ทุนจดทะเบียนบริษัทเท่าไหร่ดี: ขั้นต่ำตามกฎหมาย ชำระทุน 25% ค่าธรรมเนียม DBD สิทธิภาษี SME และการเพิ่มทุน-ลดทุน

ทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ดี + สิทธิภาษี SME — ตะวัน คอนซัลแทนท์

ทุนจดทะเบียน ของบริษัทจำกัดไทยไม่มีจำนวนขั้นต่ำทั่วไปที่กฎหมายบังคับ เงื่อนไขที่มีจริงคือ ทุนต้องแบ่งเป็นหุ้นมูลค่าเท่า ๆ กัน มูลค่าหุ้นไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท มีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน คนละอย่างน้อย 1 หุ้น และก่อนยื่นจดทะเบียนตั้งบริษัท กรรมการต้องเรียกเก็บค่าหุ้นอย่างน้อย ร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น ส่วนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนไม่มีทุนขั้นต่ำ และลงหุ้นด้วยเงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงานก็ได้ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ในปัจจุบันเป็นอัตราคงที่ ไม่ขึ้นกับจำนวนทุน

ดังนั้นคำถาม "ทุนเท่าไหร่ดี" จึงไม่ใช่คำถามกฎหมาย แต่เป็นคำถามทางธุรกิจและภาษี ตัวเลขที่เหมาะคือเงินที่ผู้ถือหุ้นพร้อมใส่จริงเพื่อให้กิจการเดินได้ในช่วงแรก ไม่สูงจนต้องรับผิดในค่าหุ้นที่ยังไม่ได้จ่าย และระวังไม่ให้ ทุนที่ชำระแล้วเกิน 5 ล้านบาท เพราะจะเสียสิทธิอัตราภาษีนิติบุคคลแบบ SME บทความนี้สรุปตามคู่มือการจดทะเบียนของ DBD ประมวลรัษฎากร และพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 530) (ดูแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ)

สรุปสั้นที่สุด: ไม่มีทุนขั้นต่ำทั่วไป · มูลค่าหุ้นไม่ต่ำกว่า 5 บาท · ต้องชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ก่อนจดทะเบียนตั้งบริษัท · ค่าธรรมเนียม DBD คงที่ (หนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท + จัดตั้งบริษัท 5,000 บาท ห้างหุ้นส่วน 1,000 บาท) · ผู้ถือหุ้นรับผิดไม่เกินค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ · ทุนชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบบัญชีใดเกิน 5 ล้านบาท เสียสิทธิอัตรา SME · ทุนเกิน 5 ล้านบาทต้องส่งหลักฐานธนาคารเพิ่ม · เพิ่มทุนทำได้ง่ายกว่าลดทุน (ลดทุนต้องประกาศและรอเจ้าหนี้คัดค้าน 30 วัน) · เงินที่ใส่เพิ่มภายหลังจะเป็นทุนหรือเงินกู้กรรมการก็ได้ แต่ผลทางภาษีต่างกัน

1. ทุนจดทะเบียน ทุนที่ชำระแล้ว และค่าหุ้นที่ยังไม่ชำระ ต่างกันอย่างไร

สามคำนี้ถูกใช้ปนกันบ่อย แต่มีผลทางกฎหมายและภาษีต่างกัน

คำ ความหมาย ใช้ทำอะไร
ทุนจดทะเบียน ทุนทั้งหมดที่ระบุในหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 = จำนวนหุ้น x มูลค่าหุ้น กำหนดเพดานหุ้นที่บริษัทออกได้ และเกณฑ์ "ทุนเกิน 5 ล้านบาท" ของ DBD
ทุนที่ชำระแล้ว เงินหรือทรัพย์สินที่ผู้ถือหุ้นจ่ายค่าหุ้นเข้าบริษัทจริง ใช้เป็นเกณฑ์สิทธิอัตราภาษี SME (ทุนชำระแล้ว ไม่ใช่ทุนจดทะเบียน)
ค่าหุ้นที่ยังไม่ชำระ ทุนจดทะเบียน ลบ ทุนที่ชำระแล้ว เป็นจำนวนที่ผู้ถือหุ้นยังต้องรับผิด หากบริษัทเรียกชำระ

ตัวอย่างที่ใช้กันบ่อย: บริษัทจดทะเบียนทุน 1,000,000 บาท แบ่งเป็น 10,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท กรรมการเรียกชำระค่าหุ้น 25% ผู้ถือหุ้นจึงจ่ายหุ้นละ 25 บาท รวม 250,000 บาท

  • ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท
  • ทุนที่ชำระแล้ว 250,000 บาท
  • ค่าหุ้นที่ยังไม่ชำระ 750,000 บาท ซึ่งผู้ถือหุ้นยังต้องรับผิดตามสัดส่วนหุ้นของตน

ความรับผิดของผู้ถือหุ้นในค่าหุ้นที่ยังไม่ชำระ

คู่มือของ DBD ระบุลักษณะของบริษัทจำกัดว่า ผู้ถือหุ้น รับผิดไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ แปลว่า ถ้าคุณถือหุ้นที่ชำระเต็มมูลค่าแล้ว ความเสี่ยงของคุณจำกัดอยู่ที่เงินที่ลงไป แต่ถ้ายังชำระไม่ครบ ส่วนที่ค้างอยู่คือหนี้ที่บริษัทเรียกเก็บจากคุณได้ เช่น เมื่อบริษัทขาดเงินแล้วกรรมการเรียกชำระค่าหุ้นงวดถัดไป หรือเมื่อบริษัทเลิกกิจการและต้องใช้เงินชำระหนี้เจ้าหนี้

ข้อนี้คือเหตุผลหลักที่ ไม่ควรตั้งทุนจดทะเบียนสูงเพื่อให้ดูน่าเชื่อถืออย่างเดียว ถ้าจดทะเบียน 10 ล้านบาท แต่ชำระจริง 2.5 ล้านบาท ผู้ถือหุ้นยังมีภาระค่าหุ้นค้างอีก 7.5 ล้านบาท และคู่ค้าหรือธนาคารที่ตรวจงบการเงินก็เห็นทุนที่ชำระแล้วจริงอยู่ดี

ทุนที่ "ชำระครบ" ต้องมีเงินเข้าบริษัทจริง

ในทางปฏิบัติ หลายบริษัทจดทะเบียนว่าชำระค่าหุ้นครบแล้ว แต่เงินไม่เคยเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท ผลคือในงบการเงินต้องมีตัวเลขฝั่งสินทรัพย์รองรับทุนที่ชำระแล้ว ซึ่งมักกลายเป็น "เงินสดในมือ" ก้อนใหญ่ที่ไม่มีอยู่จริง หรือ "เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ" ซึ่งมีผลทางภาษีตามข้อ 6 ความเห็นของสำนักงานคือ ให้ระบุทุนที่ชำระแล้วตามเงินที่จ่ายจริง และโอนเงินค่าหุ้นเข้าบัญชีบริษัทพร้อมเก็บหลักฐาน จะทำให้บัญชีปีแรกสะอาดและลดคำถามจากผู้สอบบัญชีและสรรพากร

2. ทุนขั้นต่ำตามกฎหมาย: บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วน

2.1 บริษัทจำกัด

คู่มือการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดของ DBD กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับทุนและผู้ก่อตั้งไว้ดังนี้

เรื่อง หลักเกณฑ์
จำนวนผู้เริ่มก่อการ อย่างน้อย 2 คน เป็นบุคคลธรรมดา อายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป
การจองหุ้นของผู้เริ่มก่อการ อย่างน้อยคนละ 1 หุ้น
มูลค่าหุ้น แบ่งทุนเป็นหุ้นมูลค่าเท่า ๆ กัน ไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท
การจองซื้อหุ้น ต้องมีผู้จองซื้อหุ้นครบทั้งหมดก่อนประชุมตั้งบริษัท
การชำระค่าหุ้นก่อนจดทะเบียน กรรมการเรียกเก็บค่าหุ้น อย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น
กำหนดยื่นจดทะเบียนจัดตั้ง ภายใน 3 เดือนนับแต่วันประชุมตั้งบริษัท ถ้าเลยกำหนด การประชุมตั้งบริษัทเสียไป
อายุหนังสือบริคณห์สนธิ สิ้นผลถ้าไม่จดทะเบียนตั้งบริษัทภายใน 3 ปี

ไม่มีข้อใดกำหนดจำนวนทุนขั้นต่ำเป็นตัวเงิน ในทางทฤษฎี บริษัทที่มีผู้ถือหุ้น 2 คน คนละ 1 หุ้น หุ้นละ 5 บาท ก็จดทะเบียนได้ แต่ในทางปฏิบัติไม่มีใครทำแบบนั้น เพราะทุนต้องพอใช้เป็นเงินตั้งต้นของกิจการ

2.2 ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัด

คู่มือการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนของ DBD กำหนดเพียงว่าต้องมีผู้เป็นหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ไม่มีทุนขั้นต่ำ และ

  • ผู้เป็นหุ้นส่วนลงทุนด้วยเงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงานก็ได้ ถ้าลงด้วยทรัพย์สินหรือแรงงานต้องตีราคาเป็นเงิน
  • หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดลงทุนด้วยแรงงานไม่ได้
  • คู่มือแนะนำว่าเงินหรือสิ่งที่นำมาลงหุ้นควรชำระให้ครบก่อนจดทะเบียน และต้องแนบสำเนาหลักฐานการรับชำระเงินลงหุ้น

ความรับผิดของหุ้นส่วนต่างจากบริษัท ห้างหุ้นส่วนสามัญ หุ้นส่วนทุกคนรับผิดในหนี้ของห้าง โดยไม่จำกัดจำนวน ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัด หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดรับผิดไม่เกินเงินที่ตนลงหุ้น แต่หุ้นส่วนผู้จัดการต้องเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเสมอ ทุนของห้างจึงไม่ได้จำกัดความเสี่ยงของหุ้นส่วนผู้จัดการ ดูการเปรียบเทียบรูปแบบกิจการแบบละเอียดได้ที่ บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน คณะบุคคล หจก. บริษัท ต่างกันอย่างไร (ภาษี + ความรับผิด)

ข้อที่ หจก. ได้เปรียบเรื่องทุน: คู่มือ DBD ระบุว่าห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มี ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ไม่ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบการเงิน แต่ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมรายงานของผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ส่วนบริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกขนาด

2.3 กรณีมีคนต่างด้าวหรือธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะ

คู่มือจัดตั้งบริษัทของ DBD ฉบับปัจจุบันกำหนดเอกสารเพิ่มสำหรับกรณีที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว คือ ถ้าบริษัทมีคนต่างด้าวถือหุ้น ไม่ถึงร้อยละ 50 หรือไม่มีคนต่างด้าวถือหุ้นแต่มีคนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมตามคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 2/2568 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ซึ่งตามสรุปมาตรการของ DBD คือ รายการเดินบัญชี (bank statement) ย้อนหลัง 3 เดือนของผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยแต่ละราย ที่แสดงการถอนหรือโอนเงินสอดคล้องกับเงินที่นำมาลงหุ้น คู่มือเก่าของ DBD เคยอ้างคำสั่งที่ 205/2555 ห้างหุ้นส่วนก็มีหลักเกณฑ์ทำนองเดียวกัน

นอกจากนี้ ธุรกิจที่มีกฎหมายพิเศษควบคุมต้องแนบหลักฐานความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ตอนจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ และบางกฎหมายกำหนดทุนขั้นต่ำเฉพาะของตนเอง รวมถึงหลักเกณฑ์ทุนสำหรับธุรกิจของคนต่างด้าวและการขอใบอนุญาตทำงาน เรื่องเหล่านี้มีเงื่อนไขแยกตามกฎหมายแต่ละฉบับ จึงควรตรวจกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนกำหนดทุน ไม่ควรใช้ตัวเลขที่ได้ยินต่อกันมา

3. ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน DBD ไม่ขึ้นกับจำนวนทุน

คู่มือการจดทะเบียนของ DBD ฉบับปัจจุบันกำหนดค่าธรรมเนียมเป็นอัตราคงที่ต่อรายการ ไม่ได้คิดตามจำนวนทุน

รายการ ค่าธรรมเนียม DBD
จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท
จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 5,000 บาท
จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน 1,000 บาท
จดทะเบียนเพิ่มทุนบริษัทจำกัด 500 บาท
จดทะเบียนมติพิเศษให้ลดทุน 500 บาท
จดทะเบียนลดทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 500 บาท
หนังสือรับรอง รายการละ 40 บาท
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท
รับรองสำเนาเอกสารคำขอจดทะเบียน หน้าละ 50 บาท

นอกจากค่าธรรมเนียม ยังมีค่าอากรแสตมป์ที่ระบุในคู่มือ ได้แก่ หนังสือบริคณห์สนธิ 200 บาท ข้อบังคับ (ถ้ามี) 200 บาท และหนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไขเมื่อเพิ่มทุนหรือลดทุน 50 บาท

ดังนั้น บริษัททุน 1 ล้านบาทกับทุน 10 ล้านบาท จ่ายค่าธรรมเนียมจัดตั้งเท่ากันคือ 5,500 บาท (ไม่รวมอากรแสตมป์และค่าหนังสือรับรอง) ค่าธรรมเนียมจึงไม่ใช่เหตุผลที่จะตั้งทุนต่ำหรือสูง ในทำนองเดียวกัน ค่าบริการจดทะเบียนของสำนักงานไม่ขึ้นกับทุน ดูรายละเอียดได้ที่ บริการจดทะเบียนบริษัท

4. ทุนเกิน 5 ล้านบาท: เอกสารเพิ่มที่ DBD กำหนด

DBD ไม่ได้ห้ามทุนสูง แต่ถ้า ทุนที่ขอจดทะเบียนเกินกว่า 5 ล้านบาท (ตอนจัดตั้ง หรือเมื่อเพิ่มทุนแล้วทุนรวมเกิน 5 ล้านบาท) ต้องส่งเอกสารเพิ่มพร้อมคำขอจดทะเบียน ตามคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 1/2567 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2567 คำสั่งฉบับนี้ ยกเลิกคำสั่งที่ 1/2566 ซึ่งคู่มือ DBD บางฉบับที่ยังเผยแพร่อยู่อ้างถึง สรุปได้ดังนี้

กรณี เอกสารที่ต้องส่งพร้อมคำขอจดทะเบียน
จัดตั้ง ชำระค่าหุ้นด้วยเงิน (1) หลักฐานที่ธนาคารออกให้ว่ากรรมการคนใดคนหนึ่งได้รับเงินค่าหุ้นตามจำนวนที่ชำระแล้ว และ (2) หนังสือยืนยันจากกรรมการผู้ขอจดทะเบียนว่าเงินตามเอกสารธนาคารเป็นเงินค่าหุ้น
จัดตั้ง ชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สิน หนังสือยืนยันของเจ้าของทรัพย์สินว่าจะโอนทรัพย์สินให้บริษัท พร้อมรายละเอียดทรัพย์สิน และสำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ถ้าเป็นทรัพย์สินมีทะเบียน
เพิ่มทุนจนทุนรวมเกิน 5 ล้านบาท ชำระด้วยเงิน หลักฐานที่ธนาคารออกให้ว่าบริษัทได้รับเงินค่าหุ้นเฉพาะส่วนที่เพิ่ม และหนังสือยืนยันจากบริษัทว่าเป็นเงินค่าหุ้น
เพิ่มทุนจนทุนรวมเกิน 5 ล้านบาท ชำระด้วยทรัพย์สิน หนังสือยืนยันการรับชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สิน พร้อมสำเนาเอกสารกรรมสิทธิ์ (ทรัพย์สินมีทะเบียน) หรือบัญชีรายละเอียดทรัพย์สิน (ทรัพย์สินไม่มีทะเบียน)

กรณีกรรมการทุกคนเป็นชาวต่างชาติ หรือได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากหน่วยงานอื่น เช่น BOI หรือ กนอ. คำสั่งอนุญาตให้ยื่นหนังสือชี้แจงเหตุที่ส่งเอกสารธนาคารพร้อมคำขอไม่ได้ แล้วส่งหลักฐานธนาคารว่าบริษัทได้รับเงินค่าหุ้นพร้อมหนังสือยืนยันภายใน 15 วันนับแต่นายทะเบียนรับจดทะเบียน ถ้าไม่ส่ง นายทะเบียนจะหมายเหตุในหนังสือรับรองว่านิติบุคคลนี้ไม่ได้จัดส่งเอกสารหลักฐานที่ยืนยันได้ว่ามีการรับชำระเงินตามทุนที่จดทะเบียนไว้ และจะยกเลิกหมายเหตุเมื่อส่งเอกสารหรือจดทะเบียนลดทุนเหลือไม่เกิน 5 ล้านบาท

ทุนเกิน 5 ล้านบาทจึงต้องมีเงินจริงผ่านบัญชีธนาคาร คู่มือจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและคู่มือเพิ่มทุนฉบับปัจจุบันของ DBD อ้างคำสั่งที่ 1/2567 ฉบับนี้ ส่วนรายละเอียดตัวอย่างหนังสือยืนยัน DBD เผยแพร่ไว้ต่างหาก ควรตรวจรายการเอกสารกับ DBD อีกครั้งก่อนยื่น

