป็นหนี้ ใครต้องใช้หนี้แค่ไหน” สำคัญไม่แพ้กัน อ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.):

  • บุคคลธรรมดา / ห้างหุ้นส่วนสามัญ / คณะบุคคล: เจ้าของและผู้ร่วมทุน รับผิดในหนี้แบบไม่จำกัด เจ้าหนี้ตามยึดทรัพย์สินส่วนตัวได้ (ห้างหุ้นส่วนสามัญ — หุ้นส่วนทุกคนรับผิดร่วมกันและแทนกัน ตาม ปพพ. ม.1025 ประกอบ ม.1050/1052)
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.): มีหุ้นส่วน 2 จำพวก (ปพพ. ม.1077) — จำพวก จำกัดความรับผิด รับผิดไม่เกินเงินที่ลงหุ้น และจำพวก ไม่จำกัดความรับผิด อย่างน้อย 1 คน (มักเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ) รับผิดเต็มจำนวน
  • บริษัทจำกัด: ผู้ถือหุ้น รับผิดจำกัดเพียงจำนวนค่าหุ้นที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบ (ปพพ. ม.1096) — ถ้าชำระค่าหุ้นครบแล้ว โดยหลักไม่ต้องรับผิดในหนี้บริษัทด้วยทรัพย์สินส่วนตัว

เรื่องที่สำนักงานบัญชีอยากบอกก่อนตัดสินใจ

  1. “คณะบุคคลลดภาษี” เป็นความเชื่อเก่า — หลังยกเลิก ม.42(14) ปี 2557 ส่วนแบ่งกำไรถูกเก็บภาษีอีกชั้น การกระจายฐานภาษีจึงแทบไม่ได้ประโยชน์แล้ว และยังเสี่ยงถูกประเมินย้อนหลัง
  2. รายได้โตถึงจุดหนึ่ง นิติบุคคลคุ้มกว่า — เมื่อกำไรสูงจนอัตราบุคคลธรรมดาแตะ 30–35% การเป็นบริษัท (เพดาน 20% หรือ SME 15%) มักประหยัดกว่า แต่ต้องแลกกับภาระทำบัญชี ปิดงบ และสอบบัญชี
  3. จำกัดความรับผิด = ป้องกันทรัพย์สินส่วนตัว — ธุรกิจที่มีความเสี่ยงหนี้/ถูกฟ้อง (รับเหมา นำเข้า ขายเชื่อ) การตั้งบริษัทช่วยกันไฟลามถึงบ้าน-ที่ดินส่วนตัว
  4. VAT ไม่รอให้จด — พอรายรับแตะ 1.8 ล้าน ต้องจดภายใน 30 วัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน มิฉะนั้นมีเบี้ยปรับเงินเพิ่ม
  5. ต้นทุนแฝงของนิติบุคคล — ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี ค่าจดทะเบียน และวินัยการแยกเงินบริษัทออกจากเงินส่วนตัว ต้องพร้อมก่อนตั้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คณะบุคคลกับห้างหุ้นส่วนสามัญต่างกันอย่างไร?

ทั้งคู่ไม่เป็นนิติบุคคลและเสียภาษีบุคคลธรรมดาในนามหน่วยเดียว แต่ตามมาตรา 39 “คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล” คือการตกลงทำการร่วมกัน ที่ไม่ใช่ห้างหุ้นส่วนสามัญ (ไม่ได้มุ่งแบ่งกำไรแบบห้างหุ้นส่วน) ในทางปฏิบัติจึงต่างกันที่ลักษณะการร่วมทำกิจการและเจตนาแบ่งกำไร

ตั้งคณะบุคคลยังช่วยประหยัดภาษีอยู่ไหม?

โดยหลักไม่แล้ว เพราะการยกเว้นภาษีส่วนแบ่งกำไรตามมาตรา 42(14) ถูกยกเลิกตั้งแต่ปี 2557 ทำให้เสียภาษีทั้งชั้นหน่วยและชั้นบุคคล

หจก. กับบริษัท เสียภาษีต่างกันไหม?

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากัน (และเข้าเกณฑ์ SME ได้เหมือนกัน) ต่างกันที่โครงสร้างความรับผิด (หจก. มีหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน) และความยืดหยุ่นในการระดมทุน/โอนหุ้น ซึ่งบริษัททำได้ดีกว่า

เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริงดีกว่ากัน?

ขึ้นกับว่าค่าใช้จ่ายจริงที่พิสูจน์ได้สูงหรือต่ำกว่าอัตราเหมา ถ้าค่าใช้จ่ายจริง (มีเอกสารครบ) สูงกว่าอัตราเหมา การหักตามจริงประหยัดภาษีกว่า แต่ถ้าต่ำกว่าหรือไม่มีเอกสารพิสูจน์ ให้เลือกหักเหมาเพราะสะดวกและได้เปรียบกว่า

สรุป

เลือกรูปแบบธุรกิจต้องชั่ง 3 อย่างพร้อมกัน: ภาระภาษี, ความรับผิดในหนี้, และ ต้นทุนการทำบัญชี/กำกับ ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกกับทุกคน หากไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณควรอยู่รูปแบบไหน หรือถึงจุดที่ควรแปลงเป็นบริษัทหรือยัง ปรึกษาสำนักงานบัญชีก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ

เนื้อหาอ้างอิงประมวลรัษฎากร (มาตรา 39, 40, 42, 42 ทวิ–46, 48, 50, 56, 65, 66, 77–85, 91/2, 104) และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ตรวจสอบล่าสุดที่ rd.go.th (โทร 1161) และ dbd.go.th

บริการของเรา

ที่ปรึกษาเฉพาะคุณ

"ข้อมูลบัญชีบอกผลการดำเนินงาน”

เราวิเคราะห์ตัวเลขที่เกิดขึ้น ให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจในอนาคต ในทุกเรื่องของธุรกิจ ให้ธุรกิจเติบโต

HOW WE'RE DIFFERENT

TAWAN CONSULTANT

ผู้จัดทำบัญชีและผู้ตวจสอบบัญชีมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการทำงานมามากกว่า 10 ปี

ทีมงานสำนักงานบัญชีกำลังให้คำปรึกษาลูกค้าเพื่อวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย
5+

ผู้เชี่ยวชาญ

51+

ลูกค้าของเรา

1+

บริษัทในเครือเรา

ABOUT US

เราคือโอกาสให้คุณมีเวลากลับไปทำในสิ่งที่ธุรกิจคุณถนัดที่สุด ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเติบโตอย่างมั่นคง

เราเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มุ่งมั่นให้บริการธุรกิจ SME ทั่วประเทศ เราดูแลด้านบัญชีเพื่อลดภาระการจัดการตัวเลขของคุณ ในขณะที่คุณสามารถโฟกัสกับการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ บริการของเรายืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับประเภทและขนาดธุรกิจของคุณ