เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำภาษีเฉพาะกรณี การวางโครงสร้างจริงควรขอความเห็นจากที่ปรึกษาภาษีและตรวจสอบข้อหารือ/กฎหมายฉบับล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนดำเนินการ
1. Holding Company คืออะไร
บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) คือบริษัทที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ ถือหุ้นในบริษัทอื่น (บริษัทลูก) แทนที่จะประกอบธุรกิจผลิตหรือขายสินค้า/บริการเอง รายได้หลักจึงมาจาก เงินปันผล และ กำไรจากการขายเงินลงทุน (หุ้น) เป็นสำคัญ
โครงสร้างทั่วไป:
ผู้ถือหุ้น (บุคคล/นิติบุคคล)
│
บริษัทโฮลดิ้ง (แม่)
┌─────────┼─────────┐
บริษัทลูก A บริษัทลูก B บริษัทลูก C
ในทางกฎหมายหลักทรัพย์ไทย โครงสร้างนี้ถูกรับรองผ่าน ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 34/2552 ว่าด้วยการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่พร้อมกับการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เดิมของบริษัทจดทะเบียน เพื่อปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ (นำบริษัทโฮลดิ้งเข้าจดทะเบียนแทนบริษัทเดิม)
2. ทำไมจึงตั้งบริษัทโฮลดิ้ง
- รวมศูนย์การถือหุ้นและการบริหาร ของกลุ่มบริษัทไว้ที่เดียว
- แยกความเสี่ยง ระหว่างธุรกิจแต่ละสาย (ธุรกิจหนึ่งมีปัญหาไม่ลามถึงอีกธุรกิจ)
- คล่องตัวในการขยายกิจการ เข้าซื้อ/ควบรวม/ขายกิจการลูกได้โดยไม่กระทบโครงสร้างส่วนอื่น
- สิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินปันผล — เงินปันผลที่ไหลจากลูกขึ้นแม่ อาจได้รับ ยกเว้นภาษีทั้งจำนวน หากเข้าเงื่อนไข (ดูข้อ 3)
3. หัวใจภาษีของโฮลดิ้ง: เงินปันผลระหว่างบริษัทไทย
3.1 หลักตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร
สำหรับ บริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ที่ได้รับเงินปันผลจากบริษัทจำกัดไทยด้วยกัน หลักคือ:
- โดยทั่วไป: นำเงินปันผลมารวมคำนวณเป็นรายได้ เพียงกึ่งหนึ่ง (50%) ของจำนวนที่ได้รับ
- ยกเว้นทั้งจำนวน (ไม่ต้องนำมารวมเป็นรายได้เลย) สำหรับ:
- (ก) บริษัทจดทะเบียน (บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ) หรือ
- (ข) บริษัทจำกัดอื่นที่ ถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง และบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทผู้รับเงินปันผลไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม (ไม่ถือหุ้นไขว้กัน)
เงื่อนไขระยะเวลาถือหุ้น (วรรคสอง): สิทธิยกเว้น/ลดกึ่งหนึ่งข้างต้น ไม่ใช้บังคับ ถ้าบริษัทถือหุ้นที่ก่อให้เกิดเงินปันผลนั้นไว้ ไม่ถึง 3 เดือนก่อนวันมีเงินได้ หรือ โอนหุ้นนั้นออกไปก่อน 3 เดือนนับแต่วันมีเงินได้ (กฎ “ถือ 3 เดือนก่อน + 3 เดือนหลัง”)
อ้างอิงตัวบท: มาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร (แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ใช้บังคับตั้งแต่ 20 สิงหาคม 2562)
3.1.1 กรณีบริษัทใหม่จากการควบรวม/รับโอนกิจการ: มาตรา 5 เตวีสติ พ.ร.ฎ. (ฉบับที่ 10)
เมื่อโฮลดิ้ง (หรือบริษัทในกลุ่ม) เกิดจาก การควบเข้ากัน หรือเป็น ผู้รับโอนกิจการทั้งหมด จากบริษัทอื่น เงินปันผลที่รับต่อมามีบทเฉพาะรองรับใน มาตรา 5 เตวีสติ แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500 (แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.ฎ. (ฉบับที่ 534) พ.ศ. 2555 ใช้บังคับ 1 กุมภาพันธ์ 2555):
“มาตรา 5 เตวีสติ ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินปันผลที่ได้จากบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือที่ได้จากกองทุนรวมที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้แก่บริษัทใหม่อันได้ควบเข้ากันหรือบริษัทผู้รับโอนกิจการทั้งหมดจากบริษัทอื่น เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งของเงินปันผลที่ได้รับ เว้นแต่
(1) กรณีที่บริษัทผู้รับเงินปันผลเป็นบริษัทจดทะเบียน ให้ยกเว้นภาษีเป็นจำนวนเท่ากับเงินปันผลที่ได้รับ
(2) กรณีที่บริษัทผู้รับเงินปันผลถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง โดยบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทผู้รับเงินปันผลนั้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม ให้ยกเว้นภาษีเป็นจำนวนเท่ากับเงินปันผลที่ได้รับ
บริษัทผู้รับเงินปันผลตามวรรคหนึ่ง ต้องถือหุ้นหรือหน่วยลงทุนที่ก่อให้เกิดเงินปันผลนั้นไว้ไม่น้อยกว่าสามเดือนนับแต่วันที่ได้หุ้นหรือหน่วยลงทุนนั้นถึงวันที่มีเงินได้ดังกล่าว และต้องถือหุ้นหรือหน่วยลงทุนนั้นต่อไปอีกไม่น้อยกว่าสามเดือนนับแต่วันที่มีเงินได้ดังกล่าว ทั้งนี้ ให้นับระยะเวลาถือหุ้นหรือหน่วยลงทุนนั้นของบริษัทเดิมอันได้ควบเข้ากันหรือบริษัทเดิมผู้โอนกิจการทั้งหมดรวมด้วย”
จุดที่ต้องเข้าใจให้ถูก:
- ม.5 เตวีสติ ไม่ใช่บทยกเว้นสำหรับโฮลดิ้งทั่วไป — ใช้เฉพาะ บริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบเข้ากัน หรือ บริษัทผู้รับโอนกิจการทั้งหมด โฮลดิ้งที่ถือหุ้นตามปกติใช้ มาตรา 65 ทวิ (10) เป็นฐาน
- โครงเงื่อนไขเหมือน 65 ทวิ (10): default กึ่งหนึ่ง / ยกเว้น เต็มจำนวน ถ้าเป็นบริษัทจดทะเบียน หรือถือ ≥ 25% ไม่ถือหุ้นไขว้ + ถือครบ 3 เดือนก่อน-หลัง
- ประโยชน์พิเศษ: อนุญาต นับระยะเวลาถือหุ้นของบริษัทเดิม (ที่ควบเข้ากัน/โอนกิจการ) รวมเข้ากับบริษัทใหม่ได้ — เป็นฐานของแนววินิจฉัยในข้อ 3.2
3.2 ข้อหารือกรมสรรพากร: เงินปันผลกรณีควบกิจการและการนับระยะเวลาถือหุ้น
ข้อหารือ เลขที่ กค 0702/2915 ลงวันที่ 11 เมษายน 2561 (เลขตู้ 81/40628)
- ข้อเท็จจริง: บริษัท A. ถือหุ้นในบริษัท B. ร้อยละ 3.91 และบริษัท C. ถือหุ้นในบริษัท B. ร้อยละ 33.75 ต่อมา A. และ C. ควบเข้ากันเป็นบริษัทใหม่ ทำให้บริษัทใหม่ถือหุ้นใน B. รวมร้อยละ 37.66 แล้ว B. จ่ายเงินปันผล
- แนววินิจฉัย:
- บริษัทผู้รับเงินปันผลจะได้รับยกเว้น ไม่ต้องนำเงินปันผลทั้งจำนวนมารวมเป็นรายได้ ต้องถือหุ้นในผู้จ่าย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อนวันมีเงินปันผล และต้องถือต่อไปอีกไม่น้อยกว่า 3 เดือนนับแต่วันได้รับเงินปันผล ตาม มาตรา 65 ทวิ (10) และ มาตรา 5 เตวีสติ แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500
- กรณีควบกิจการ บริษัทใหม่ มีสิทธินับระยะเวลาการถือหุ้นที่ A. และ C. ถืออยู่ใน B. ก่อนควบรวม รวมเข้ากับระยะเวลาของตนได้ (ตามมาตรา 5 เตวีสติ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 10)
- แต่ การนับระยะเวลารวมได้ต่อเมื่อ แต่ละบริษัทเดิมถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 — เมื่อ A. ถือเพียงร้อยละ 3.91 (ต่ำกว่า 25%) ส่วนเงินปันผลที่คำนวณจากหุ้นของ A. จึงได้รับยกเว้นเพียง กึ่งหนึ่ง ต้องนำอีกครึ่งมารวมเป็นรายได้เสียภาษี
บทเรียนสำหรับโฮลดิ้ง: สัดส่วน ร้อยละ 25 และ ระยะเวลาถือหุ้น 3 เดือน (ก่อน+หลัง) เป็นเส้นแบ่งระหว่าง “ยกเว้นเต็มจำนวน” กับ “ยกเว้นครึ่งเดียว” ต้องวางแผนจังหวะการรับปันผลและการโอนหุ้นให้พ้นกรอบ 3 เดือนเสมอ
4. การจัดตั้ง/ปรับโครงสร้างเข้าโฮลดิ้ง: การแลกหุ้น (Share Swap)
ข้อหารือ เลขที่ กค 0702/2251 ลงวันที่ 12 เมษายน 2565
- ข้อเท็จจริง: บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องการปรับโครงสร้างโดยตั้ง บริษัทโฮลดิ้ง ขึ้นใหม่ให้เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัทและเข้าจดทะเบียนแทน โดยผู้ถือหุ้นเดิมนำหุ้นบริษัทมา แลกกับหุ้นออกใหม่ของโฮลดิ้งในจำนวนเท่าเดิม (Tender Offer แบบแลกหุ้น ไม่มีทางเลือกรับเงินสด)
- ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง: มาตรา 39, 40 (4) (ช), 65, 65 ทวิ (4) และมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
- แนววินิจฉัย:
- ผู้ถือหุ้นที่เป็นนิติบุคคลไทย (หรือนิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบกิจการในไทย): การโอนหุ้นเพื่อแลกหุ้นโฮลดิ้ง ถือเป็นค่าตอบแทนที่ต้องนำมาคำนวณตามมาตรา 65 แต่หากทำเพื่อ ปรับโครงสร้างการถือหุ้นเพียงอย่างเดียว และสัดส่วน/จำนวน/ราคาหุ้นยังคงเดิม การโอนตาม ราคาทุนเดิม ถือว่ามี “เหตุอันสมควร” ตามมาตรา 65 ทวิ (4) จึงยังไม่เกิดกำไรที่ต้องเสียภาษี ณ จุดแลกหุ้น
- ผู้ถือหุ้นนิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในไทย: โอนตามราคาทุนเดิมยังไม่มีผลประโยชน์เกินทุนตามมาตรา 40 (4) (ช) โฮลดิ้งผู้รับโอนจึง ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70
- ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา: โอนในราคาเท่าทุน ยังไม่มีเงินได้เกินกว่าที่ลงทุนตามมาตรา 40 (4) (ช) จึงยังไม่ต้องเสียภาษี ณ จุดแลกหุ้น
- ภาระภาษีเลื่อนไป (deferred): เมื่อใดที่มีการ ขายหุ้นโฮลดิ้งที่ได้รับแลกมาจริงในอนาคต ต้องนำ ราคาขายหักด้วยต้นทุนเดิม มาคำนวณกำไรเพื่อเสียภาษี (นิติบุคคลตามมาตรา 65 / บุคคล/ต่างชาติตามมาตรา 40 (4) (ช) และมาตรา 70 แล้วแต่กรณี)
สรุปหลักการ: การแลกหุ้นเข้าโฮลดิ้ง ตามราคาทุนเดิม เพื่อปรับโครงสร้างล้วน ๆ ไม่ก่อภาระภาษี ณ วันแลก เพราะยังไม่มีการรับรู้กำไรทางเศรษฐกิจ ต้นทุนเดิมจะ “สืบทอด” ไปยังหุ้นโฮลดิ้ง และภาษีจะเกิดเมื่อขายออกจริงเท่านั้น
5. ประเด็นภาษีอื่นที่โฮลดิ้งต้องรู้
| ประเด็น | หลักภาษี |
|---|---|
| เงินปันผลรับจากลูกในไทย | ยกเว้นเต็ม/ครึ่ง ตามมาตรา 65 ทวิ (10) + เงื่อนไข 25% และถือ 3 เดือนก่อน-หลัง |
| กำไรจากการขายหุ้นลูก | นิติบุคคลไทยนำกำไร (ราคาขาย − ต้นทุน) มารวมคำนวณกำไรสุทธิเสียภาษีตามมาตรา 65 (ไม่มียกเว้น capital gains สำหรับนิติบุคคล) |
| การตีราคาโอนหุ้น | ต้องเป็นราคาตลาด เว้นแต่มี “เหตุอันสมควร” ตามมาตรา 65 ทวิ (4) เช่น การปรับโครงสร้างตามราคาทุนเดิม (ดูข้อ 4) |
| เงินปันผลจ่ายออกนอกประเทศ | หากโฮลดิ้งจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นต่างประเทศ อยู่ในบังคับหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 (อัตราตามประมวลฯ/อนุสัญญาภาษีซ้อน — DTA) |
| อากรแสตมป์การโอนหุ้น | ตราสารโอนหุ้นเสียอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (โอนผ่านศูนย์รับฝากหลักทรัพย์/ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีข้อยกเว้นเฉพาะ) |
6. ข้อควรระวังในการวางแผน
- อย่าถือหุ้นต่ำกว่า 25% ถ้าต้องการยกเว้นเงินปันผลเต็มจำนวน (มิฉะนั้นได้เพียงกึ่งหนึ่ง)
- ระวังกรอบ 3 เดือน — ทั้งก่อนรับปันผลและหลังรับปันผล ต้องถือหุ้นครบ มิฉะนั้นเสียสิทธิ (มาตรา 65 ทวิ (10) วรรคสอง)
- ห้ามถือหุ้นไขว้ — ถ้าบริษัทลูกผู้จ่ายปันผลถือหุ้นในโฮลดิ้งผู้รับ (ไม่ว่าทางตรง/อ้อม) จะไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้นเต็มตาม (ข)
- การแลกหุ้นต้องเป็น “การปรับโครงสร้างล้วน” จึงจะอ้าง “เหตุอันสมควร” ตามมาตรา 65 ทวิ (4) ได้ — ถ้ามีการรับเงินสดหรือเปลี่ยนสัดส่วนจริง อาจถูกมองว่าเป็นการขายเพื่อกำไร
- ภาษีเป็นเพียงการเลื่อน ไม่ใช่การหลีกเลี่ยง — กำไรจากหุ้นจะถูกเก็บเมื่อขายจริงในอนาคตด้วยฐานต้นทุนเดิม
7. สรุป
บริษัทโฮลดิ้งเป็นเครื่องมือจัดโครงสร้างกลุ่มธุรกิจที่มีสิทธิประโยชน์ภาษีเงินปันผลชัดเจนภายใต้ มาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร (โฮลดิ้งถือหุ้นตามปกติ) และ มาตรา 5 เตวีสติ แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500 (เฉพาะบริษัทใหม่จากการควบรวม/รับโอนกิจการทั้งหมด ซึ่งนับระยะเวลาถือหุ้นของบริษัทเดิมรวมได้) โดยหัวใจร่วมกันอยู่ที่ เกณฑ์ถือหุ้นร้อยละ 25 ห้ามถือหุ้นไขว้ และ ระยะเวลาถือ 3 เดือนก่อน-หลัง ส่วนการจัดตั้ง/ปรับเข้าโฮลดิ้งด้วยวิธีแลกหุ้นตามราคาทุนเดิมสามารถทำได้โดยไม่เกิดภาระภาษี ณ วันแลก ตามแนว ข้อหารือ กค 0702/2251 (2565) ที่อาศัย “เหตุอันสมควร” ตามมาตรา 65 ทวิ (4) ภาระภาษีกำไรจากหุ้นจะเลื่อนไปเกิดเมื่อมีการขายจริง
แหล่งอ้างอิงกฎหมาย
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (10) — การรวม/ยกเว้นเงินปันผลระหว่างบริษัทไทย
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) — การตีราคาโอนทรัพย์สิน/หุ้น และ “เหตุอันสมควร”
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 39, 40 (4) (ช), 65, 70 — เงินได้พึงประเมิน/การคำนวณกำไร/หักภาษี ณ ที่จ่าย
- พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500 มาตรา 5 เตวีสติ (แก้ไขโดย พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 534 พ.ศ. 2555) — ยกเว้นเงินปันผลแก่บริษัทใหม่จากการควบรวม/ผู้รับโอนกิจการ + นับระยะเวลาถือหุ้นบริษัทเดิมรวม | ที่มา: rd.go.th/2376.html
- ข้อหารือ กค 0702/2915 ลงวันที่ 11 เม.ย. 2561 (เลขตู้ 81/40628) — rd.go.th/26809.html
- ข้อหารือ กค 0702/2251 ลงวันที่ 12 เม.ย. 2565 — rd.go.th/66833.html
- ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 34/2552 — การปรับโครงสร้างการถือหุ้นด้วยบริษัทโฮลดิ้ง