ตัวเลข 5 ล้านบาทของ DBD เป็นทุนจดทะเบียน ส่วนตัวเลข 5 ล้านบาทของสรรพากรในข้อ 5 เป็นทุนที่ชำระแล้ว เป็นคนละเกณฑ์กัน

5. ทุนชำระแล้วกับสิทธิอัตราภาษีนิติบุคคล SME

เรื่องนี้คือผลทางภาษีที่สำคัญที่สุดของการเลือกทุน

5.1 อัตรา SME และเงื่อนไข

พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 530) พ.ศ. 2554 มาตรา 6 และ 7 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 603) ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มี ทุนที่ชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมี รายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท เสียภาษีในอัตราลดลง

กำไรสุทธิทางภาษี (บาท) อัตรา SME อัตราทั่วไป
0 – 300,000 ยกเว้น 20%
300,001 – 3,000,000 15% 20%
ส่วนที่เกิน 3,000,000 20% 20%

บทความเดิมบนเว็บไซต์นี้เคยสรุปว่าอัตรา SME คือ 15% ตั้งแต่บาทแรก ซึ่งไม่ครบ กำไร 300,000 บาทแรกได้รับยกเว้นภาษี

5.2 กับดักของมาตรา 8: "รอบระยะเวลาบัญชีใด"

มาตรา 8 ของ พ.ร.ฎ. 530 กำหนดว่า กิจการที่จะได้สิทธิ ต้องไม่มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีใดเกินห้าล้านบาท และต้องไม่มีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีใดเกินสามสิบล้านบาท ตั้งแต่รอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2555 คู่มือภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME ของกรมสรรพากรอธิบายเงื่อนไขนี้ว่าต้องเป็นไปต่อเนื่องกันตั้งแต่รอบบัญชีปี 2555

ผลในทางปฏิบัติ:

  1. ทุนจดทะเบียนสูงเท่าไรก็ได้ ตราบใดที่ ทุนที่ชำระแล้ว ณ วันปิดบัญชี ไม่เกิน 5 ล้านบาท
  2. ถ้ารอบบัญชีใดทุนชำระแล้วเกิน 5 ล้านบาท แม้ปีต่อมาลดทุนลงแล้ว ก็เสี่ยงเสียสิทธิอัตรา SME ในรอบบัญชีถัด ๆ ไปด้วย
  3. ก่อนเรียกชำระค่าหุ้นเพิ่มหรือเพิ่มทุน ควรดูว่าทุนชำระแล้วรวมจะเกิน 5 ล้านบาท ณ วันปิดบัญชีหรือไม่

5.3 ตัวอย่างตัวเลข: บริษัทเดียวกัน ทุนชำระต่างกัน

สมมติบริษัทมีกำไรสุทธิทางภาษีปีละ 1,500,000 บาท และรายได้ขายสินค้าและบริการ 12 ล้านบาท (ตัวเลขสมมติ)

รายการ บริษัท ก. ทุนชำระ 5,000,000 บริษัท ข. ทุนชำระ 6,000,000
เข้าเงื่อนไข SME เข้า ไม่เข้า
กำไร 300,000 แรก ยกเว้น = 0 20% = 60,000
กำไรส่วน 300,001 – 1,500,000 (1,200,000) 15% = 180,000 20% = 240,000
ภาษีเงินได้นิติบุคคลต่อปี 180,000 300,000

ทุนชำระที่ต่างกันเพียง 1 ล้านบาท ทำให้ภาษีต่างกันปีละ 120,000 บาท และถ้ากำไรถึง 3 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนต่างจะเป็นปีละ 195,000 บาท ถ้ากิจการต้องการเงินมากกว่า 5 ล้านบาท ลองพิจารณาทางเลือกเงินกู้จากกรรมการในข้อ 6 ก่อนเรียกชำระทุนเกิน

อ่านรายละเอียดภาษีนิติบุคคลทั้งระบบได้ที่ ภาษีนิติบุคคลมีอะไรบ้าง: สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเปิดบริษัท และถ้ายังลังเลว่าควรจดบริษัทหรือไม่ ลองใช้ เครื่องคำนวณภาษี บุคคลธรรมดา vs บริษัท เทียบตัวเลขของคุณ

6. ใส่เงินเพิ่มภายหลัง: เพิ่มทุน หรือให้บริษัทกู้

เมื่อบริษัทต้องการเงินเพิ่ม เจ้าของมีสองทางหลัก คือใส่เป็นทุน (เรียกชำระค่าหุ้นที่ยังค้าง หรือเพิ่มทุน) หรือให้บริษัทกู้ในนามกรรมการหรือผู้ถือหุ้น

6.1 เปรียบเทียบสองทาง

ประเด็น ใส่เป็นทุน กรรมการให้บริษัทกู้
ผลต่อทุนชำระแล้ว เพิ่มขึ้น นับรวมในเกณฑ์ SME 5 ล้านบาท ไม่เพิ่ม
การได้เงินคืน ได้คืนผ่านเงินปันผล (จากกำไร) หรือการลดทุนที่ต้องผ่านกระบวนการเจ้าหนี้ บริษัทจ่ายคืนตามสัญญาเงินกู้ได้
ผลตอบแทน เงินปันผล บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ดอกเบี้ย (ถ้าคิด) บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%
ภาพในงบการเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นสูง งบดูแข็งแรง หนี้สินสูง อัตราส่วนหนี้ต่อทุนสูงขึ้น
เอกสาร มติผู้ถือหุ้น และจดทะเบียนกับ DBD (กรณีเพิ่มทุน) สัญญากู้ยืมและหลักฐานการโอนเงิน

6.2 ภาษีของดอกเบี้ยเงินกู้กรรมการ

ถ้าบริษัทจ่ายดอกเบี้ยให้กรรมการที่เป็นบุคคลธรรมดา ดอกเบี้ยนั้นเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 48 (3) (ก) ระบุ "ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล" ไว้ในกลุ่มที่ผู้มีเงินได้เลือกเสียภาษีร้อยละ 15 โดยไม่นำไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่นได้ และมาตรา 50 (2) (ข) ให้บริษัทผู้จ่าย หักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 15 ความเห็นของสำนักงานคือ ดอกเบี้ยที่บริษัทจ่ายจริงสำหรับเงินกู้ที่ใช้ในกิจการถือเป็นรายจ่ายของบริษัท จึงลดกำไรที่ต้องเสียภาษีของบริษัทได้ แต่ต้องมีสัญญาและหลักฐานการรับเงินกู้ชัดเจน

การที่กรรมการให้บริษัทกู้โดยไม่คิดดอกเบี้ยพบได้บ่อยใน SME ข้อสำคัญคือทำสัญญากู้เป็นลายลักษณ์อักษร โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร และบันทึกบัญชีเป็น "เงินกู้ยืมจากกรรมการ" ให้ตรงกับเอกสาร

6.3 ทิศทางกลับกัน: บริษัทให้กรรมการกู้

ทิศทางที่มีความเสี่ยงทางภาษีสูงกว่าคือ บริษัทให้กรรมการหรือผู้ถือหุ้นกู้ มาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินประเมินดอกเบี้ยตามราคาตลาด เมื่อบริษัทให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร กรณีนี้มักเกิดจากการ "ชำระทุนแต่ไม่มีเงินจริง" ในข้อ 1 ซึ่งในงบการเงินจึงปรากฏเป็นเงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ หรือจากการที่เจ้าของเบิกเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัว

6.4 ตัวอย่าง: ต้องการเงินตั้งต้น 7 ล้านบาท

เจ้าของสองคนต้องการเงิน 7 ล้านบาทเพื่อซื้ออุปกรณ์และใช้หมุนเวียนช่วงแรก (ตัวเลขสมมติ)

  • ทางที่ 1: จดทะเบียนทุน 7 ล้านบาท ชำระเต็ม ทุนชำระแล้วเกิน 5 ล้านบาท บริษัทไม่ได้อัตรา SME ตั้งแต่ปีแรก และตามมาตรา 8 แม้ลดทุนภายหลังก็เสี่ยงไม่กลับมาได้สิทธิ
  • ทางที่ 2: จดทะเบียนทุน 5 ล้านบาท ชำระเต็ม และกรรมการให้บริษัทกู้อีก 2 ล้านบาทตามสัญญา ถ้ารายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท บริษัทยังได้อัตรา SME ถ้าคิดดอกเบี้ย 3% ต่อปี บริษัทจ่ายดอกเบี้ย 60,000 บาทต่อปี หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% = 9,000 บาท และบันทึกดอกเบี้ยเป็นรายจ่ายของบริษัท

ทางที่ 2 ไม่ได้ดีกว่าทุกกรณี ถ้าธนาคารหรือคู่ค้ารายใหญ่ต้องการเห็นส่วนของผู้ถือหุ้นสูง หรือกิจการต้องขอใบอนุญาตที่กำหนดทุนชำระขั้นต่ำ ทางที่ 1 อาจจำเป็น ควรคำนวณทั้งภาษีและเงื่อนไขทางธุรกิจไปพร้อมกัน

7. ขั้นตอนเพิ่มทุนและลดทุนบริษัทจำกัด

7.1 เพิ่มทุน

ตามคู่มือการจดทะเบียนมติพิเศษเพิ่มทุนของ DBD

  1. ส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น ทางไปรษณีย์ตอบรับหรือส่งมอบถึงตัวผู้ถือหุ้นทุกคน ก่อนวันประชุม ไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือตามที่ข้อบังคับกำหนด ระบุวาระเพิ่มทุนและจำนวนทุนที่เพิ่ม
  2. ประชุมผู้ถือหุ้น มีผู้เข้าประชุมไม่น้อยกว่า 2 คน ถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของทุน และมีมติพิเศษด้วยคะแนนเสียง ไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของเสียงผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง
  3. ออกหุ้นใหม่ในมูลค่าหุ้นเดิม ถ้าต้องการมูลค่าหุ้นต่างจากเดิม ต้องแก้ไขมูลค่าหุ้นก่อน (ทำในการประชุมครั้งเดียวกันได้)
  4. เสนอหุ้นใหม่ให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน ผู้ถือหุ้นที่ไม่ตอบรับภายในกำหนด ถือว่าไม่ซื้อ หุ้นส่วนนั้นขายให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นหรือกรรมการรับซื้อไว้ได้ หุ้นที่ออกใหม่ขายให้บุคคลภายนอกไม่ได้
  5. ถ้าชำระค่าหุ้นด้วยสิ่งอื่นนอกจากเงิน ต้องมีมติพิเศษและระบุรายละเอียดทรัพย์สินที่นำมาชำระ
  6. ยื่นจดทะเบียนมติพิเศษภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติ จะจดทะเบียนเพิ่มทุนพร้อมกัน หรือทยอยจดตามจำนวนหุ้นที่ขายได้ก็ได้ ค่าธรรมเนียม 500 บาท และแนบสำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุน

ข้อสังเกตเรื่องผู้ร่วมทุนใหม่: เพราะหุ้นเพิ่มทุนขายให้คนนอกไม่ได้ ถ้าจะรับนักลงทุนใหม่ วิธีที่ใช้กันคือให้ผู้ถือหุ้นเดิมโอนหุ้นให้ หรือจัดโครงสร้างให้คนใหม่เป็นผู้ถือหุ้นก่อนแล้วจึงเพิ่มทุน ซึ่งควรวางแผนกับที่ปรึกษาเพราะมีผลทางภาษีของผู้โอนหุ้น บางกลุ่มธุรกิจแก้โจทย์นี้ด้วยการตั้งบริษัทโฮลดิ้งถือหุ้นแทน ดูประเด็นภาษีได้ที่ Holding Company กับภาระภาษีในประเทศไทย

7.2 ลดทุน

ตามคู่มือการจดทะเบียนลดทุนบริษัทของ DBD การลดทุนมี 2 ขั้นตอนและใช้เวลานานกว่าเพิ่มทุน

ขั้นตอนที่ 1 จดทะเบียนมติพิเศษให้ลดทุน

  1. นัดประชุมผู้ถือหุ้นและลงมติพิเศษเช่นเดียวกับการเพิ่มทุน (ไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4)
  2. ลดทุนได้ 2 วิธี คือ ลดมูลค่าหุ้น (แต่ต้องเหลือไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท) หรือ ลดจำนวนหุ้น
  3. ลดทุนให้เหลือต่ำกว่า 1 ใน 4 ของทุนทั้งหมดไม่ได้
  4. ยื่นจดทะเบียนมติพิเศษภายใน 14 วันนับจากวันที่มีมติ ค่าธรรมเนียม 500 บาท

ขั้นตอนที่ 2 บอกกล่าวเจ้าหนี้ แล้วจดทะเบียนลดทุน

  1. ประกาศโฆษณาการลดทุนในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อย 1 ครั้ง และมีหนังสือบอกกล่าวไปยังเจ้าหนี้ของบริษัท
  2. เจ้าหนี้มีสิทธิคัดค้านภายใน 30 วัน นับแต่วันที่บอกกล่าว
  3. เมื่อพ้น 30 วันแล้วไม่มีเจ้าหนี้คัดค้าน หรือบริษัทได้ชำระหนี้หรือให้ประกันหนี้แก่เจ้าหนี้ที่คัดค้านแล้ว จึงยื่นจดทะเบียนลดทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 ค่าธรรมเนียม 500 บาท

7.3 สรุปเปรียบเทียบ

เพิ่มทุน ลดทุน
มติ มติพิเศษ 3 ใน 4 มติพิเศษ 3 ใน 4
ขั้นตอนกับเจ้าหนี้ ไม่มี ประกาศหนังสือพิมพ์ + แจ้งเจ้าหนี้ รอ 30 วัน
ข้อจำกัด ออกหุ้นใหม่ในมูลค่าเดิม ขายให้คนนอกไม่ได้ เหลือต่ำกว่า 1/4 ของทุนไม่ได้ มูลค่าหุ้นไม่ต่ำกว่า 5 บาท
ค่าธรรมเนียม DBD 500 บาท 500 + 500 บาท (สองขั้นตอน)

ข้อสรุปทางปฏิบัติคือ เริ่มจากทุนที่ใช้จริง แล้วเพิ่มเมื่อจำเป็น ง่ายกว่าตั้งทุนสูงแล้วค่อยลด ส่วนการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นผ่านการลดทุนมีประเด็นภาษีของผู้ถือหุ้นที่ต้องดูเป็นรายกรณี ควรปรึกษาก่อนลงมติ

8. วิธีเลือกทุนจดทะเบียนในทางปฏิบัติ

แทนที่จะเลือกตัวเลขกลม ๆ ตามที่คนอื่นจด ลองคิดตามลำดับนี้

8.1 คำนวณเงินที่กิจการต้องใช้จริงในช่วงแรก

รายการ ตัวอย่างสิ่งที่ต้องนับ
ค่าใช้จ่ายก่อนเปิดกิจการ เงินมัดจำและค่าเช่าล่วงหน้า ค่าตกแต่ง อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ ใบอนุญาต
สินค้าหรือวัตถุดิบตั้งต้น สต็อกขั้นต่ำที่ต้องมีก่อนขายได้
เงินทุนหมุนเวียน ค่าเช่า เงินเดือน ค่าใช้จ่ายประจำ 3–6 เดือน และระยะเวลาที่ลูกค้าจ่ายช้า (เครดิตเทอม)
เงินสำรอง กันไว้สำหรับเหตุไม่คาดคิด

ยอดรวมนี้คือเงินที่ต้องหามา ส่วนจะมาจากทุน เงินกู้กรรมการ หรือสินเชื่อธนาคาร เป็นการตัดสินใจขั้นต่อไป

8.2 ตัดสินใจว่าส่วนไหนเป็นทุน

  • ส่วนที่เป็นเงินลงทุนถาวรของเจ้าของ ไม่ได้ตั้งใจถอนคืนเร็ว ควรเป็นทุน
  • ส่วนที่อาจถอนคืนเมื่อกิจการมีกระแสเงินสด อาจให้เป็นเงินกู้กรรมการตามข้อ 6 พร้อมสัญญา
  • ถ้าทุนชำระแล้วจะเกิน 5 ล้านบาท ให้คำนวณภาษีที่เสียสิทธิ SME เทียบกับประโยชน์ทางธุรกิจของทุนที่สูงขึ้นก่อน

8.3 เลือกสัดส่วนการชำระ

  • ชำระเต็มจำนวน: บัญชีตรงไปตรงมา ไม่มีภาระค่าหุ้นค้าง
  • ชำระบางส่วน (อย่างน้อย 25%): ใช้ได้ถ้าผู้ถือหุ้นตั้งใจจะใส่เงินเพิ่มตามแผนจริง แต่ต้องเข้าใจว่าส่วนที่ค้างเป็นภาระที่บริษัทเรียกได้

8.4 สิ่งที่ควรเลี่ยง

  1. ตั้งทุนสูงเพื่อภาพลักษณ์ แต่ไม่ได้ชำระจริง ภาระค่าหุ้นค้างยังอยู่ และงบการเงินจะแสดงทุนชำระแล้วจริงอยู่ดี
  2. ระบุว่าชำระครบแต่ไม่มีเงินเข้าบริษัท ทำให้เกิดเงินสดในมือหรือเงินให้กู้แก่กรรมการที่ไม่มีอยู่จริง และเสี่ยงต่อการประเมินดอกเบี้ยตามมาตรา 65 ทวิ (4)
  3. เรียกชำระค่าหุ้นหรือเพิ่มทุนเกิน 5 ล้านบาทโดยไม่คำนวณ เพราะผลต่ออัตรา SME ตามมาตรา 8 ไม่ได้จบในปีเดียว
  4. ตั้งทุนต่ำมากจนต้องให้กรรมการกู้ตลอด ส่วนของผู้ถือหุ้นจะติดลบเร็วเมื่อขาดทุนช่วงแรก ซึ่งกระทบความน่าเชื่อถือเมื่อขอสินเชื่อหรือเข้าประมูลงาน

คำถามที่พบบ่อย

1. เปิดบริษัทต้องมีทุนขั้นต่ำเท่าไร

ไม่มีทุนขั้นต่ำทั่วไปที่เป็นตัวเงิน คู่มือ DBD กำหนดเพียงว่าทุนต้องแบ่งเป็นหุ้นมูลค่าไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท ผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คนจองหุ้นคนละอย่างน้อย 1 หุ้น และต้องเรียกชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ก่อนจดทะเบียน ยกเว้นธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดทุนขั้นต่ำไว้ ซึ่งต้องตรวจกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต

2. ชำระทุน 25% แล้ว ส่วนที่เหลือต้องจ่ายเมื่อไร

จ่ายเมื่อบริษัทเรียกให้ชำระ กฎหมายไม่ได้บังคับกำหนดเวลาตายตัว แต่ผู้ถือหุ้นรับผิดในค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบตลอดเวลา และถ้าบริษัทเลิกกิจการแล้วมีหนี้ ส่วนที่ค้างอยู่อาจถูกเรียกเพื่อนำไปชำระหนี้ จึงควรตั้งทุนให้สอดคล้องกับเงินที่ตั้งใจจะใส่จริง

3. ทุนจดทะเบียนสูงทำให้เสียภาษีมากขึ้นไหม

ทุนจดทะเบียนไม่ได้ทำให้ภาษีเพิ่มโดยตรง และค่าธรรมเนียม DBD ก็ไม่ขึ้นกับทุน แต่ถ้า ทุนที่ชำระแล้ว ณ วันปิดบัญชีรอบใดเกิน 5 ล้านบาท บริษัทจะเสียสิทธิอัตรา SME (กำไร 300,000 แรกยกเว้น และ 15% ถึง 3 ล้าน) ตาม พ.ร.ฎ. 530 มาตรา 8 ซึ่งทำให้ภาษีสูงขึ้นได้ถึงปีละ 195,000 บาท

4. จดทุน 10 ล้านบาท ชำระ 25% (2.5 ล้านบาท) ยังได้อัตรา SME ไหม

ได้ ถ้าทุนที่ชำระแล้ว ณ วันปิดบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าและบริการไม่เกิน 30 ล้านบาท เพราะเกณฑ์ของสรรพากรดูทุนชำระแล้ว แต่ทุนจดทะเบียนที่เกิน 5 ล้านบาททำให้ต้องส่งหลักฐานธนาคารเพิ่มตอนจดทะเบียน และผู้ถือหุ้นยังมีภาระค่าหุ้นค้าง 7.5 ล้านบาท ถ้าภายหลังเรียกชำระเพิ่มจนเกิน 5 ล้านบาท จะเสียสิทธิ SME

5. เอาเงินส่วนตัวใส่บริษัทเพิ่ม ควรเพิ่มทุนหรือให้บริษัทกู้

ขึ้นกับว่าตั้งใจจะเอาเงินคืนเมื่อไรและทุนชำระแล้วใกล้ 5 ล้านบาทหรือยัง เงินกู้กรรมการจ่ายคืนได้ตามสัญญาและไม่กระทบเกณฑ์ SME ส่วนการเพิ่มทุนทำให้งบการเงินแข็งแรงกว่าแต่ถอนคืนยาก ทั้งสองทางต้องมีเอกสาร ถ้าบริษัทจ่ายดอกเบี้ยให้กรรมการ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%

6. ลดทุนเพื่อเอาเงินคืนได้ไหม ใช้เวลานานเท่าไร

ได้ แต่ต้องมีมติพิเศษ ประกาศหนังสือพิมพ์ และแจ้งเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิคัดค้านภายใน 30 วัน ก่อนจดทะเบียนลดทุนขั้นที่สอง และลดให้ต่ำกว่า 1 ใน 4 ของทุนทั้งหมดไม่ได้ เงินที่คืนให้ผู้ถือหุ้นอาจมีผลทางภาษีขึ้นกับว่ามาจากทุนหรือกำไรสะสม ควรวางแผนก่อนลงมติ

7. ห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องมีทุนขั้นต่ำไหม

ไม่มีทุนขั้นต่ำ ผู้เป็นหุ้นส่วนลงทุนด้วยเงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงานก็ได้ แต่หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดลงด้วยแรงงานไม่ได้ ค่าธรรมเนียม DBD คงที่ 1,000 บาท และถ้า หจก. มีทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ไม่ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบ แต่หุ้นส่วนผู้จัดการยังรับผิดไม่จำกัดจำนวน

ให้ Tawan Consultant ช่วยดูแลเรื่องนี้

ทีมของ ตะวัน คอนซัลแทนท์ (Tawan Consultant) ช่วยวางโครงสร้างทุนก่อนจดทะเบียน คำนวณผลต่อสิทธิภาษี SME ทำสัญญาและบันทึกบัญชีเงินกู้กรรมการ จัดประชุมและยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนหรือลดทุน และดูแลบัญชีภาษีตั้งแต่ปีแรก ค่าบริการจดทะเบียนของสำนักงานไม่ขึ้นกับจำนวนทุน ดูรายละเอียดที่ บริการจดทะเบียนบริษัท

  • โทร: 096-692-2528
  • LINE: @962iwlqe
  • ที่อยู่: 34 ซอยเพชรเกษม 28 แยก 16 แขวงภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
  • เวลาทำการ: จันทร์–ศุกร์ 8:30–17:30
  • เว็บไซต์: www.tawanconsultant.com

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ กฎหมายและแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิง

  1. การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ (ผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน มูลค่าหุ้นไม่ต่ำกว่า 5 บาท ค่าธรรมเนียม 500 บาท) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th/download/downloads/03_boj/intro_step_bj_memorandum.pdf
  2. การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด (เรียกชำระค่าหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 25 ค่าธรรมเนียม 5,000 บาท; คู่มือฉบับนี้ยังอ้างคำสั่งที่ 1/2566 และ 205/2555 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงแล้วตามข้อ 4 และข้อ 2.3) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th/download/downloads/03_boj/intro_step_bj_establish.pdf
  3. การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัด (ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th/storage/manual/66c900f7-4df6-4344-b0c4-cd11a2ab7b20.pdf
  4. คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 1/2567 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนจัดตั้ง จดทะเบียนเพิ่มทุนของห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด และจดทะเบียนควบรวมบริษัทจำกัดที่มีการเพิ่มทุน (ทุนเกินห้าล้านบาท; ยกเลิกคำสั่งที่ 1/2566) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th/storage/law/3aa016b3-ec83-447e-ae93-6996251fcbaf.pdf
  5. การจดทะเบียนมติพิเศษเพิ่มทุน เพิ่มทุน และแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 (ทุน) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th/storage/manual/987ca967-9c1f-4008-bc75-4eca14c79110.pdf
  6. การจดทะเบียนลดทุนบริษัท ขั้นตอนที่ 1 การจดทะเบียนมติพิเศษให้ลดทุน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th/storage/manual/eac46f72-af10-450d-a039-83ffc7ded1bc.pdf
  7. การจดทะเบียนลดทุนบริษัท ขั้นตอนที่ 2 การจดทะเบียนลดทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th/storage/manual/bce6f0a6-2910-46ab-b56d-82b71ba03f21.pdf
  8. คู่มือสิ่งที่ต้องรู้ & ทำ เมื่อเป็นห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด (ความรับผิดของผู้ถือหุ้นและหุ้นส่วน การยกเว้นผู้สอบบัญชีของห้างหุ้นส่วนขนาดเล็ก) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th/storage/manual/644ffb30-f6bf-4e60-a3be-9db74a65509b.pdf
  9. พระราชกฤษฎีกาฯ ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 530) พ.ศ. 2554 มาตรา 6, 7, 8 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 603) พ.ศ. 2559 กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/28271.html
  10. คู่มือภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้ประกอบการ SME กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/lorkhor/newsbanner/2022/CIT_SME.pdf
  11. ประมวลรัษฎากร มาตรา 65-76 (มาตรา 65 ทวิ (4) การประเมินดอกเบี้ยตามราคาตลาด) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5939.html
  12. ประมวลรัษฎากร มาตรา 38-64 (มาตรา 40 (4) (ก), 48 (3) (ก), 50 (2) (ข) ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากบริษัท หัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 15) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5937.html
  13. การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทจำกัด (ภายในวันเดียว) (เรียกชำระค่าหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ตามมาตรา 1110 วรรคสอง; อ้างคำสั่งที่ 1/2567 และ 2/2568) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th/storage/manual/0097faba-992d-4e07-8f37-d029a4d6c133.pdf
  14. สรุปมาตรการ 4 คำสั่ง 2 ประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (คำสั่งที่ 2/2568 กรณีมีคนต่างด้าวร่วมลงทุน) สำนักกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 16 ธันวาคม 2568 (เผยแพร่ผ่านศูนย์บริการประชาชนกระทรวงพาณิชย์) https://pathumthani.moc.go.th/th/file/get/file/20251218a2126c0ad2312ad650a63df224b4054e140104.pdf

บทความล่าสุด

ทีมงานมืออาชีพด้านบัญชีและภาษี
ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีของเรา

ยินดีให้บริการ

บริการของเรา

ให้คำปรึกษาด้านการทำบัญชีและภาษีเฉพาะกิจการ

ที่ปรึกษาเฉพาะคุณ

"ข้อมูลบัญชีบอกผลการดำเนินงาน”

เราวิเคราะห์ตัวเลขที่เกิดขึ้น ให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจในอนาคต ในทุกเรื่องของธุรกิจ ให้ธุรกิจเติบโต

HOW WE'RE DIFFERENT

TAWAN CONSULTANT

ผู้จัดทำบัญชีและผู้ตวจสอบบัญชีมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการทำงานมามากกว่า 10 ปี

ทีมงานสำนักงานบัญชีกำลังให้คำปรึกษาลูกค้าเพื่อวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย
5+

ผู้เชี่ยวชาญ

51+

ลูกค้าของเรา

1+

บริษัทในเครือเรา

ABOUT US

เราคือโอกาสให้คุณมีเวลากลับไปทำในสิ่งที่ธุรกิจคุณถนัดที่สุด ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเติบโตอย่างมั่นคง

เราเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มุ่งมั่นให้บริการธุรกิจ SME ทั่วประเทศ เราดูแลด้านบัญชีเพื่อลดภาระการจัดการตัวเลขของคุณ ในขณะที่คุณสามารถโฟกัสกับการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ บริการของเรายืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับประเภทและขนาดธุรกิจของคุณ