ภาษีวิศวกร สถาปนิก ทนายความ นักบัญชี ที่รับงานอิสระ: เงินได้ 40(6) หักค่าใช้จ่ายเท่าไร หัก ณ ที่จ่าย 3% และต้องจด VAT ไหม

วิศวกร สถาปนิก ทนาย รับงานอิสระ เงินได้ 40(6) เสียภาษีอย่างไร — ตะวัน คอนซัลแทนท์

ถ้าคุณเป็นวิศวกร สถาปนิก ทนายความ หรือนักบัญชีที่รับงานในนามตัวเอง ไม่ได้เป็นลูกจ้างของผู้ว่าจ้าง ค่าวิชาชีพที่ได้รับโดยทั่วไปเป็น เงินได้จากวิชาชีพอิสระตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(6) หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ ร้อยละ 30 หรือเลือกหักตามจริงถ้ามีหลักฐานว่าค่าใช้จ่ายสูงกว่านั้น เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 3% และคุณต้องยื่นทั้ง ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) และ ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี)

แต่ไม่ใช่ทุกบาทที่ได้จากความรู้วิชาชีพจะเป็น 40(6) ถ้าทำงานในฐานะลูกจ้างจะเป็น 40(1) ถ้ารับตำแหน่งหรือรับทำงานให้ที่ไม่ใช่การประกอบวิชาชีพโดยตรงอาจเป็น 40(2) และงานที่ไม่ใช่วิชาชีพตามกฎหมายแต่ทำเป็นกิจการอาจเป็น 40(8) เรื่อง VAT ก็ไม่เหมือนกันทุกวิชาชีพ การว่าความและการสอบบัญชีได้รับยกเว้น VAT แต่งานออกแบบ งานวิศวกรรม งานที่ปรึกษากฎหมาย และงานรับทำบัญชีไม่อยู่ในรายการยกเว้น บทความนี้สรุปตามตัวบทและแนววินิจฉัยของกรมสรรพากร (ดูแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ)

สรุปสั้นที่สุด: วิชาชีพอิสระตาม 40(6) มี 6 สาขา คือ กฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี และประณีตศิลปกรรม · วิศวกร สถาปนิก ทนายความ นักบัญชี หักเหมา 30% หรือตามจริงพร้อมหลักฐาน (โรคศิลปะและประณีตศิลปกรรม 60%) · เป็นลูกจ้าง = 40(1) ไม่ใช่ 40(6) · นิติบุคคลจ่ายค่าวิชาชีพ หัก ณ ที่จ่าย 3% · ยื่น ภ.ง.ด.94 ภายในกันยายน และ ภ.ง.ด.90 ภายในมีนาคม · ว่าความในศาลและสอบบัญชียกเว้น VAT ส่วนงานที่ปรึกษากฎหมาย ออกแบบ วิศวกรรม และรับทำบัญชี ถ้ารายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจด VAT

1. วิชาชีพอิสระตามมาตรา 40(6) มีอะไรบ้าง

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(6) นิยามไว้ว่า

"เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวิชาชีพอิสระอื่นซึ่งจะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดชนิดไว้"

ตัวบทเปิดช่องให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวิชาชีพอื่นเพิ่มได้ แต่แบบคำแนะนำการกรอก ภ.ง.ด.90 ของกรมสรรพากร (ปีภาษี 2568) และเอกสารเรื่อง ภ.ง.ด.94 ของกรมสรรพากร ก็ระบุ 6 สาขาเดียวกันนี้ ดังนั้นอาชีพที่ฟังดูเป็นมืออาชีพ เช่น ที่ปรึกษาธุรกิจ นักออกแบบกราฟิก โปรแกรมเมอร์ หรือนักแปล ไม่ใช่ 40(6) ต้องพิจารณาเป็น 40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงาน

สาขาวิชาชีพ ตัวอย่างงานที่มักเข้า 40(6) ตัวอย่างงานที่ต้องดูให้ดี
กฎหมาย ทนายความรับว่าความ ที่ปรึกษากฎหมายที่รับงานอิสระ ทนายความประจำที่เป็นลูกจ้างบริษัท (40(1))
วิศวกรรม วิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตรับออกแบบ คำนวณ ตรวจสอบ ควบคุมงาน รับเหมาที่ต้องจัดหาวัสดุเอง (40(7)) งานวิจัยหรือให้คำปรึกษาทั่วไป (40(2)/40(8))
สถาปัตยกรรม สถาปนิกรับออกแบบอาคาร ควบคุมงานสถาปัตยกรรม ออกแบบและรับเหมาสร้างด้วย (ส่วนที่เป็นงานรับเหมาอาจเป็น 40(7))
การบัญชี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับสอบบัญชี นักบัญชีรับวางระบบหรือทำบัญชีในนามตัวเอง พนักงานบัญชีประจำ (40(1))
การประกอบโรคศิลปะ แพทย์เปิดคลินิกส่วนตัว หรือตรวจรักษาในนามตัวเองที่สถานพยาบาล แพทย์ที่ได้ค่าตอบแทนจากการจ้างแรงงาน (40(1))
ประณีตศิลปกรรม ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ อธิบายแยกในอีกบทความ

บทความนี้เน้น 4 วิชาชีพแรก คือ กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม และการบัญชี ภาพรวมของเงินได้ 40(6) ทุกสาขาอยู่ในบทความ รายได้และภาษีวิชาชีพอิสระ 40(6): หักค่าใช้จ่ายเหมา 30% หรือ 60%

2. หักค่าใช้จ่ายได้เท่าไร: 30% หรือตามจริง

ประมวลรัษฎากร มาตรา 44 ให้เงินได้ 40(6) หักค่าใช้จ่ายตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ซึ่งคือ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2502 มาตรา 6 ข้อความปัจจุบันกำหนดดังนี้

เงินได้ 40(6) หักเหมา หรือหักตามจริง
(1) การประกอบโรคศิลปะ ร้อยละ 60 ได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าค่าใช้จ่ายมากกว่าอัตราเหมา
(2) ประณีตศิลปกรรม ร้อยละ 60 ได้ เช่นเดียวกัน
(3) วิชาชีพอิสระอื่นนอกจาก (1) และ (2) ได้แก่ กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ร้อยละ 30 ได้ เช่นเดียวกัน

ที่มา: พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 มาตรา 6 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 803 พ.ศ. 2569 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 6 กุมภาพันธ์ 2569) ใช้บังคับกับเงินได้ปีภาษี 2568 ที่ยื่นในปี 2569 เป็นต้นไป

ข้อสังเกตเรื่องประณีตศิลปกรรม: พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 803 ซึ่งกรมสรรพากรเรียกว่า "มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ" กำหนดให้ประณีตศิลปกรรมหักเหมาได้ร้อยละ 60 เท่ากับการประกอบโรคศิลปะ ส่วนวิศวกร สถาปนิก ทนายความ และนักบัญชี ยังคงใช้อัตราร้อยละ 30 เหมือนเดิม

2.1 เงื่อนไขของการหักตามจริง

พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 มาตรา 6 วรรคท้าย มีรายละเอียด 3 ข้อที่ควรรู้ก่อนเลือกหักตามจริง

  1. ต้อง แสดงหลักฐานต่อเจ้าพนักงานประเมินและพิสูจน์ได้ ว่ามีค่าใช้จ่ายมากกว่าอัตราเหมา และหักได้เฉพาะที่ "จำเป็นและสมควร"
  2. ให้นำ มาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรี ของประมวลรัษฎากร (หลักเกณฑ์รายจ่ายที่หักได้และหักไม่ได้แบบภาษีนิติบุคคล) มาใช้โดยอนุโลม เช่น รายจ่ายส่วนตัว รายจ่ายที่ไม่มีผู้รับที่ตรวจสอบได้ หรือรายจ่ายลงทุนที่ต้องทยอยหักเป็นค่าเสื่อมราคา
  3. ถ้าหลักฐานที่นำมาพิสูจน์ปรากฏว่าค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามกฎหมาย น้อยกว่าอัตราเหมา ให้ถือว่ามีค่าใช้จ่ายเพียงเท่าหลักฐาน กล่าวคือ เลือกตามจริงแล้วหลักฐานไม่พอ จะกลับไปใช้ 30% ไม่ได้

ในทางปฏิบัติ วิศวกรหรือสถาปนิกที่มีพนักงานเขียนแบบ ค่าเช่าสำนักงาน ค่าซอฟต์แวร์ออกแบบ และค่าจ้างผู้ช่วย อาจมีค่าใช้จ่ายจริงเกิน 30% ได้ไม่ยาก แต่ต้องมีระบบเอกสารรองรับ ส่วนทนายความหรือนักบัญชีที่ทำงานคนเดียวที่บ้าน ค่าใช้จ่ายจริงมักต่ำกว่า 30% การใช้อัตราเหมาจะง่ายกว่า

2.2 ต่างจาก 40(2) อย่างไรในตัวเลข

เงินได้ 40(2) หักเหมาได้ร้อยละ 50 แต่ รวมกับเงินเดือน 40(1) แล้วไม่เกิน 100,000 บาท (ประมวลรัษฎากร มาตรา 42 ทวิ) ขณะที่ 40(6) หักร้อยละ 30 ไม่มีเพดาน ตัวอย่างเช่น ค่าวิชาชีพ 1,000,000 บาท

ถ้าเป็น ค่าใช้จ่ายที่หักได้
40(2) (สมมติไม่มีเงินเดือน) 50% = 500,000 แต่ติดเพดาน 100,000 บาท
40(6) หักเหมา 30% = 300,000 บาท

ยิ่งรายได้สูง ส่วนต่างยิ่งมาก การจัดประเภทเงินได้ให้ถูกจึงมีผลต่อภาษีจริง

3. เมื่อไรค่าวิชาชีพไม่ใช่ 40(6) แต่เป็น 40(1), 40(2) หรือ 40(8)

ชื่อวิชาชีพของคุณไม่ได้ตัดสินประเภทเงินได้ สิ่งที่กรมสรรพากรดูคือ ความสัมพันธ์กับผู้จ่าย และ ลักษณะของงาน แนววินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงมีดังนี้

3.1 เป็นลูกจ้าง = 40(1) แม้งานจะใช้วิชาชีพ

  • วิศวกร: ข้อหารือ กค 0702/6441 (8 พฤศจิกายน 2566) วินิจฉัยว่า เงินได้ของวิศวกรระดับวิศวกรและวิศวกรวิชาชีพที่ได้รับใบรับรองจากสภาวิศวกร จากงานที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญทางวิศวกรรม เป็นเงินได้ 40(6) แต่ถ้าได้รับตามสัญญาจ้างแรงงาน เป็นเงินได้ 40(1)
  • แพทย์: ข้อหารือ กค 0702/1703 (4 มีนาคม 2553) วางหลักไว้ชัดว่า ค่าตอบแทนจากการจ้างแรงงานเป็น 40(1) "แม้ว่างานที่ปฏิบัตินั้นจะใช้วิชาการทางการประกอบโรคศิลปะอันเป็นวิชาชีพอิสระก็ตาม" ค่าตอบแทนจากหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรือการรับทำงานให้ เป็น 40(2) และจะเป็น 40(6) ได้เมื่อแพทย์เปิดคลินิกส่วนตัว หรือตกลงใช้สถานที่ของสถานพยาบาลเพื่อตรวจรักษาในนามของแพทย์เอง

หลักเดียวกันนี้ใช้กับวิชาชีพอื่นได้ สถาปนิกที่เป็นพนักงานบริษัทออกแบบ นักบัญชีที่เป็นพนักงานประจำ หรือนิติกรประจำบริษัท ได้รับเงินเดือนเป็น 40(1)

3.2 ทนายความที่ทำงานกับบริษัท แต่ไม่มีเงินเดือนประจำ = 40(6)

ข้อหารือ กค 0706/9688 (18 พฤศจิกายน 2548) เป็นกรณีที่น่าสนใจ ทนายความรับงานผ่านบริษัทแห่งหนึ่ง เจ้าพนักงานเห็นว่าเงินเดือนกับค่าทนายความจ่ายจากแหล่งเดียวกัน จึงถือเป็น 40(2) ทั้งหมด แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ทนายความ ไม่มีเงินเดือนประจำ ได้รับเงินตามงานที่ลูกความจ่าย แบ่งให้บริษัทร้อยละ 10 และ มีอิสระรับงานว่าความหรือให้คำปรึกษากับบุคคลภายนอก กรมสรรพากรวินิจฉัยว่าเงินที่ได้รับทั้งจำนวนเป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระกฎหมาย 40(6)

ข้อหารือ กค 0706/3021 (26 มีนาคม 2546) และ กค 0702/3658 (1 มิถุนายน 2553) ยืนยันว่า ค่าที่ปรึกษากฎหมาย ที่บริษัทจ่ายให้บุคคลธรรมดาซึ่งไม่ได้เป็นพนักงาน แม้จะจ่ายเท่ากันทุกเดือน เป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระกฎหมาย 40(6) ไม่ใช่ 40(2)

3.3 งานที่ใช้ความรู้ แต่ไม่ใช่การประกอบวิชาชีพโดยตรง = 40(2) หรือ 40(8)

ข้อหารือ กค 0811/5678 (10 กรกฎาคม 2543) เป็นกรณีอาจารย์ที่จบปริญญาเอกวิศวกรรมเคมีรับจ้างทำงานวิจัยและให้คำปรึกษา กรมสรรพากรวินิจฉัยว่า ถ้าทำคนเดียว เป็นเงินได้ 40(2) จากการรับทำงานให้ แต่ถ้า ทำร่วมกับผู้อื่น มีลูกจ้าง มีสำนักงาน และมีค่าใช้จ่ายในการบริหารงานจำนวนมาก เป็นเงินได้ 40(8) หลักเรื่องค่าใช้จ่ายสูงทำให้เปลี่ยนจาก 40(2) เป็น 40(8) ยังปรากฏในข้อหารือ กค 0706/9059 (1 พฤศจิกายน 2549) ด้วย

ข้อสังเกตจากแนววินิจฉัยเหล่านี้:

  • เปิดสำนักงานไม่ได้ทำให้ 40(6) กลายเป็น 40(8) โดยอัตโนมัติ ถ้างานที่ทำยังเป็นการประกอบวิชาชีพตาม 40(6) เช่น สำนักงานกฎหมายที่รับว่าความ หรือวิศวกรที่มีทีมงานรับออกแบบ เงินได้ยังเป็น 40(6) และใช้สิทธิหักตามจริงได้อยู่แล้ว
  • เรื่องค่าใช้จ่ายสูงจะเป็นตัวแบ่งระหว่าง 40(2) กับ 40(8) สำหรับงานที่ ไม่ใช่ วิชาชีพตาม 40(6) เช่น งานวิจัย งานที่ปรึกษาธุรกิจทั่วไป หรืองานอบรม
  • งานที่ใช้ใบอนุญาตตามกฎหมายวิชาชีพ (เช่น ใบอนุญาตทนายความ ใบรับรองจากสภาวิศวกร) มีน้ำหนักมากในการพิจารณาว่าเป็น 40(6)
สถานการณ์ ประเภทเงินได้ที่น่าจะเป็น ที่มา
วิศวกรหรือสถาปนิกเป็นพนักงานประจำของบริษัท 40(1) กค 0702/6441
วิศวกรที่มีใบรับรอง รับงานออกแบบหรือคำนวณโครงสร้างอิสระ 40(6) กค 0702/6441
ทนายความไม่มีเงินเดือนประจำ รับงานว่าความและให้คำปรึกษาได้อิสระ 40(6) กค 0706/9688
ที่ปรึกษากฎหมายรายเดือนของบริษัท ไม่ได้เป็นพนักงาน 40(6) กค 0706/3021, กค 0702/3658
ผู้มีความรู้วิศวกรรมรับงานวิจัยหรือให้คำปรึกษาคนเดียว 40(2) กค 0811/5678
งานเดียวกันแต่มีลูกจ้าง มีสำนักงาน ค่าใช้จ่ายสูง 40(8) กค 0811/5678
รับเหมาโดยต้องจัดหาวัสดุส่วนสำคัญเอง 40(7) ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(7)

ถ้าคุณมีรายได้หลายแบบ เช่น เป็นพนักงานประจำและรับงานออกแบบอิสระนอกเวลา ต้องแยกเงินได้แต่ละก้อนตามประเภทให้ถูก และแยกเอกสารให้ชัดว่างานไหนทำในฐานะลูกจ้าง งานไหนทำในนามตัวเอง

4. คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ภาษีบุคคลธรรมดาคำนวณ 2 วิธี แล้วเสียตามวิธีที่ได้ยอดสูงกว่า (ประมวลรัษฎากร มาตรา 48)

วิธีที่ 1 (เงินได้สุทธิ): เงินได้ − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ แล้วคูณอัตราก้าวหน้า

เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี ภาษีสะสมสูงสุดของขั้น
0 – 150,000 ยกเว้น 0
150,001 – 300,000 5% 7,500
300,001 – 500,000 10% 27,500
500,001 – 750,000 15% 65,000
750,001 – 1,000,000 20% 115,000
1,000,001 – 2,000,000 25% 365,000
2,000,001 – 5,000,000 30% 1,265,000
เกิน 5,000,000 35% –

วิธีที่ 2 (0.5% ของเงินได้พึงประเมิน): คำนวณจากเงินได้ 40(2) ถึง 40(8) (ไม่นับเงินเดือน 40(1)) ถ้าภาษีตามวิธีนี้ไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งเท่ากับเงินได้กลุ่มนี้ไม่เกิน 1,000,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษีตามวิธีที่ 2

ตัวอย่าง: สถาปนิกรับงานอิสระ

สมมติปีภาษีหนึ่ง (ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบความเข้าใจ) สถาปนิกได้ค่าออกแบบจากลูกค้าที่เป็นบริษัท 1,500,000 บาท ทำงานคนเดียว ค่าใช้จ่ายจริงไม่ถึง 30% จึงเลือกหักเหมา ใช้เฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท

รายการ บาท
ค่าวิชาชีพ 40(6) 1,500,000
หักค่าใช้จ่ายเหมา 30% (450,000)
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว (60,000)
เงินได้สุทธิ 990,000
ภาษีวิธีที่ 1: 65,000 + (240,000 × 20%) 113,000
ภาษีวิธีที่ 2: 1,500,000 × 0.5% 7,500
ภาษีที่ต้องเสีย (วิธีที่สูงกว่า) 113,000
หักภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย 3% ตลอดปี (45,000)
ชำระเพิ่มตอนยื่นแบบ (ก่อนหักภาษีที่จ่ายไว้ใน ภ.ง.ด.94) 68,000

ถ้าเงินได้ก้อนเดียวกันนี้ถูกจัดเป็น 40(2) ค่าใช้จ่ายจะหักได้เพียง 100,000 บาท เงินได้สุทธิจะเป็น 1,340,000 บาท และภาษีวิธีที่ 1 จะเป็น 115,000 + (340,000 × 25%) = 200,000 บาท ต่างกัน 87,000 บาท

5. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (ท.ป.4/2528 ข้อ 7)

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 7(1) กำหนดให้บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ที่จ่ายเงินได้จากวิชาชีพอิสระ 40(6) ให้ผู้รับที่มีภูมิลำเนาหรืออยู่ในประเทศไทย หักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3.0 ใช้ทั้งกรณีผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ข้อหารือ กค 0706/3021 และ กค 0702/3658 ยืนยันการหัก 3% สำหรับค่าที่ปรึกษากฎหมาย

ผู้จ่าย ผู้รับ หัก ณ ที่จ่าย
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ 40(6) 3% (ท.ป.4/2528 ข้อ 7(1))
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล บริษัทหรือห้างฯ ที่ให้บริการวิชาชีพ 40(6) 3% (ท.ป.4/2528 ข้อ 7(1))
บุคคลธรรมดา (เช่น เจ้าของบ้านจ้างสถาปนิก) บุคคลธรรมดา ข้อ 7 ไม่ได้กำหนดให้บุคคลธรรมดาเป็นผู้หัก

e-Withholding Tax: ข้อ 7(1/2) ลดอัตราเหลือร้อยละ 1.0 สำหรับเงินได้ที่จ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2568 เมื่อผู้จ่ายนำส่งผ่านระบบ e-Withholding Tax และมาตรการนี้ขยายต่อสำหรับเงินได้ที่จ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 (ข่าวกรมสรรพากร ฉบับที่ 14/2569) ดังนั้นเงินได้ 40(6) ที่จ่ายในปี 2569–2570 ผ่านระบบ e-Withholding Tax หัก 1% ถ้าไม่ได้จ่ายผ่านระบบนี้ หัก 3% ตามปกติ

ข้อควรปฏิบัติ:

  1. ตรวจ 50 ทวิ ทุกใบว่าระบุประเภทเงินได้เป็น 40(6) ถ้าผู้จ่ายระบุเป็น 40(2) หรือ 40(8) ให้ขอแก้ หรือเตรียมเอกสารอธิบายลักษณะงาน เช่น สัญญาจ้าง ใบเสนอราคา
  2. ยื่นภาษีด้วย ยอดเงินได้เต็มก่อนหักภาษี แล้วนำภาษีที่ถูกหักมาเครดิต
  3. ถูกหัก ณ ที่จ่ายแล้วยังต้องยื่น ภ.ง.ด.94 และ ภ.ง.ด.90 ภาษีที่ถูกหักเป็นเพียงภาษีจ่ายล่วงหน้า

ถ้าเงินได้เป็น 40(2) ผู้จ่ายจะหักภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 50(1) ซึ่งเป็นคนละวิธีกับการหัก 3% และเงินได้ 40(2) ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94

6. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 และ ภ.ง.ด.90

แบบ ใครต้องยื่น กำหนดเวลา อ้างอิง
ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) ผู้มีเงินได้ 40(5) ถึง 40(8) ที่ได้รับระหว่างมกราคม–มิถุนายน ไม่ว่าจะมีเงินได้ประเภทอื่นด้วยหรือไม่ ภายในเดือนกันยายนของปีภาษีนั้น ประมวลรัษฎากร มาตรา 56 ทวิ
ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี) ผู้มีเงินได้ทุกประเภทถึงเกณฑ์ เช่น โสดมีเงินได้เกิน 60,000 บาท มีคู่สมรสเกิน 120,000 บาท ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ประมวลรัษฎากร มาตรา 56

รายละเอียดที่มักพลาด:

  • ภ.ง.ด.94 หักค่าลดหย่อนได้กึ่งหนึ่ง (มาตรา 56 ทวิ วรรคสาม) แต่ค่าใช้จ่าย 30% หักได้ตามสัดส่วนเงินได้ครึ่งปีตามปกติ ภาษีที่ชำระตอน ภ.ง.ด.94 นำไปเครดิตใน ภ.ง.ด.90
  • เงินเดือน 40(1) ไม่ต้องใส่ใน ภ.ง.ด.94 แต่ต้องรวมใน ภ.ง.ด.90
  • แม้คำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องชำระ ถ้าเงินได้ถึงเกณฑ์ก็ต้องยื่น

อ่านเพิ่มเติม: ภ.ง.ด.94 คืออะไร ใครต้องยื่น + ค่าลดหย่อนภาษีครึ่งปีมีอะไรบ้าง

รายงานเงินสดรับ-จ่าย

กรมสรรพากรระบุว่าผู้มีหน้าที่จัดทำรายงานเงินสดรับ-จ่าย คือผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ ไม่ได้ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีเงินได้ 40(5) ถึง 40(8) ซึ่งรวมถึงเงินได้จากวิชาชีพกฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม และการบัญชี ถ้าคุณเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง รายงานนี้พร้อมใบเสร็จคือหลักฐานหลักที่ต้องมี

7. ภาษีมูลค่าเพิ่ม: วิชาชีพไหนยกเว้น วิชาชีพไหนต้องจด

ประมวลรัษฎากร มาตรา 81(1)(ฌ) ยกเว้น VAT สำหรับ "การให้บริการการประกอบโรคศิลปะ การสอบบัญชี การว่าความ หรือการประกอบวิชาชีพอิสระอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ทั้งนี้ เฉพาะวิชาชีพอิสระที่มีกฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพอิสระนั้น" และ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 217) กำหนดวิชาชีพอื่นเพิ่มไว้ 1 รายการ คือ การประกอบวิชาชีพของผู้สอบบัญชีภาษีอากร

สังเกตว่ากฎหมายยกเว้นเป็นราย บริการ ไม่ได้ยกเว้นทั้งวิชาชีพ ทนายความไม่ได้ยกเว้น VAT ทุกงาน และนักบัญชีไม่ได้ยกเว้นทุกงาน

บริการ VAT อ้างอิง
ว่าความ หรือว่าต่างแก้ต่างคดีในศาล ยกเว้น ม.81(1)(ฌ), กค 0706/พ./8779
ให้คำปรึกษากฎหมาย ร่างและตรวจสัญญา งานจดทะเบียนนิติบุคคล ติดตามทวงหนี้ก่อนฟ้อง ไม่ยกเว้น กค 0702/6850, กค 0706/พ./8779
สอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชี ยกเว้น ม.81(1)(ฌ)
การประกอบวิชาชีพของผู้สอบบัญชีภาษีอากร ยกเว้น ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 217
รับทำบัญชี วางระบบบัญชี ที่ปรึกษาภาษี ไม่อยู่ในรายการยกเว้น ม.81(1)(ฌ)
ออกแบบ คำนวณ ควบคุมงานวิศวกรรม ไม่อยู่ในรายการยกเว้น ม.81(1)(ฌ)
ออกแบบ ควบคุมงานสถาปัตยกรรม ไม่อยู่ในรายการยกเว้น ม.81(1)(ฌ)

ข้อหารือ กค 0702/6850 (23 กรกฎาคม 2558) เป็นกรณีผู้ให้คำปรึกษากฎหมาย จัดทำสัญญา ทำงานทะเบียนนิติบุคคล และเตรียมร่างคำฟ้อง โดยผู้ว่าจ้างไปจ้างทนายความอื่นว่าความในศาล กรมสรรพากรวินิจฉัยว่า ไม่เข้าลักษณะการว่าความ ต้องนำค่าบริการมารวมคำนวณ VAT ส่วนข้อหารือ กค 0706/พ./8779 (21 ตุลาคม 2548) วินิจฉัยว่า ในงานติดตามหนี้ตั้งแต่ทวงถามจนบังคับคดี เฉพาะงานที่ทนายความว่าความหรือว่าต่างแก้ต่างคดีในศาลเท่านั้น ที่ได้รับยกเว้น

7.1 เกณฑ์ 1.8 ล้านบาท

ผู้ให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสีย VAT แต่มีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ได้รับยกเว้นในฐานะกิจการขนาดย่อม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 81/1 และ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 432 พ.ศ. 2548 มาตรา 4) สำหรับบุคคลธรรมดา "ปี" นับตามปีปฏิทิน เมื่อเกินแล้วต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เกิน (มาตรา 85/1)

ตัวอย่าง: ทนายความมีรายรับปีละ 2.5 ล้านบาท ในนี้เป็นค่าว่าความ 1.2 ล้านบาท และค่าที่ปรึกษากฎหมายกับร่างสัญญา 1.3 ล้านบาท ส่วนที่ต้องนับเทียบเกณฑ์คือรายรับจากบริการที่ไม่ได้รับยกเว้น 1.3 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท แต่ถ้างานที่ปรึกษาเพิ่มขึ้นจนเกิน ต้องจด VAT สำหรับงานส่วนนั้น

สิ่งที่ควรทำ:

  1. แยกใบแจ้งหนี้ ระหว่างงานที่ยกเว้น (ว่าความ สอบบัญชี) กับงานที่ไม่ยกเว้น อย่ารวมเป็นยอดเหมาก้อนเดียว
  2. นับยอดสะสมของงานที่ไม่ยกเว้นทุกเดือน
  3. ถ้าจด VAT แล้ว และมีทั้งรายรับที่ยกเว้นและรายรับที่ต้องเสีย VAT ภาษีซื้อที่ใช้ร่วมกันมีหลักเกณฑ์การเฉลี่ยเฉพาะ ควรวางระบบบัญชีกับผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ต้น
  4. ผู้ที่จดทะเบียนแล้วและต่อมามีมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน 1.8 ล้านบาทติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ขอถอนทะเบียนได้ตามมาตรา 85/10(1) (กค 0702/6850 ข้อ 2)

ความต่างระหว่าง "ยกเว้น VAT" กับ "VAT 0%" อธิบายไว้ใน VAT 0% กับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่างกันอย่างไร

8. ทำในนามบุคคลธรรมดา หรือเปิดบริษัท/ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

เมื่อรายได้สูงขึ้นหรือมีทีมงาน หลายคนเริ่มคิดเรื่องจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หลักภาษีที่เปลี่ยนไปมีดังนี้

ประเด็น บุคคลธรรมดา (40(6)) บริษัท / หจก.
ฐานภาษี เงินได้ − ค่าใช้จ่าย (เหมา 30% หรือตามจริง) − ค่าลดหย่อน กำไรสุทธิ (รายได้ − รายจ่ายจริงตามมาตรา 65 ทวิ/65 ตรี)
อัตราภาษี ก้าวหน้า 5–35% SME (ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้าน และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท): กำไรส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาทไม่เสียภาษี ส่วนเกิน 300,000–3,000,000 บาท 15% ส่วนเกิน 3,000,000 บาท 20% (พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 530) นิติบุคคลทั่วไป 20%
หัก ณ ที่จ่ายจากลูกค้า 3% (ข้อ 7(1)) 3% (ข้อ 7(1))
เงินที่นำออกมาใช้ส่วนตัว ไม่มีภาษีอีกชั้น เงินเดือนกรรมการเสียภาษี 40(1) เงินปันผลถูกหัก 10% (มาตรา 50(2)(จ)) และเลือกเสีย 10% เป็นภาษีสุดท้ายได้ (มาตรา 48)
VAT ใช้เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทและรายการยกเว้นตามมาตรา 81 เหมือนกัน เหมือนกัน (กค 0706/พ./8779 เป็นกรณีบริษัทที่รายได้ว่าความได้รับยกเว้น)
ภาระเอกสาร รายงานเงินสดรับ-จ่าย ภ.ง.ด.94 ภ.ง.ด.90 บัญชีตามมาตรฐาน งบการเงินที่ผ่านการสอบบัญชี ภ.ง.ด.51 ภ.ง.ด.50 และภาระของนิติบุคคลอื่น

ตัวอย่างเปรียบเทียบ: วิศวกรมีทีมงาน

ตัวเลขสมมติ: วิศวกรโครงสร้างรับงานจากบริษัทรับเหมา รายรับปีละ 3,000,000 บาท มีค่าใช้จ่ายจริงพร้อมหลักฐาน 1,200,000 บาท (เงินเดือนผู้ช่วย ค่าเช่าสำนักงาน ซอฟต์แวร์ ค่าเดินทาง) ใช้เฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท (ตัวอย่างนี้ไม่รวม VAT และไม่นับประกันสังคม)

แบบที่ 1: บุคคลธรรมดา

รายการ หักเหมา 30% หักตามจริง
เงินได้ 40(6) 3,000,000 3,000,000
ค่าใช้จ่าย (900,000) (1,200,000)
ค่าลดหย่อนส่วนตัว (60,000) (60,000)
เงินได้สุทธิ 2,040,000 1,740,000
ภาษี 365,000 + 40,000 × 30% = 377,000 115,000 + 740,000 × 25% = 300,000

ภาษีวิธีที่ 2 คือ 3,000,000 × 0.5% = 15,000 บาท ต่ำกว่าวิธีที่ 1 จึงเสียตามวิธีที่ 1 กรณีนี้หักตามจริงประหยัดกว่า 77,000 บาท แต่ต้องมีหลักฐานครบ

แบบที่ 2: บริษัทจำกัดที่เข้าเงื่อนไข SME จ่ายเงินเดือนให้วิศวกรเจ้าของเดือนละ 50,000 บาท (ปีละ 600,000 บาท)

รายการ บาท
รายได้บริษัท 3,000,000
ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (1,200,000)
เงินเดือนเจ้าของ (600,000)
กำไรสุทธิ 1,200,000
ภาษีนิติบุคคล: 300,000 แรกยกเว้น + 900,000 × 15% 135,000
ภาษีเงินเดือนเจ้าของ: 600,000 − 100,000 (ค่าใช้จ่าย 40(1)) − 60,000 = 440,000 → 7,500 + 140,000 × 10% 21,500
รวมภาษี ถ้าเก็บกำไรไว้ในบริษัท 156,500
ถ้าจ่ายกำไรหลังภาษี 1,065,000 เป็นเงินปันผลทั้งหมด และเลือกเสีย 10% เป็นภาษีสุดท้าย 106,500
รวมภาษี ถ้าจ่ายปันผลทั้งหมด 263,000

ข้อสังเกต:

  • ในตัวอย่างนี้ บริษัทเสียภาษีรวมน้อยกว่าบุคคลธรรมดาที่หักตามจริง (263,000 เทียบ 300,000 บาท) และจะต่างมากขึ้นถ้าเก็บกำไรไว้ลงทุนต่อในบริษัท
  • ตัวเลขยังไม่รวมค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี เงินสมทบประกันสังคม และต้นทุนการจดทะเบียน ซึ่งทำให้ส่วนต่างแคบลง
  • ถ้ารายรับยังไม่มาก หรือค่าใช้จ่ายจริงต่ำกว่า 30% การทำในนามบุคคลธรรมดาและหักเหมาอาจคุ้มกว่า
  • สำหรับบางวิชาชีพ การให้บริการในรูปนิติบุคคลมีข้อกำหนดของสภาวิชาชีพเพิ่มเติม เช่น เรื่องใบอนุญาตของนิติบุคคลหรือผู้ลงนาม ควรตรวจสอบกับสภาวิชาชีพของคุณก่อนตัดสินใจ

ลองใส่ตัวเลขของคุณใน เครื่องคำนวณภาษี บุคคลธรรมดา vs บริษัท และอ่านเรื่องความรับผิดของแต่ละรูปแบบได้ที่ บริษัทจำกัด vs ห้างหุ้นส่วน เลือกจดทะเบียนแบบไหนดี

คำถามที่พบบ่อย

1. เป็นวิศวกรประจำบริษัท และรับออกแบบอิสระนอกเวลา ต้องยื่นภาษีอย่างไร

เงินเดือนเป็น 40(1) และค่าออกแบบที่รับในนามตัวเองเป็น 40(6) ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 สำหรับค่าออกแบบที่ได้รับช่วงมกราคม–มิถุนายน และรวมทั้งสองประเภทใน ภ.ง.ด.90 ตอนสิ้นปี ค่าใช้จ่าย 40(1) หักเหมาได้ตามมาตรา 42 ทวิ ส่วนค่าออกแบบหักเหมา 30% แยกต่างหาก ไม่ได้ใช้เพดาน 100,000 บาทร่วมกัน

2. นักบัญชีที่ไม่ใช่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต รับทำบัญชีให้หลายบริษัท เป็น 40(6) ไหม

โดยทั่วไปงานรับทำบัญชีในนามตัวเองถือเป็นวิชาชีพการบัญชีตาม 40(6) แต่ประเด็นนี้ควรดูประกอบกับคุณสมบัติตามกฎหมายวิชาชีพบัญชีและลักษณะงานจริง ถ้ามีพนักงานหลายคนและให้บริการอื่นปนอยู่มาก ควรแยกรายได้แต่ละประเภทให้ชัด เรื่อง VAT งานรับทำบัญชีไม่อยู่ในรายการยกเว้น ถ้ารายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต้องจดทะเบียน

3. ทนายความต้องจด VAT ไหม

ขึ้นกับสัดส่วนงาน รายได้จากการว่าความหรือว่าต่างแก้ต่างคดีในศาลได้รับยกเว้น VAT ตามมาตรา 81(1)(ฌ) แต่งานที่ปรึกษากฎหมาย ร่างสัญญา และงานจดทะเบียน ไม่ได้รับยกเว้น ถ้ารายรับจากงานกลุ่มหลังเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจด VAT ภายใน 30 วัน

4. ค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่า 30% เลือกหักตามจริงได้ไหม

ได้ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 มาตรา 6 ให้หักตามความจำเป็นและสมควร ถ้าแสดงหลักฐานและพิสูจน์ได้ว่ามีค่าใช้จ่ายมากกว่าอัตราเหมา แต่ต้องใช้หลักเกณฑ์รายจ่ายตามมาตรา 65 ทวิและ 65 ตรี และถ้าหลักฐานที่พิสูจน์ได้น้อยกว่า 30% จะได้หักเท่าที่มีหลักฐานเท่านั้น

5. ลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องทำอะไรเพิ่ม

ไม่ต้องทำอะไรพิเศษ แต่ต้องรวมเงินได้ก้อนนั้นใน ภ.ง.ด.94 และ ภ.ง.ด.90 เอง หน้าที่หัก 3% ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 7 ใช้กับผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคล การไม่ถูกหักไม่ได้แปลว่าเงินได้นั้นไม่ต้องเสียภาษี ควรเก็บสัญญาและหลักฐานการรับเงินไว้ครบ

6. ผู้ว่าจ้างออก 50 ทวิ ระบุเป็นเงินได้ 40(2) แต่เราคิดว่าเป็น 40(6) ทำอย่างไร

ควรขอให้ผู้จ่ายแก้ไขก่อน และเตรียมหลักฐานว่าคุณรับงานในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ ไม่ใช่ลูกจ้างหรือผู้รับตำแหน่ง เช่น สัญญาจ้างที่ระบุขอบเขตงานวิชาชีพ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และการมีลูกค้ารายอื่น การจัดประเภทสุดท้ายขึ้นกับข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อความใน 50 ทวิ เพียงอย่างเดียว

7. ต้องจดทะเบียนพาณิชย์หรือเปิดบริษัทก่อนรับงานไหม

การรับงานในนามบุคคลธรรมดาและเสียภาษี 40(6) ไม่จำเป็นต้องเปิดบริษัท การเปิดบริษัทเป็นทางเลือกเมื่อรายได้และค่าใช้จ่ายสูงจนภาษีนิติบุคคลคุ้มกว่า หรือเมื่อต้องการแยกความรับผิดทางธุรกิจ ควรคำนวณเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ

ให้ Tawan Consultant ช่วยดูแลเรื่องนี้

ทีมบัญชีของ ตะวัน คอนซัลแทนท์ (Tawan Consultant) ช่วยวิศวกร สถาปนิก ทนายความ และนักบัญชีที่รับงานอิสระ จัดประเภทเงินได้ 40(6) ให้ถูก ตรวจ 50 ทวิ วางระบบรายงานรับ-จ่ายสำหรับหักค่าใช้จ่ายตามจริง ยื่น ภ.ง.ด.94 และ ภ.ง.ด.90 แยกงานที่ยกเว้นและไม่ยกเว้น VAT และเปรียบเทียบว่าควรเปลี่ยนเป็นบริษัทเมื่อไร

  • โทร: 096-692-2528
  • LINE: @962iwlqe
  • ที่อยู่: 34 ซอยเพชรเกษม 28 แยก 16 แขวงภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
  • เวลาทำการ: จันทร์–ศุกร์ 8:30–17:30
  • เว็บไซต์: www.tawanconsultant.com

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ กฎหมายและแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิง

  1. ประมวลรัษฎากร มาตรา 38-64 (มาตรา 40(6), 42 ทวิ, 44, 48, 50, 56, 56 ทวิ) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5937.html
  2. บัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 ประมวลรัษฎากร กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5938.html
  3. พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 มาตรา 6 (การหักค่าใช้จ่ายเงินได้ 40(6)) https://www.rd.go.th/2375.html
  4. พระราชกฤษฎีกาฯ ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 803) พ.ศ. 2569 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 10 ก https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dc803.pdf
  5. คำแนะนำการกรอกแบบ ภ.ง.ด.90 ปีภาษี 2568 (ข้อ 5 เงินได้ตามมาตรา 40(6)) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/fileadmin/tax_pdf/pit/2568/Ins90_241268.pdf
  6. ข้อหารือ กค 0702/6441 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 (เงินได้ของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม) https://www.rd.go.th/65830.html
  7. ข้อหารือ กค 0702/1703 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2553 (เงินได้จากวิชาชีพอิสระ การประกอบโรคศิลปะ 40(1) 40(2) 40(6)) https://www.rd.go.th/42998.html
  8. ข้อหารือ กค 0706/9688 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2548 (ค่าทนายความและค่าที่ปรึกษากฎหมาย) https://www.rd.go.th/30670.html
  9. ข้อหารือ กค 0706/3021 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2546 (การจ่ายค่าที่ปรึกษากฎหมาย) https://www.rd.go.th/24802.html
  10. ข้อหารือ กค 0702/3658 ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2553 (ค่าที่ปรึกษากฎหมาย หัก ณ ที่จ่าย 3%) https://www.rd.go.th/43065.html
  11. ข้อหารือ กค 0811/5678 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2543 (รับทำงานวิจัยและให้คำปรึกษา 40(2) หรือ 40(8)) https://www.rd.go.th/24019.html
  12. ข้อหารือ กค 0706/9059 ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 (การรับทำงานให้ 40(2) และ 40(8)) https://www.rd.go.th/33420.html
  13. คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 (ข้อ 7(1), 7(1/2), 8) https://www.rd.go.th/3479.html
  14. ข่าวกรมสรรพากร ฉบับที่ 14/2569 (ขยายมาตรการ e-Withholding Tax) https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/news/2569thai/news14_2569.pdf
  15. มารู้จัก ภ.ง.ด.94 กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/SMEs/Info-PND94-060666.pdf
  16. ผู้มีหน้าที่จัดทำรายงานเงินสดรับ-จ่าย กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/38625.html
  17. ประมวลรัษฎากร มาตรา 80-82 (มาตรา 81(1)(ฌ), 81/1) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5206.html
  18. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 217) เรื่อง กำหนดการให้บริการการประกอบวิชาชีพอิสระอื่น ตามมาตรา 81(1)(ฌ) https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dgvat217.pdf
  19. ข้อหารือ กค 0706/พ./8779 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2548 (VAT งานว่าความและงานกฎหมายอื่น) https://www.rd.go.th/30711.html
  20. ข้อหารือ กค 0702/6850 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2558 (VAT รายได้จากการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย) https://www.rd.go.th/26152.html
  21. พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 มาตรา 4 (มูลค่าฐานภาษีกิจการขนาดย่อม 1.8 ล้านบาท) https://www.rd.go.th/22646.html
  22. ประมวลรัษฎากร มาตรา 85-86/14 (มาตรา 85/1 การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5208.html
  23. พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 530) พ.ศ. 2554 มาตรา 6 (อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล SME) https://www.rd.go.th/28271.html

บทความล่าสุด

ทีมงานมืออาชีพด้านบัญชีและภาษี
ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีของเรา

ยินดีให้บริการ

บริการของเรา

ให้คำปรึกษาด้านการทำบัญชีและภาษีเฉพาะกิจการ

ที่ปรึกษาเฉพาะคุณ

"ข้อมูลบัญชีบอกผลการดำเนินงาน”

เราวิเคราะห์ตัวเลขที่เกิดขึ้น ให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจในอนาคต ในทุกเรื่องของธุรกิจ ให้ธุรกิจเติบโต

HOW WE'RE DIFFERENT

TAWAN CONSULTANT

ผู้จัดทำบัญชีและผู้ตวจสอบบัญชีมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการทำงานมามากกว่า 10 ปี

ทีมงานสำนักงานบัญชีกำลังให้คำปรึกษาลูกค้าเพื่อวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย
5+

ผู้เชี่ยวชาญ

51+

ลูกค้าของเรา

1+

บริษัทในเครือเรา

ABOUT US

เราคือโอกาสให้คุณมีเวลากลับไปทำในสิ่งที่ธุรกิจคุณถนัดที่สุด ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเติบโตอย่างมั่นคง

เราเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มุ่งมั่นให้บริการธุรกิจ SME ทั่วประเทศ เราดูแลด้านบัญชีเพื่อลดภาระการจัดการตัวเลขของคุณ ในขณะที่คุณสามารถโฟกัสกับการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ บริการของเรายืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับประเภทและขนาดธุรกิจของคุณ