ค่าทำบัญชีรายเดือนคิดจากอะไร: งานที่ต้องครอบคลุม ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน งานที่คิดแยก และวิธีเทียบใบเสนอราคา

ค่าทำบัญชีรายเดือน คิดจากอะไร เทียบใบเสนอราคาอย่างไร — ตะวัน คอนซัลแทนท์

ค่าทำบัญชีรายเดือนคือค่าจ้างให้สำนักงานบัญชีหรือผู้ทำบัญชีอิสระ บันทึกบัญชีของกิจการทุกเดือน และยื่นแบบภาษีรายเดือนที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และเงินสมทบประกันสังคม ราคาของแต่ละที่ต่างกันมากเพราะ "งานรายเดือน" ของแต่ละกิจการไม่เท่ากัน ปัจจัยหลักคือจำนวนเอกสารต่อเดือน การจด VAT จำนวนพนักงาน การมีสต็อกสินค้า จำนวนสาขา และงานค้างที่ต้องทำย้อนหลัง

สิ่งที่เจ้าของกิจการมักพลาดคือเทียบแค่ตัวเลขค่าบริการต่อเดือน โดยไม่ได้เทียบว่าแต่ละใบเสนอราคา รวมงานอะไรไว้บ้าง โดยเฉพาะงานปลายปี เช่น ปิดงบการเงิน ค่าสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต การยื่นงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ ภ.ง.ด.50 ซึ่งหลายสำนักงานคิดแยกจากค่ารายเดือน บทความนี้อธิบายว่าค่าบริการต้องครอบคลุมหน้าที่ตามกฎหมายอะไรบ้าง ราคาถูกกำหนดจากอะไร และมีวิธีเทียบใบเสนอราคาอย่างไรให้เทียบได้ตรงกัน (บทความนี้ไม่ระบุตัวเลขราคา เพราะราคาขึ้นกับขอบเขตงานของแต่ละกิจการ)

สรุปสั้นที่สุด: ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัทต้องทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน ต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบทุกปี (ยกเว้น หจก. ขนาดเล็กตามเกณฑ์) · ค่าทำบัญชีรายเดือนขึ้นกับ ปริมาณเอกสาร, VAT, พนักงาน, หัก ณ ที่จ่าย, สต็อก, จำนวนสาขา และงานค้าง · งานที่มักคิดแยกคือ ปิดงบ ค่าสอบบัญชี ยื่นงบและ บอจ.5 ภ.ง.ด.50/51 · ก่อนเลือก ให้ขอขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเทียบเป็นรายการ ไม่ใช่เทียบแค่ยอดรวม

1. ค่าทำบัญชีรายเดือนจ่ายเพื่อหน้าที่ตามกฎหมายอะไร

ก่อนดูราคา ควรเข้าใจก่อนว่ากฎหมายบังคับให้กิจการทำอะไร เพราะงานเหล่านี้คือ "ขั้นต่ำ" ที่ค่าบริการต้องครอบคลุม ไม่ว่าจะจ้างใครทำ

1.1 ใครมีหน้าที่ทำบัญชี และต้องเริ่มเมื่อไร

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 8 กำหนดให้ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในไทย และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร เป็น "ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี" ส่วนบุคคลธรรมดาและห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียนจะมีหน้าที่นี้เฉพาะเมื่อรัฐมนตรีประกาศกำหนด (มาตรา 8 วรรคสี่)

มาตรา 9 (1) กำหนดให้ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัท เริ่มทำบัญชีนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่ใช่นับจากวันที่เริ่มมีรายได้ ดังนั้นบริษัทที่เพิ่งเปิดและยังไม่มียอดขายก็ยังมีหน้าที่ทำบัญชีและปิดงบ นี่คือเหตุผลที่สำนักงานบัญชีส่วนใหญ่ยังคิดค่าบริการแม้เดือนนั้นแทบไม่มีรายการ

มาตรา 10 กำหนดให้ปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือนหลังจากนั้น

1.2 ต้องมี "ผู้ทำบัญชี" ที่มีคุณสมบัติ

มาตรา 19 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด และ มีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ทำบัญชี ให้ทำบัญชีตรงต่อความเป็นจริง ผู้ทำบัญชีอาจเป็นพนักงานของบริษัท ผู้รับจ้างทำบัญชีอิสระ หรือสำนักงานรับทำบัญชีก็ได้

เอกสารของกองกำกับบัญชีธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งอ้างประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 สรุปคุณสมบัติไว้ดังนี้

เรื่อง หลักเกณฑ์
การเป็นสมาชิก เป็นสมาชิกหรือขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชี (สอดคล้องกับ พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 มาตรา 44 ที่ห้ามประกอบวิชาชีพเป็นผู้ทำบัญชีหากไม่ได้เป็นสมาชิกหรือขึ้นทะเบียน)
วุฒิปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่า ทำบัญชีให้ธุรกิจได้ทุกประเภทและทุกขนาด
วุฒิอนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชี ทำบัญชีได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัทจำกัด ที่ ณ วันปิดรอบปีบัญชีที่ผ่านมามี ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ทุกรายการ
การพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน โดยเป็นชั่วโมงบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
จำนวนลูกค้า รับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 รายต่อปีปฏิทิน (นับตามจำนวนรายธุรกิจ)
การแจ้ง แจ้งรายละเอียดการทำบัญชีในระบบ e-Accountant ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เริ่มรับทำบัญชี และยืนยันรายชื่อธุรกิจที่รับทำบัญชีภายในวันที่ 30 มกราคมของปีถัดไป

ข้อนี้สำคัญต่อการเลือกผู้ให้บริการ เพราะ ทุกกิจการต้องมีชื่อผู้ทำบัญชีตัวจริงที่มีคุณสมบัติ การจ้างสำนักงานบัญชีจึงควรได้ทราบว่าใครคือผู้ทำบัญชีที่แจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าสำหรับกิจการของคุณ

1.3 เจ้าของกิจการยังมีหน้าที่ของตัวเอง

การจ้างสำนักงานบัญชีไม่ได้โอนความรับผิดทั้งหมดออกไป พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 12 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ส่งมอบเอกสารประกอบการลงบัญชีให้ผู้ทำบัญชีอย่างถูกต้องครบถ้วน และมาตรา 19 ให้มีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ทำบัญชี ในทางปฏิบัติจึงหมายความว่า ถ้าเจ้าของส่งเอกสารไม่ครบหรือส่งช้า งานบัญชีก็ทำได้ไม่ครบเช่นกัน และคุณภาพของบัญชีขึ้นกับทั้งสองฝ่าย

1.4 งบการเงินต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจ

พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 11 วรรคสี่ กำหนดให้งบการเงิน ต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ยกเว้นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มีทุน สินทรัพย์ หรือรายได้ไม่เกินที่กฎกระทรวงกำหนด คู่มือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าสรุปข้อยกเว้นนี้ว่าใช้กับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มี ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท

แต่ห้างหุ้นส่วนที่ได้รับยกเว้นนี้ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีของ ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต และมาตรา 69 ส่วน บริษัทจำกัดทุกขนาดต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ไม่มีข้อยกเว้นตามขนาด

ค่าสอบบัญชีจึงเป็นค่าใช้จ่ายรายปีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นรายการที่มักไม่ได้รวมในค่าทำบัญชีรายเดือน (ดูข้อ 4)

1.5 กำหนดเวลาที่ค่าบริการต้องรองรับ

งาน กำหนดเวลา ฐานกฎหมาย
ยื่นแบบและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53) ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้ ประมวลรัษฎากร มาตรา 52, 59, 69 ทวิ และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ข้อ 2
ยื่น ภ.พ.30 (ผู้จด VAT) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ทุกเดือน แม้เดือนนั้นไม่มีการขาย ประมวลรัษฎากร มาตรา 83
นำส่งเงินสมทบประกันสังคม ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป สำนักงานประกันสังคม
ภ.ง.ด.1ก (สรุปเงินได้ 40(1) 40(2) ทั้งปี) ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ประมวลรัษฎากร มาตรา 58 และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการยื่นรายการตามมาตรา 58
ภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปี) ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี ประมวลรัษฎากร มาตรา 67 ทวิ
ภ.ง.ด.50 (ภาษีทั้งปี) ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ประมวลรัษฎากร มาตรา 68 และ 69
อนุมัติงบในที่ประชุมผู้ถือหุ้น (บริษัทจำกัด) ภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี คู่มือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทจำกัด: ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติงบ · ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน: ภายใน 5 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 11 วรรคหนึ่ง
ส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ไม่ช้ากว่า 14 วันนับแต่วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น คู่มือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เก็บรักษาบัญชีและเอกสาร ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 14 (รายงานและใบกำกับภาษี: ประมวลรัษฎากร มาตรา 87/3)

ยื่นแบบภาษีทางอินเทอร์เน็ตได้รับขยายเวลาเพิ่มตามที่กรมสรรพากรประกาศ แต่สำนักงานบัญชีที่ดีควรวางรอบงานให้ทันกำหนดปกติ ไม่ใช่พึ่งวันขยายทุกเดือน ดูกำหนดเวลาและค่าปรับฝั่งงบการเงินแบบละเอียดได้ที่ กำหนดเวลาและค่าปรับยื่นงบการเงิน + ภาษีนิติบุคคล

2. งานที่มักรวมอยู่ในค่าทำบัญชีรายเดือน

ขอบเขตงานของแต่ละสำนักงานไม่เหมือนกัน ตารางนี้เป็นรายการที่พบบ่อยในบริการรายเดือน ใช้เป็นกรอบสำหรับถามผู้ให้บริการว่าข้อไหนรวมหรือไม่รวม

งานรายเดือน รายละเอียด หมายเหตุ
คัดแยกและตรวจเอกสาร ตรวจว่าเอกสารครบ ถูกต้องตามแบบ ระบุชื่อและเลขผู้เสียภาษีของกิจการ เอกสารไม่ครบมักทำให้งานล่าช้า
บันทึกบัญชี ลงสมุดรายวัน แยกประเภท ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน หัวใจของงาน ต้องทำจริงทุกเดือน ไม่ใช่รอทำปลายปี
กระทบยอดเงินฝากธนาคาร เทียบยอดในบัญชีกับ statement ทุกบัญชี ยิ่งมีหลายบัญชี งานยิ่งมาก
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คำนวณ จัดทำ ภ.ง.ด.1, 3, 53 และหนังสือรับรอง 50 ทวิ เฉพาะเดือนที่มีการจ่ายเงินได้ที่ต้องหักภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำรายงานภาษีขาย ภาษีซื้อ (และรายงานสินค้าถ้าขายสินค้า) และยื่น ภ.พ.30 เฉพาะกิจการที่จด VAT
ประกันสังคม ทำ สปส.1-10 แจ้งเข้า-ออกพนักงาน เฉพาะกิจการที่มีลูกจ้าง
รายงานผู้บริหาร งบทดลองหรือรายงานกำไรขาดทุนรายเดือนหรือรายไตรมาส บางที่ให้ทุกเดือน บางที่ให้เมื่อขอ
ให้คำปรึกษาทั่วไป ตอบคำถามเรื่องเอกสาร ภาษีหัก ณ ที่จ่าย การออกใบกำกับภาษี ควรถามว่ามีขอบเขตหรือจำนวนครั้งไหม

ข้อสังเกต: งานจัดทำเงินเดือน (payroll) เช่น คำนวณ OT ค่าคอมมิชชัน และทำสลิปเงินเดือน เป็นคนละงานกับการบันทึกบัญชีเงินเดือนและยื่น ภ.ง.ด.1 บางสำนักงานรวม บางสำนักงานคิดแยกตามจำนวนพนักงาน ควรถามให้ชัด

3. ปัจจัยที่ทำให้ค่าทำบัญชีรายเดือนต่างกัน

ค่าบริการสะท้อน "เวลาและความรับผิด" ที่สำนักงานต้องใช้กับกิจการของคุณ ปัจจัยด้านล่างคือสิ่งที่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ใช้ประเมินราคา

3.1 จำนวนเอกสารและรายการต่อเดือน

ปัจจัยที่ใหญ่ที่สุดคือปริมาณ ได้แก่ จำนวนใบกำกับภาษีขาย ใบกำกับภาษีซื้อ ใบเสร็จค่าใช้จ่าย และรายการเงินเข้าออกธนาคาร กิจการที่ขายสินค้าจำนวนมากแต่มูลค่าต่อบิลต่ำ เช่น ร้านค้าปลีกหรือร้านขายของออนไลน์ อาจมีรายการมากกว่ากิจการบริการที่ยอดขายสูงกว่าหลายเท่า เพราะ ราคาขึ้นกับจำนวนรายการ ไม่ใช่ยอดเงิน

ปัจจัยย่อยที่ทำให้งานต่อเอกสารมากขึ้น เช่น

  • มีบัญชีธนาคารหลายบัญชี หรือใช้บัญชีส่วนตัวปนกับบัญชีกิจการ
  • รับเงินผ่านหลายช่องทาง (โอน, บัตร, payment gateway, marketplace) ที่ต้องกระทบยอดแยก
  • มีรายการเงินตราต่างประเทศที่ต้องแปลงค่า
  • เอกสารส่งมาไม่เป็นระบบหรือไม่ครบ ทำให้ต้องติดตามหลายรอบ

3.2 จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือไม่

ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจด VAT (พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 432 มาตรา 4 ประกอบประมวลรัษฎากร มาตรา 81/1) และต้องยื่นคำขอภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ (มาตรา 85/1) เมื่อจดแล้วงานเพิ่มขึ้นชัดเจน

  1. ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้เดือนนั้นไม่มีการขายสินค้าหรือให้บริการ (มาตรา 83)
  2. จัดทำ รายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และถ้าขายสินค้า รายงานสินค้าและวัตถุดิบ โดยต้องลงรายการภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้มาหรือจำหน่ายสินค้าหรือบริการ (มาตรา 87)
  3. ตรวจใบกำกับภาษีซื้อทุกใบว่าใช้ขอเครดิตได้หรือไม่ ใบที่ผิดแบบจะใช้ไม่ได้
  4. ติดตามภาษีซื้อที่ต้องใช้ภายในกำหนด และกระทบยอดภาษีขายกับยอดขายจริง

ถ้ายื่นหรือชำระภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ทันกำหนด มีเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน (มาตรา 89/1) นอกเหนือจากเบี้ยปรับ ความเสี่ยงที่สำนักงานต้องรับไว้จึงสูงกว่ากิจการที่ไม่จด VAT

3.3 พนักงาน เงินเดือน และประกันสังคม

เมื่อมีลูกจ้าง กิจการต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มจ้าง (คู่มือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) นำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และหักภาษีเงินเดือนยื่น ภ.ง.ด.1 ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือน ปลายปียังต้องยื่น ภ.ง.ด.1ก และออก 50 ทวิ ให้พนักงาน

จำนวนพนักงาน การเข้าออกบ่อย และโครงสร้างเงินเดือนที่ซับซ้อน (OT, คอมมิชชัน, สวัสดิการ, เงินได้ที่เป็นประโยชน์อื่น) ทำให้งานส่วนนี้ต่างกันมาก

3.4 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

กิจการที่จ่ายค่าเช่า ค่าบริการ ค่าจ้างทำของ ค่าโฆษณา หรือค่าขนส่งเป็นประจำ ต้องหักภาษีและยื่น ภ.ง.ด.3 (จ่ายบุคคลธรรมดา) หรือ ภ.ง.ด.53 (จ่ายนิติบุคคล) ทุกเดือนที่มีการจ่าย ยิ่งมีผู้รับเงินหลายราย หลายอัตรา งานยิ่งมาก และความผิดพลาดที่พบบ่อยคือหักผิดอัตรา หรือหักแต่ไม่ได้ออก 50 ทวิ ให้ผู้รับ

3.5 สินค้าคงเหลือ (สต็อก)

กิจการซื้อมาขายไปหรือผลิตสินค้าต้องคำนวณต้นทุนขาย ติดตามสินค้าเข้าออก และตรวจนับสินค้าปลายปี ถ้าจด VAT ต้องมีรายงานสินค้าและวัตถุดิบด้วย ธุรกิจผลิตยังต้องคำนวณต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และโสหุ้ยการผลิต งานบัญชีของกิจการที่มีสต็อกจึงมากกว่ากิจการบริการล้วนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อกิจการไม่มีระบบสต็อกที่เชื่อถือได้ให้ใช้ข้อมูล

3.6 หลายสาขาหรือหลายสถานประกอบการ

พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 8 วรรคสอง ระบุถึงกรณีที่ประกอบธุรกิจเป็นประจำในหลายสถานที่ และฝั่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ประมวลรัษฎากร มาตรา 83 กำหนดว่าถ้ามีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้แยกยื่น ภ.พ.30 เป็นรายสถานประกอบการ เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ยื่นรวม และมาตรา 87 ให้จัดทำรายงานภาษี เป็นรายสถานประกอบการ สาขาแต่ละแห่งจึงเพิ่มจำนวนรายงาน การกระทบยอด และอาจเพิ่มจำนวนแบบที่ต้องยื่น

3.7 งานค้าง งานทำย้อนหลัง และการรับช่วงต่อ

กรณีที่ทำให้ราคาเพิ่มมากที่สุดคือรับงานที่ไม่ได้ทำบัญชีมาหลายเดือน หรือรับช่วงต่อจากผู้ทำบัญชีเดิมที่ส่งมอบงานไม่ครบ สำนักงานต้อง

  • รวบรวมเอกสารย้อนหลังและบันทึกบัญชีใหม่
  • ตรวจว่ายื่นแบบภาษีรายเดือนครบหรือไม่ ถ้าขาด ต้องยื่นย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ
  • ตรวจยอดยกมาจากงบปีก่อนว่าถูกต้อง
  • ถ้าเอกสารหาย ต้องจัดการตามขั้นตอนของกฎหมาย (มาตรา 15 ให้แจ้งสารวัตรบัญชีภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบ)

งานลักษณะนี้มักเสนอราคาเป็นงานครั้งเดียวแยกจากค่ารายเดือน ควรขอให้ระบุว่าครอบคลุมช่วงเวลาใด และรวมค่าเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับหรือไม่ (โดยปกติเงินเพิ่มและเบี้ยปรับเป็นภาระของกิจการ ไม่รวมในค่าบริการ) ถ้าเอกสารของคุณสูญหายหรือเสียหาย อ่านขั้นตอนต่อได้ที่ เอกสารบัญชีสูญหายหรือเสียหาย ต้องทำอย่างไร

3.8 ตัวอย่าง: นับปริมาณงานของ 2 กิจการ

ตัวอย่างนี้ไม่ได้คำนวณราคา แต่แสดงให้เห็นว่าทำไมสองกิจการที่ "ทำบัญชีรายเดือน" เหมือนกันจึงได้ใบเสนอราคาต่างกันมาก (ตัวเลขสมมติ)

  • บริษัท ก รับออกแบบกราฟิก ยังไม่จด VAT ไม่มีพนักงาน มีบัญชีธนาคาร 1 บัญชี ออกใบแจ้งหนี้ 8 ใบต่อเดือน มีค่าใช้จ่าย 15 รายการต่อเดือน จ่ายค่าเช่าสำนักงานให้บุคคลธรรมดาทุกเดือน
  • บริษัท ข ขายวัสดุก่อสร้าง จด VAT มี 2 สถานประกอบการ (สำนักงานใหญ่และสาขา ยื่น ภ.พ.30 แยก) พนักงาน 12 คน บัญชีธนาคาร 3 บัญชี ใบกำกับภาษีขาย 350 ใบต่อเดือน ใบกำกับภาษีซื้อ 120 ใบ ค่าใช้จ่ายอื่น 60 รายการ มีสต็อกสินค้า จ่ายค่าขนส่งให้บริษัทขนส่งทุกเดือน
รายการต่อเดือน บริษัท ก บริษัท ข
เอกสารที่ต้องบันทึก (ขาย + ซื้อ + ค่าใช้จ่าย) 23 530
บัญชีธนาคารที่ต้องกระทบยอด 1 3
ภ.พ.30 0 2 (รายสถานประกอบการ)
รายงานภาษีขาย / ภาษีซื้อ / สินค้าและวัตถุดิบ 0 6 (3 รายงาน × 2 สถานประกอบการ)
ภ.ง.ด.1 0 1
ภ.ง.ด.3 1 0
ภ.ง.ด.53 0 1
สปส.1-10 0 1
รวมแบบและรายงานที่ต้องจัดทำต่อเดือน 1 11
รวมต่อปี (× 12 เดือน) 12 132

บริษัท ข ยังมีงานปลายปีเพิ่ม คือ ตรวจนับและตีราคาสต็อก ภ.ง.ด.1ก และ 50 ทวิ ให้พนักงาน 12 คน ขณะที่บริษัท ก ไม่มี ความต่างของปริมาณงานระดับนี้คือเหตุผลที่ค่าบริการต่างกัน และเป็นเหตุผลที่ ไม่ควรเชื่อราคา "เหมาจ่ายทุกขนาด" โดยไม่ถามว่าคิดจากปริมาณเท่าไร

3.9 สรุปปัจจัยราคา

ปัจจัย ทำให้งานมากขึ้นเมื่อ สิ่งที่ควรบอกผู้ให้บริการตอนขอราคา
ปริมาณเอกสาร รายการขาย-ซื้อ-ค่าใช้จ่ายมาก จำนวนเอกสารเฉลี่ยต่อเดือนแยกประเภท
VAT จด VAT แล้ว หรือใกล้ 1.8 ล้านบาท สถานะ VAT และยอดขายต่อปี
พนักงาน มีลูกจ้างหลายคน เข้าออกบ่อย จำนวนพนักงานและโครงสร้างเงินเดือน
หัก ณ ที่จ่าย จ่ายค่าบริการ ค่าเช่า ค่าขนส่งหลายราย ประเภทและจำนวนผู้รับเงินต่อเดือน
สต็อก ซื้อมาขายไปหรือผลิต มีระบบสต็อกหรือไม่ จำนวนรายการสินค้า
สาขา มีหลายสถานประกอบการ จำนวนสาขา และยื่น ภ.พ.30 รวมหรือแยก
งานค้าง ไม่ได้ทำบัญชีหรือยื่นแบบมาหลายเดือน ช่วงที่ค้าง และสถานะการยื่นแบบที่ผ่านมา
ความเป็นระเบียบของเอกสาร ส่งเอกสารไม่ครบ ไม่ตรงเวลา ใช้บัญชีส่วนตัวปน วิธีส่งเอกสารและระบบที่ใช้ในปัจจุบัน

4. งานที่มักคิดแยกจากค่าทำบัญชีรายเดือน

รายการต่อไปนี้หลายสำนักงานคิดเป็นค่าบริการรายปีหรือรายครั้ง ถ้าใบเสนอราคาไม่พูดถึงเลย ให้ถามตรง ๆ ว่ารวมหรือไม่

งาน ทำไมมักแยก ข้อควรถาม
ปิดงบการเงินประจำปี ต้องปรับปรุงรายการปลายปี ค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย สต็อก และจัดทำงบการเงินพร้อมหมายเหตุ รวมการจัดทำงบการเงินและหมายเหตุประกอบงบหรือไม่
ค่าสอบบัญชี (CPA) ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องตรวจและแสดงความเห็นต่องบการเงินแยกจากผู้ทำบัญชี (มาตรา 11) ผู้สอบบัญชีคือใคร ค่าสอบรวมในราคาหรือจ่ายแยกให้ผู้สอบ
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) สำหรับ หจก. ที่เข้าข้อยกเว้นไม่ต้องใช้ CPA (ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต) รวมหรือไม่
ยื่นงบการเงินผ่าน DBD e-Filing และ บอจ.5 งานยื่นเอกสารต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหลังอนุมัติงบ รวมการจัดประชุมผู้ถือหุ้นและรายงานการประชุมหรือไม่
ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50 ต้องประมาณการกำไร กระทบยอดกำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษี รวมการวางแผนประมาณการ ภ.ง.ด.51 หรือไม่
ภ.ง.ด.1ก และ 50 ทวิ ให้พนักงาน งานปลายปีตามจำนวนพนักงาน คิดตามจำนวนคนหรือรวมแล้ว
จดทะเบียน VAT, แจ้งเปลี่ยนแปลง งานครั้งเดียว ราคาต่อครั้ง
ยื่นแบบเพิ่มเติม แก้ไขงบ เกิดจากข้อผิดพลาดหรือข้อมูลมาช้า ถ้าความผิดพลาดมาจากฝั่งสำนักงาน ใครรับผิดชอบค่าปรับ
ตอบหนังสือเรียกจากสรรพากร / ตรวจสอบภาษี ใช้เวลามากและไม่แน่นอน คิดรายชั่วโมงหรือรายครั้ง
ทำบัญชีย้อนหลัง ดูข้อ 3.7 ครอบคลุมเดือนไหนถึงเดือนไหน

ทำไมค่าสอบบัญชีควรแยกจากผู้ทำบัญชี

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชีตาม พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 39 และ 42) และมีหน้าที่แสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระว่างบการเงินที่ผู้ทำบัญชีจัดทำแสดงฐานะการเงินถูกต้องตามที่ควรหรือไม่ ความเห็นของสำนักงาน (Tawan Consultant) คือ คนที่ลงลายมือชื่อรับรองงบไม่ควรเป็นคนเดียวกับคนที่ทำบัญชีนั้นเอง เพราะเป็นการตรวจงานตัวเองและขัดกับหลักความเป็นอิสระตามจรรยาบรรณวิชาชีพ ในทางปฏิบัติ สำนักงานบัญชีจึงมักประสานกับผู้สอบบัญชีอีกรายหรือบริษัทสอบบัญชีแยกต่างหาก และค่าสอบบัญชีถูกเสนอเป็นรายการแยก

คุณตรวจสอบได้ว่าผู้สอบบัญชีที่ถูกเสนอชื่อยังมีใบอนุญาตอยู่หรือไม่ ที่ระบบตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชีของสภาวิชาชีพบัญชี (ดูแหล่งอ้างอิง) อ่านเพิ่มเติมเรื่องงานสอบบัญชีได้ที่ บริการสอบบัญชี

5. ถ้าไม่ทำตามหน้าที่ มีโทษอะไร

ราคาที่ต่ำกว่าควรเป็นอาจกลายเป็นต้นทุนที่สูงกว่าในภายหลัง ถ้างานที่จำเป็นไม่ถูกทำ โทษหลักตาม พ.ร.บ.การบัญชี มีดังนี้ ความผิดที่เดิมมีโทษปรับสถานเดียว (มาตรา 27 ถึง 32, 34 และ 35) ถูกเปลี่ยนเป็น ความผิดทางพินัย ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 39 และบัญชี 1 ท้ายพระราชบัญญัติ โดยใช้อัตราปรับเดิมเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย (เริ่มตั้งแต่ครบ 365 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 25 ตุลาคม 2565) ส่วนความผิดที่มีโทษจำคุกรวมอยู่ด้วย เช่น มาตรา 33, 36 ถึง 39 ยังเป็นความผิดอาญาตามเดิม

การไม่ปฏิบัติ โทษตาม พ.ร.บ.การบัญชี (ค่าปรับเป็นพินัย หรือโทษอาญา)
ไม่จัดให้มีการทำบัญชี (มาตรา 8, 9) ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 30,000 บาท และปรับรายวันไม่เกินวันละ 1,000 บาทจนกว่าจะทำให้ถูกต้อง (มาตรา 28)
ไม่ปิดบัญชีตามรอบ ไม่ส่งมอบเอกสารให้ผู้ทำบัญชี หรือไม่จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ (มาตรา 10, 12, 19) ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท (มาตรา 29)
ไม่จัดทำและยื่นงบการเงินตามกำหนด (มาตรา 11 วรรคหนึ่ง) ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 50,000 บาท (มาตรา 30)
งบการเงินไม่ได้รับการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (มาตรา 11 วรรคสี่) ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 20,000 บาท (มาตรา 32)
ผู้ทำบัญชีไม่จัดทำบัญชีให้ตรงตามความเป็นจริงและมาตรฐานการบัญชี (มาตรา 20) ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท (มาตรา 34)
ลงรายการเท็จ แก้ไข หรือละเว้นการลงรายการเพื่อให้ผิดความเป็นจริง ความผิดอาญา (ไม่ได้เปลี่ยนเป็นพินัย): จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 39)

กรณีนิติบุคคลกระทำผิด กรรมการหรือผู้จัดการที่สั่งการหรือละเว้นจนเป็นเหตุให้เกิดความผิด ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นด้วย (มาตรา 40) คู่มือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงแสดงค่าปรับเป็นพินัยทั้งของนิติบุคคลและของกรรมการผู้จัดการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการคู่กัน ฝั่งภาษียังมีเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากรเมื่อยื่นหรือชำระช้า

6. สัญญาณเตือนของข้อเสนอราคาถูกผิดปกติ

ราคาต่ำไม่ได้แปลว่างานไม่ดีเสมอไป กิจการเล็กที่เอกสารน้อยก็ควรได้ราคาที่สอดคล้องกับงาน แต่ถ้าพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรถามให้ชัดก่อนตกลง

  1. ไม่ระบุชื่อผู้ทำบัญชี หรือไม่ตอบเรื่องคุณสมบัติ กฎหมายบังคับให้กิจการมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติและแจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถ้าผู้ให้บริการไม่บอกว่าใครเป็นผู้ทำบัญชี กิจการเสี่ยงต่อการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 19
  2. "ยื่นแบบอย่างเดียว" แต่ไม่ได้ทำบัญชีจริงทุกเดือน บางข้อเสนอยื่นเฉพาะ ภ.พ.30 หรือ ภ.ง.ด. รายเดือน แล้วรอปลายปีค่อยรวบรวมทำบัญชีทีเดียว ผลคือข้อผิดพลาดสะสมทั้งปี และเจ้าของไม่มีตัวเลขไว้ตัดสินใจระหว่างปี
  3. เสนอ "ปิดงบพร้อมเซ็นรับรอง" โดยคนเดียวกัน หรือเสนอราคาสอบบัญชีต่ำจนไม่สอดคล้องกับงานตรวจ ควรขอชื่อและเลขทะเบียนผู้สอบบัญชี แล้วตรวจสถานะในระบบของสภาวิชาชีพบัญชี
  4. เสนอปรับตัวเลขให้ "เสียภาษีน้อย" โดยไม่มีเอกสารรองรับ การลงรายการให้ผิดความเป็นจริงมีโทษถึงจำคุกตามมาตรา 39 และผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีรับโทษหนักกว่า
  5. ไม่มีสัญญาหรือขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้เถียงกันภายหลังว่างานไหนรวม งานไหนต้องจ่ายเพิ่ม
  6. ไม่ส่งรายงานหรือหลักฐานการยื่นแบบให้เจ้าของดู เจ้าของควรได้รับสำเนาแบบที่ยื่นและใบเสร็จการชำระภาษีทุกเดือน เพื่อยืนยันว่ายื่นจริงและยื่นตรงเวลา
  7. ราคาเหมาต่ำมากแต่มีเงื่อนไขค่าใช้จ่ายเพิ่มที่ไม่ชัด เช่น ค่าเอกสารเกินจำนวน ค่าปิดงบ ค่ายื่นงบ ที่มาแจ้งตอนปลายปี
  8. ไม่ชัดเจนเรื่องการส่งคืนเอกสารและไฟล์บัญชีเมื่อเลิกจ้าง กิจการต้องเก็บบัญชีและเอกสารไม่น้อยกว่า 5 ปี (มาตรา 14) ถ้าไม่ได้ไฟล์คืน การเปลี่ยนผู้ให้บริการจะยากและแพงขึ้น

7. เช็กลิสต์เทียบใบเสนอราคาค่าทำบัญชี

ใช้รายการนี้ถามผู้ให้บริการทุกราย แล้วเทียบคำตอบแบบรายการต่อรายการ

ผู้ให้บริการและผู้รับผิดชอบ

  • ผู้ทำบัญชีที่จะแจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าคือใคร มีวุฒิระดับไหน (ปริญญาตรีบัญชี หรืออนุปริญญา/ปวส. ซึ่งจำกัดเฉพาะกิจการขนาดเล็กตามเกณฑ์)
  • ผู้สอบบัญชีที่เสนอคือใคร เลขทะเบียนอะไร และเป็นคนละคนกับผู้ทำบัญชีหรือไม่
  • ใครเป็นผู้ติดต่อหลัก และตอบคำถามภายในกี่วันทำการ

ขอบเขตงานรายเดือน

  • บันทึกบัญชีทุกเดือนจริง หรือรวบรวมทำปลายปี
  • จำนวนเอกสารที่รวมในราคาต่อเดือน และคิดเพิ่มอย่างไรถ้าเกิน
  • รวม ภ.ง.ด.1, 3, 53 และออก 50 ทวิ หรือไม่
  • รวม ภ.พ.30 และรายงานภาษีขาย ภาษีซื้อ รายงานสินค้า หรือไม่ และคิดต่อสาขาอย่างไร
  • รวม สปส.1-10 และแจ้งเข้า-ออกพนักงานหรือไม่ รวมการทำเงินเดือนหรือไม่
  • กระทบยอดธนาคารทุกบัญชีหรือไม่
  • ส่งรายงานอะไรให้เจ้าของ บ่อยแค่ไหน (งบทดลอง, กำไรขาดทุน, ภาษีที่ต้องจ่าย)

งานรายปีและงานพิเศษ

  • ปิดงบการเงินและหมายเหตุประกอบงบ รวมหรือแยก
  • ค่าสอบบัญชี รวมหรือแยก จ่ายให้ใคร
  • ยื่นงบผ่าน DBD e-Filing และ บอจ.5 รวมหรือแยก
  • ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50 รวมหรือแยก
  • ภ.ง.ด.1ก และ 50 ทวิ ปลายปีให้พนักงาน รวมหรือแยก
  • งานตอบหนังสือสรรพากรหรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คิดอย่างไร

เงื่อนไขและความรับผิด

  • ถ้ายื่นแบบช้าหรือผิดเพราะความผิดพลาดของสำนักงาน ใครรับผิดชอบเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ
  • กำหนดวันส่งเอกสารของฝั่งกิจการคือวันไหน ถ้าส่งช้าจะเป็นอย่างไร
  • การรักษาความลับของข้อมูลกิจการ
  • การส่งคืนเอกสารและไฟล์บัญชีเมื่อเลิกจ้าง และระยะเวลาแจ้งเลิกจ้าง
  • การปรับราคาเมื่อปริมาณงานเปลี่ยน (จด VAT เพิ่มพนักงาน เปิดสาขา)

ตารางเทียบใบเสนอราคา (ตัวอย่างหัวตาราง)

รายการ ผู้ให้บริการ A ผู้ให้บริการ B ผู้ให้บริการ C
ค่าบริการรายเดือน
จำนวนเอกสารที่รวม / ค่าเอกสารเกิน
VAT และรายงานภาษี (ต่อสาขา)
ภ.ง.ด.1/3/53, 50 ทวิ
ประกันสังคม / เงินเดือน
ปิดงบการเงิน
ค่าสอบบัญชี (ชื่อผู้สอบ)
ยื่นงบ DBD + บอจ.5
ภ.ง.ด.51 / ภ.ง.ด.50
งานย้อนหลัง (ถ้ามี)
รวมค่าใช้จ่ายทั้งปี

วิธีเทียบที่ถูกคือ รวมเป็นค่าใช้จ่ายทั้งปี (ค่ารายเดือน × 12 + งานรายปีทุกรายการ + ค่าสอบบัญชี) เพราะใบเสนอราคาที่รายเดือนต่ำแต่คิดงานปลายปีแยกหลายรายการ อาจแพงกว่าใบที่รวมทุกอย่างไว้แล้ว

8. เตรียมข้อมูลอะไรก่อนขอใบเสนอราคา

ยิ่งให้ข้อมูลครบ ใบเสนอราคายิ่งแม่นและไม่ต้องปรับภายหลัง ควรเตรียม

  1. หนังสือรับรองบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน วันจดทะเบียน ทุนจดทะเบียน และรอบปีบัญชี
  2. สถานะ VAT (จดแล้วหรือยัง ยอดขายต่อปีโดยประมาณ) และจำนวนสาขา
  3. จำนวนเอกสารเฉลี่ยต่อเดือน: ใบกำกับภาษีขาย ใบกำกับภาษีซื้อ ใบเสร็จค่าใช้จ่าย
  4. จำนวนบัญชีธนาคารและช่องทางรับเงิน
  5. จำนวนพนักงาน และใครเป็นคนทำเงินเดือนตอนนี้
  6. มีสต็อกหรือไม่ ใช้ระบบอะไรบันทึก
  7. งบการเงินปีล่าสุด และสถานะการยื่นแบบที่ผ่านมา (ยื่นครบหรือมีค้าง)
  8. โปรแกรมบัญชีหรือระบบที่ใช้อยู่ ถ้ามี

เมื่อเริ่มใช้บริการแล้ว การส่งเอกสารให้ครบและตรงเวลาคือสิ่งที่ช่วยลดงานและลดข้อผิดพลาดได้มากที่สุด ดูรายการเอกสารที่ต้องเตรียมทุกเดือนและทุกปีได้ที่ Checklist เตรียมเอกสารสำนักงานบัญชี (รายเดือน/รายปี) และเรื่องระยะเวลาเก็บเอกสารที่ เอกสารอะไรบ้างที่ต้องเก็บไว้สำหรับทำบัญชี + ต้องเก็บกี่ปี

คำถามที่พบบ่อย

1. บริษัทเพิ่งเปิด ยังไม่มีรายได้ ต้องจ่ายค่าทำบัญชีไหม

ต้องมีคนทำบัญชีให้ เพราะ พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 9 ให้เริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และยังต้องปิดงบ ให้ผู้สอบบัญชีตรวจ ยื่นงบ และยื่น ภ.ง.ด.50 แม้ไม่มีรายได้ ค่าบริการช่วงนี้มักต่ำกว่ากิจการที่ดำเนินงานเต็มที่ เพราะเอกสารน้อย แต่ไม่ใช่ศูนย์ ถ้าจด VAT แล้วยังต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนแม้ไม่มียอดขาย

2. ทำบัญชีเองได้ไหม ไม่ต้องจ้างสำนักงานบัญชี

ได้ ถ้าคนที่ทำมีคุณสมบัติเป็นผู้ทำบัญชีตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น มีวุฒิการศึกษาทางบัญชีตามขนาดกิจการ เป็นสมาชิกหรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี และพัฒนาความรู้ต่อเนื่องปีละไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง พนักงานบัญชีภายในก็เป็นผู้ทำบัญชีได้ แต่งบการเงินยังต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจเช่นเดิม (ยกเว้น หจก. ขนาดเล็กตามเกณฑ์)

3. ค่าทำบัญชีรายเดือนรวมค่าสอบบัญชีแล้วหรือยัง

ส่วนใหญ่ไม่รวม และควรถามให้ชัดเสมอ ค่าสอบบัญชีเป็นค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ต้องตรวจงบอย่างเป็นอิสระ จึงมักเสนอแยกหรือจ่ายตรงให้ผู้สอบ ถ้าใบเสนอราคาบอกว่า "รวมทุกอย่าง" ให้ขอชื่อและเลขทะเบียนผู้สอบบัญชีมาตรวจสอบ

4. หจก. ต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไหม

ขึ้นกับขนาด ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ไม่ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบ แต่ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมรายงานของผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต ถ้าเกินเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

5. จะเปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปีได้ไหม ต้องเตรียมอะไร

เปลี่ยนได้ แต่ควรวางแผนการส่งมอบให้ครบ ได้แก่ เอกสารต้นฉบับ ไฟล์บัญชีหรือข้อมูลส่งออกจากโปรแกรม งบทดลอง ณ วันส่งมอบ สำเนาแบบภาษีและใบเสร็จที่ยื่นแล้ว และรายการที่ยังค้าง ผู้ทำบัญชีรายใหม่ต้องแจ้งการรับทำบัญชีในระบบ e-Accountant ภายใน 30 วัน ถ้าบัญชีของผู้ให้บริการเดิมค้างอยู่ ผู้ให้บริการใหม่อาจต้องคิดค่าทำบัญชีย้อนหลังเพิ่ม

6. ทำไมสองสำนักงานให้ราคาต่างกันมากสำหรับกิจการเดียวกัน

มักเป็นเพราะขอบเขตงานไม่เท่ากัน ไม่ใช่ราคาต่องานต่างกัน ใบหนึ่งอาจรวมปิดงบ ยื่นงบ และ ภ.ง.ด.50 อีกใบอาจคิดแยก หรือใบหนึ่งคิดจากจำนวนเอกสารจริง อีกใบตั้งเพดานเอกสารไว้ต่ำแล้วคิดเพิ่ม ให้เทียบโดยใช้ตารางในข้อ 7 และรวมเป็นค่าใช้จ่ายทั้งปี

7. สำนักงานบัญชีต้องจดทะเบียนกับใครไหม

ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 มาตรา 11 นิติบุคคลที่ให้บริการด้านการสอบบัญชีหรือการทำบัญชีต้องจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชีตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และตัวผู้ทำบัญชีต้องเป็นสมาชิกหรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี (มาตรา 44) ส่วนผู้สอบบัญชีต้องมีใบอนุญาตที่ยังไม่หมดอายุหรือถูกพักใช้ ซึ่งตรวจได้ที่ระบบของสภาวิชาชีพบัญชี

ให้ Tawan Consultant ช่วยดูแลเรื่องนี้

ทีมบัญชีของ ตะวัน คอนซัลแทนท์ (Tawan Consultant) รับทำบัญชีรายเดือน ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภ.พ.30 และประกันสังคม ปิดงบการเงิน ยื่น ภ.ง.ด.50 และประสานงานสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พร้อมระบุขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้คุณเทียบได้ชัดว่าค่าบริการครอบคลุมอะไร ดูแพ็กเกจและค่าบริการ

  • โทร: 096-692-2528
  • LINE: @962iwlqe
  • ที่อยู่: 34 ซอยเพชรเกษม 28 แยก 16 แขวงภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
  • เวลาทำการ: จันทร์–ศุกร์ 8:30–17:30
  • เว็บไซต์: www.tawanconsultant.com

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ กฎหมายและแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิง

  1. พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 (มาตรา 7, 8, 9, 10, 11, 12, 14, 15, 19, 20, 28, 29, 30, 32, 34, 39, 40) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th/data-storage/attachment/cf553ff61a275899be24bbc4.pdf
  2. การเป็นผู้ทำบัญชี: คุณสมบัติ เงื่อนไข CPD และการแจ้งในระบบ e-Accountant (อ้างประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2557 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) กองกำกับบัญชีธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th/data-storage/attachment/2110f126dce55e4422771e617.pdf
  3. คู่มือสิ่งที่ต้องรู้ & ทำ เมื่อเป็นห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด (ข้อยกเว้นผู้สอบบัญชีของห้างหุ้นส่วนขนาดเล็ก, กำหนดยื่นงบ, บอจ.5, การประชุมผู้ถือหุ้น, ขึ้นทะเบียนลูกจ้างประกันสังคม, ค่าปรับเป็นพินัย) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th/storage/manual/644ffb30-f6bf-4e60-a3be-9db74a65509b.pdf
  4. พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 11, 39, 42, 43, 44, 45) สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ https://tfac.or.th/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5-%E0%B8%9E%E0%B8%A8-2547/
  5. ระบบตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชี สภาวิชาชีพบัญชี https://eservice.tfac.or.th/check_cpa/
  6. ประมวลรัษฎากร มาตรา 1-37 (มาตรา 3 สัตต ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5951.html
  7. ประมวลรัษฎากร มาตรา 38-64 (มาตรา 50, 52, 58, 59) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5937.html
  8. ประมวลรัษฎากร มาตรา 65-76 (มาตรา 67 ทวิ, 68, 69, 69 ทวิ) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5939.html
  9. ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย การนำส่งภาษีเงินได้ การนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นรายการ ข้อ 2 กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/2625.html
  10. ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการยื่นรายการตามมาตรา 58 แห่งประมวลรัษฎากร กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/2619.html
  11. พระราชกฤษฎีกาฯ ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 มาตรา 4 และ 5 กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/22646.html
  12. ประมวลรัษฎากร มาตรา 83-84 (มาตรา 83 การยื่น ภ.พ.30 รายเดือนและรายสถานประกอบการ) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5207.html
  13. ประมวลรัษฎากร มาตรา 85-86/14 (มาตรา 85/1 การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5208.html
  14. ประมวลรัษฎากร มาตรา 87-90 (มาตรา 87 รายงานภาษี, 87/3 การเก็บรักษาเอกสาร, 89/1 เงินเพิ่ม) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5209.html
  15. เงินสมทบและการชำระเงิน (กำหนดนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป) สำนักงานประกันสังคม https://www.sso.go.th/wpr/main/general/%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99_singleview_detail_1_193_0/438_438/?id=438
  16. พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 (มาตรา 39 และบัญชี 1 ท้ายพระราชบัญญัติ ซึ่งมีพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 อยู่ในรายการ) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอนที่ 66 ก วันที่ 25 ตุลาคม 2565 https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/139A066N0000000002200.pdf

บทความล่าสุด

ทีมงานมืออาชีพด้านบัญชีและภาษี
ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีของเรา

ยินดีให้บริการ

บริการของเรา

ให้คำปรึกษาด้านการทำบัญชีและภาษีเฉพาะกิจการ

ที่ปรึกษาเฉพาะคุณ

"ข้อมูลบัญชีบอกผลการดำเนินงาน”

เราวิเคราะห์ตัวเลขที่เกิดขึ้น ให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจในอนาคต ในทุกเรื่องของธุรกิจ ให้ธุรกิจเติบโต

HOW WE'RE DIFFERENT

TAWAN CONSULTANT

ผู้จัดทำบัญชีและผู้ตวจสอบบัญชีมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการทำงานมามากกว่า 10 ปี

ทีมงานสำนักงานบัญชีกำลังให้คำปรึกษาลูกค้าเพื่อวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย
5+

ผู้เชี่ยวชาญ

51+

ลูกค้าของเรา

1+

บริษัทในเครือเรา

ABOUT US

เราคือโอกาสให้คุณมีเวลากลับไปทำในสิ่งที่ธุรกิจคุณถนัดที่สุด ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเติบโตอย่างมั่นคง

เราเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มุ่งมั่นให้บริการธุรกิจ SME ทั่วประเทศ เราดูแลด้านบัญชีเพื่อลดภาระการจัดการตัวเลขของคุณ ในขณะที่คุณสามารถโฟกัสกับการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ บริการของเรายืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับประเภทและขนาดธุรกิจของคุณ