คำตอบสั้นที่สุดคือ บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบงบการเงิน ไม่ว่าบริษัทจะเล็กแค่ไหนหรือปีนั้นจะไม่มีรายได้เลยก็ตาม ส่วน ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล) ที่ในรอบปีนั้นมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ครบทั้ง 3 ข้อ ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ตรวจสอบและรับรองบัญชีแทนได้ ถ้าเกินข้อใดข้อหนึ่ง ต้องใช้ CPA
หลายคนได้ยินว่า "หจก. เล็กไม่ต้องใช้ CPA" แล้วเข้าใจว่าไม่ต้องตรวจสอบบัญชีเลย ซึ่งไม่ถูก กฎหมายการบัญชียกเว้นเฉพาะการตรวจสอบโดย CPA แต่ประมวลรัษฎากรยังกำหนดให้ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินที่ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีตามมาตรา 3 สัตต ตรวจสอบและรับรองแล้ว ห้างขนาดเล็กจึงยังต้องมีผู้สอบบัญชีอยู่ดี เพียงแต่เลือก TA ได้ บทความนี้อธิบายว่าใครตรวจกิจการแบบไหนได้ แต่ละฝ่ายลงนามรับรองอะไร ตรวจใบอนุญาตอย่างไร และเจ้าของกิจการควรเตรียมอะไรก่อนผู้สอบบัญชีเข้าตรวจ
สรุปสั้นที่สุด: บริษัทจำกัด = ต้องใช้ CPA ทุกราย (พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11) · ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่ทุนจดทะเบียน ≤ 5 ล้าน สินทรัพย์รวม ≤ 30 ล้าน และ รายได้รวม ≤ 30 ล้านบาท = ใช้ TA หรือ CPA ก็ได้ · เกินข้อใดข้อหนึ่ง = ต้องใช้ CPA · ห้างขนาดเล็กไม่ต้องยื่นรายงาน CPA ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่ ยังต้องมีงบที่ TA หรือ CPA รับรอง เพื่อยื่น ภ.ง.ด.50 (ประมวลรัษฎากร มาตรา 69 และมาตรา 3 สัตต) · ตรวจสถานะ CPA ได้ที่สภาวิชาชีพบัญชี และตรวจสถานะ TA ได้ที่กรมสรรพากร
1. ใครตรวจสอบกิจการแบบไหนได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้องมี 2 ฉบับ และต้องอ่านคู่กัน
- พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 กำหนดว่างบการเงินต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เว้นแต่งบการเงินของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย ซึ่งมีทุน สินทรัพย์ หรือรายได้ไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวง ข้อยกเว้นนี้ใช้กับห้างหุ้นส่วนเท่านั้น ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับบริษัทจำกัด
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต กำหนดว่า เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี การตรวจสอบและรับรองบัญชีทำได้เฉพาะบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพากร และ มาตรา 69 กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นแบบภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี พร้อมงบการเงินที่บุคคลตามมาตรา 3 สัตต ตรวจสอบและรับรองแล้ว
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองบัญชี (ลงวันที่ 12 มีนาคม 2544) ข้อ 4 จึงกำหนดว่า "ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี" ตามมาตรา 3 สัตต มี 2 กลุ่ม
- ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ให้ถือว่าได้รับอนุญาตจากอธิบดีให้ตรวจสอบและรับรองบัญชีของ บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
- ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ที่ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี ตรวจสอบและรับรองบัญชีได้ เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องให้ CPA ตรวจสอบตามกฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ.การบัญชี
| ประเภทกิจการ | ต้องใช้ใคร | หลักกฎหมาย |
|---|---|---|
| บริษัทจำกัด (ทุกขนาด) | CPA เท่านั้น | พ.ร.บ.การบัญชี ม.11 · ประกาศอธิบดีฯ ข้อ 4.1 |
| บริษัทมหาชนจำกัด | CPA เท่านั้น | พ.ร.บ.การบัญชี ม.11 |
| ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ทุน ≤ 5 ล้าน สินทรัพย์ ≤ 30 ล้าน รายได้ ≤ 30 ล้าน (ครบทุกข้อ) | TA หรือ CPA ก็ได้ | กฎกระทรวง พ.ศ. 2544 · ประกาศอธิบดีฯ ข้อ 4.2 |
| ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่เกินเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง | CPA เท่านั้น | พ.ร.บ.การบัญชี ม.11 |
| ห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กที่แจ้งเลิกกิจการ (งบเลิกกิจการ) | CPA (TA ไม่มีสิทธิรับรองงบที่แจ้งเลิก) | กรมสรรพากร: สิทธิของผู้สอบบัญชีภาษีอากร |
แถวสุดท้ายเป็นจุดที่คนมักพลาด กรมสรรพากรระบุไว้ว่า ห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กที่แจ้งเลิกกิจการ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรไม่มีสิทธิตรวจสอบและรับรองงบการเงินที่แจ้งเลิก ห้างที่ใช้ TA มาตลอดจึงต้องหา CPA เมื่อถึงขั้นเลิกกิจการ ควรวางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่ตัดสินใจปิดกิจการ
2. เกณฑ์ 5 ล้าน / 30 ล้าน / 30 ล้าน อ่านอย่างไร
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) อธิบายไว้ในคู่มือการยื่นงบการเงินว่า ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ในรอบปีบัญชีที่จัดทำงบการเงิน มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้รับยกเว้นไม่ต้องให้ CPA ตรวจสอบ แต่ ถ้ามีรายการใดรายการหนึ่งเกินกว่าที่กำหนด งบการเงินต้องให้ CPA ตรวจสอบ
ตัวบทกฎกระทรวง พ.ศ. 2544 ข้อ 1 เขียนไว้ว่า "ทุน" "สินทรัพย์รวม" และ "รายได้รวม" โดยไม่ได้ขยายความเพิ่มว่าทุนคือทุนจดทะเบียนหรือทุนที่ชำระแล้ว หรือรายได้รวมรวมรายได้อื่นหรือไม่ บทความนี้ใช้ถ้อยคำ "ทุนจดทะเบียน" ตามคู่มือของ DBD ห้างที่ตัวเลขใดอยู่ใกล้เส้น ควรให้ผู้สอบบัญชียืนยันวิธีนับก่อนตัดสินใจ
หลักที่ต้องจำมี 3 ข้อ
- ต้องไม่เกินครบทั้ง 3 รายการ ไม่ใช่เลือกดูรายการใดรายการหนึ่ง
- ดูตัวเลขของรอบปีบัญชีที่กำลังตรวจสอบ ปีที่แล้วใช้ TA ได้ ไม่ได้แปลว่าปีนี้ใช้ได้ ถ้าปีนี้รายได้โตเกิน 30 ล้านบาท ต้องเปลี่ยนเป็น CPA สำหรับงบปีนี้
- "ไม่เกิน" รวมตัวเลขที่เท่ากับเกณฑ์พอดี รายได้รวม 30,000,000 บาทพอดีจึงยังอยู่ในเกณฑ์
ตัวอย่าง: กิจการ 5 รายนี้ต้องใช้ใคร
ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบความเข้าใจ
| กิจการ | ทุนจดทะเบียน | สินทรัพย์รวม ณ วันปิดบัญชี | รายได้รวมทั้งปี | ผล |
|---|---|---|---|---|
| หจก. ก | 2,000,000 | 12,000,000 | 28,500,000 | อยู่ในเกณฑ์ทุกข้อ ใช้ TA หรือ CPA ได้ |
| หจก. ข | 6,000,000 | 10,000,000 | 15,000,000 | ทุนเกิน 5 ล้าน ต้องใช้ CPA |
| หจก. ค | 1,000,000 | 31,000,000 | 20,000,000 | สินทรัพย์เกิน 30 ล้าน ต้องใช้ CPA |
| หจก. ง | 1,000,000 | 9,000,000 | 30,000,000 | รายได้เท่ากับเกณฑ์พอดี ยังไม่เกิน ใช้ TA หรือ CPA ได้ |
| บจก. จ | 1,000,000 | 2,000,000 | 1,500,000 | เป็นบริษัทจำกัด ต้องใช้ CPA เสมอ |
ข้อสังเกตจากตาราง
- หจก. ข มีรายได้และสินทรัพย์น้อย แต่ทุนจดทะเบียน 6 ล้านบาททำให้หลุดเกณฑ์ทันที ห้างที่จดทุนสูงไว้เพื่อความน่าเชื่อถือ ควรรู้ว่าทุนเป็นหนึ่งในเกณฑ์ด้วย
- หจก. ค สินทรัพย์เกินเพราะซื้ออาคารหรือรถหลายคันด้วยเงินกู้ สินทรัพย์รวมนับมูลค่าตามงบทั้งหมด ไม่ได้หักหนี้ที่กู้มาซื้อ
- หจก. ง อยู่บนเส้นพอดี ถ้าปีหน้ารายได้เพิ่มเพียงเล็กน้อยก็ต้องเปลี่ยนเป็น CPA ควรประมาณการรายได้ทั้งปีตั้งแต่กลางปี และคุยกับผู้สอบบัญชีล่วงหน้า
ข้อเข้าใจผิด: "หจก. เล็กไม่ต้องตรวจสอบบัญชี"
ข้อยกเว้นตาม พ.ร.บ.การบัญชี ทำให้ห้างขนาดเล็ก ไม่ต้องยื่นรายงานผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ประกอบงบการเงินที่ส่ง DBD (คู่มือ DBD ระบุว่าห้างกลุ่มนี้ไม่ต้องระบุชื่อ CPA ในแบบ ส.บช.3) แต่ในด้านภาษี ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทุกแห่งยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินที่บุคคลตามมาตรา 3 สัตต ตรวจสอบและรับรองแล้ว (ประมวลรัษฎากร มาตรา 69) สำหรับห้างขนาดเล็ก บุคคลนั้นคือ TA หรือ CPA ที่รับงานตรวจสอบห้างขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
ดังนั้น "หจก. ไม่ต้องใช้ CPA" ถูกต้องเฉพาะห้างที่อยู่ในเกณฑ์ แต่ "หจก. ไม่ต้องมีผู้สอบบัญชี" ไม่ถูกต้อง
3. TA กับ CPA ต่างกันอย่างไร
กรมสรรพากรสรุปความแตกต่างไว้ 4 ด้าน คือ การขึ้นทะเบียน สิทธิในการปฏิบัติงาน หลักเกณฑ์ในการปฏิบัติงาน และการรายงาน ตารางนี้รวมข้อมูลจากหน้าเว็บนั้นกับคำสั่งกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้อง
| หัวข้อ | ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) | ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) |
|---|---|---|
| ผู้ออกใบอนุญาต | อธิบดีกรมสรรพากร ตามคำสั่ง ท.ป.98/2544 | สภาวิชาชีพบัญชี ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 |
| กิจการที่ตรวจได้ | เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก (ทุน ≤ 5 ล้าน สินทรัพย์ ≤ 30 ล้าน รายได้ ≤ 30 ล้าน) | บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทุกขนาด |
| มาตรฐานการปฏิบัติงาน | หลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด ตามคำสั่ง ท.ป.122/2545 | มาตรฐานที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด (ถ้า CPA ตรวจห้างขนาดเล็ก ให้ทำตามหลักเกณฑ์ของอธิบดีเช่นเดียวกับ TA) |
| รายงานที่ลงนาม | "รายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี" ตามแบบที่อธิบดีกำหนด | "รายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต" (กรณีตรวจห้างขนาดเล็ก ใช้แบบรายงานของกรมสรรพากรเช่นเดียวกับ TA) |
| คุณสมบัติขั้นต้น | ปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่า อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ผ่านการทดสอบวิชาการบัญชี การสอบบัญชี และกฎหมายภาษีกับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน | ตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด |
| อายุใบอนุญาตและการอบรม | ใบอนุญาตมีอายุ 5 ปี ต้องอบรมกฎหมายภาษีและความรู้ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี | ตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด |
| ใช้ยื่นอะไรได้ | ภ.ง.ด.50 ของห้างขนาดเล็ก (DBD ไม่ต้องการรายงาน CPA สำหรับห้างกลุ่มนี้) | ภ.ง.ด.50 และงบการเงินที่ยื่น DBD ของทุกกิจการ |
สรุปเป็นภาษาง่าย ๆ คือ CPA ทำได้ทุกงานที่ TA ทำได้ แต่ TA ทำได้เพียงส่วนเดียวของงาน CPA ห้างขนาดเล็กจึงเลือกได้ทั้งสองแบบ ส่วนบริษัทจำกัดไม่มีทางเลือก
ทำไม TA เน้นเรื่องภาษี
คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.122/2545 ข้อ 2.1.3 กำหนดให้ TA เน้นทดสอบว่างบการเงินและบัญชีถูกต้องตรงตามเอกสารประกอบการลงบัญชี บันทึกตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป และตรวจความถูกต้องในส่วนที่เป็นสาระสำคัญทางด้านภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร และข้อ 2.1.4 กำหนดให้ TA ต้องตรวจสอบการปรับปรุงกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิทางบัญชีให้เป็นกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษี รวมถึงตรวจบัญชีพิเศษที่ประมวลรัษฎากรกำหนด
งานของ TA จึงผูกกับคำถามว่า "ห้างเสียภาษีถูกต้องหรือไม่" โดยตรง ขณะที่งานตรวจสอบของ CPA ตามมาตรฐานการสอบบัญชีมุ่งแสดงความเห็นว่างบการเงินแสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานโดยถูกต้องตามที่ควรหรือไม่ ทั้งสองแบบใช้ยื่น ภ.ง.ด.50 ได้ แต่จุดเน้นของรายงานต่างกัน
4. ผู้สอบบัญชีลงนามรับรองอะไร และรายงานปรับปรุงทางภาษีคืออะไร
4.1 รายงานของ TA: 5 เรื่องที่ต้องรายงาน
ตามคำสั่ง ท.ป.122/2545 ข้อ 3 (แบบรายงานแก้ไขโดยคำสั่ง ท.ป.147/2548 และ ท.ป.194/2555) TA ต้องจัดทำรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีตามแบบที่อธิบดีกำหนด และสรุปผลการตรวจของแต่ละรายเพื่อแนบกับงบการเงิน กรมสรรพากรสรุปเนื้อหาไว้ 5 ข้อ
- งบการเงินแสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ตรงกับสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี หรือไม่ อย่างไร
- งบการเงินจัดทำ ตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปหรือมาตรฐานการบัญชี ตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร
- เอกสารประกอบการลงบัญชี เกี่ยวข้องกับรายการที่เกิดขึ้นจริง ถูกต้อง เชื่อถือได้ และเกี่ยวข้องกับกิจการ หรือไม่ อย่างไร
- กิจการ ปรับปรุงกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิทางบัญชีให้เป็นกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษี ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ อย่างไร
- เรื่องอื่นที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งไม่อยู่ในข้อ 1–4
ข้อ 4 คือสิ่งที่มักเรียกกันว่า "รายงานการปรับปรุงทางภาษี" กล่าวคือ TA ต้องรายงานว่าห้างได้บวกกลับรายจ่ายต้องห้าม และปรับรายการที่บัญชีกับภาษีรับรู้ต่างกันแล้วหรือยัง ไม่ได้รับรองเพียงว่าตัวเลขในงบตรงกับสมุดบัญชี
นอกจากนี้ ท.ป.122/2545 ข้อ 2.1.5 กำหนดว่า ถ้า TA พบว่าห้างมีพฤติการณ์ทำเอกสารหรือบันทึกบัญชีที่น่าจะไม่ตรงกับความจริง และอาจทำให้ไม่ต้องเสียภาษีหรือเสียน้อยกว่าที่ควร TA ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงและแจ้งพฤติการณ์ไว้ในรายงาน ที่ตนลงลายมือชื่อ
4.2 รายงานของ CPA สำหรับบริษัท
CPA ที่ตรวจบริษัทจำกัดลงนามใน "รายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต" ซึ่งแนบไปกับงบการเงินทั้งชุดที่ยื่น DBD และ ภ.ง.ด.50 ประกาศอธิบดีฯ ข้อ 5.1 ให้ CPA ปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายเกี่ยวกับการสอบบัญชี และข้อ 7 กำหนดให้ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี (ทั้ง CPA และ TA) ที่พบว่ากิจการทำหรือละเว้นการทำเอกสาร หรือลงบัญชีไม่ตรงกับความจริงจนอาจไม่ต้องเสียภาษีหรือเสียน้อยกว่าที่ควรเสียอย่างมีสาระสำคัญ ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงในแบบแจ้งข้อความที่อธิบดีกำหนด
4.3 การทดสอบ "แบบแจ้งข้อความ" ใน ภ.ง.ด.50
ประกาศอธิบดีฯ ข้อ 7 วรรคสอง กำหนดว่าเมื่อกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการแจ้งข้อความเกี่ยวกับกิจการตามแบบที่อธิบดีกำหนดเพื่อยื่นพร้อม ภ.ง.ด.50 ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีต้องทดสอบรายการนั้นด้วย กรมสรรพากรสรุปเรื่องที่ต้องทดสอบไว้ 5 ข้อ
| ข้อ | เรื่องที่ผู้สอบบัญชีทดสอบ |
|---|---|
| 1 | ขายสินค้า บริการ หรือทรัพย์สิน ให้กู้ยืมเงิน หรือให้เช่าทรัพย์สิน โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือต่ำกว่าราคาตลาด อย่างมีสาระสำคัญหรือไม่ |
| 2 | ซื้อทรัพย์สินหรือจ่ายค่าบริการ ในราคาที่เกินปกติ อย่างมีสาระสำคัญหรือไม่ |
| 3 | ตั้ง เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ที่ไม่มีตัวตน หรือมีตัวตนแต่จำนวนเกินความจริงหรือไม่ |
| 4 | ขาดทุนสุทธิติดต่อกันเกิน 3 รอบระยะเวลาบัญชี แต่มีการขยายกิจการหรือไม่ |
| 5 | หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่ง ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ |
ทั้ง 5 ข้อเป็นเรื่องที่เจ้าของกิจการควรตอบได้ก่อนผู้สอบบัญชีถาม เช่น ให้กรรมการหรือหุ้นส่วนกู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย ซื้อของจากบริษัทในเครือแพงกว่าราคาทั่วไป หรือมียอดเจ้าหนี้ค้างนานโดยไม่มีหลักฐาน
4.4 ตัวอย่าง: ปรับกำไรทางบัญชีเป็นกำไรเพื่อเสียภาษี
สมมติ หจก. ก ในตัวอย่างข้อ 2 มีกำไรสุทธิทางบัญชี 600,000 บาท และในบัญชีค่าใช้จ่ายมีรายการเหล่านี้ (ตัวเลขสมมติ)
| รายการ | บาท | หลักกฎหมาย |
|---|---|---|
| กำไรสุทธิตามงบการเงิน | 600,000 | |
| บวก เบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากการยื่น ภ.พ.30 ล่าช้า ที่บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย | 12,000 | ประมวลรัษฎากร ม.65 ตรี (6) |
| บวก ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีหลักฐานว่าจ่ายให้ใคร | 30,000 | ม.65 ตรี (18) |
| บวก ค่ารับรองส่วนที่เกินหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวง | 8,000 | ม.65 ตรี (4) |
| กำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี | 650,000 |
ภาษีเงินได้นิติบุคคลคำนวณจาก 650,000 บาท ไม่ใช่ 600,000 บาท ตามข้อ 4 ของแบบรายงาน TA ต้องรายงานว่าห้างปรับปรุงรายการเหล่านี้แล้วหรือยัง ถ้าห้างไม่ปรับ หรือปรับไม่ครบในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ TA ต้องระบุไว้ในรายงาน ซึ่งกรมสรรพากรอ่านได้เมื่อห้างยื่น ภ.ง.ด.50 อ่านเรื่องการบวกกลับและหักออกเพิ่มเติมได้ที่ การกระทบยอดรายได้ทางบัญชีและภาษี: บวกกลับ/หักออก ใน ภ.ง.ด.50
5. ตรวจใบอนุญาตผู้สอบบัญชีอย่างไร
ก่อนว่าจ้าง ควรตรวจว่าผู้สอบบัญชียังมีสิทธิลงลายมือชื่อในปีที่จะตรวจ ใช้เวลาไม่กี่นาที และป้องกันปัญหางบถูกตีกลับหรือใช้ยื่นภาษีไม่ได้
| ตรวจอะไร | ที่ไหน | ต้องกรอก | ดูอะไร |
|---|---|---|---|
| CPA | ระบบตรวจสอบสถานะใบอนุญาตผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สภาวิชาชีพบัญชี (eservice.tfac.or.th/check_cpa) | ชื่อ นามสกุล (ไม่ต้องใส่คำนำหน้า) และเลขทะเบียน | สถานะใบอนุญาต |
| TA | ระบบตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชีภาษีอากร กรมสรรพากร (rdtaxaudit.rd.go.th) | ชื่อ นามสกุล และเลขทะเบียน | สถานะ และรายชื่อผู้สอบบัญชีภาษีอากรที่มีสิทธิลงลายมือชื่อ |
ทั้งสองระบบระบุว่าข้อมูลเป็นข้อมูล ณ วันที่ที่แสดงบนหน้าเว็บ และใช้อ้างอิงทางกฎหมายไม่ได้ ถ้าสงสัย ให้ติดต่อส่วนงานทะเบียนของหน่วยงานนั้นโดยตรง
สิ่งที่ควรถามผู้สอบบัญชีเพิ่ม
- เลขทะเบียนและชื่อจริง ตรงกับที่จะลงนามในรายงานหรือไม่ ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีลงนามในรายงานของกิจการที่ตนไม่ได้ตรวจสอบหรือควบคุมการตรวจสอบไม่ได้ (ท.ป.123/2545 ข้อ 2.2.3)
- สำหรับ TA: ได้แจ้งชื่อห้างของเราใน แบบ บภ.07 แล้วหรือยัง คำสั่ง ท.ป.122/2545 ข้อ 2.2 (แก้ไขโดย ท.ป.147/2548) กำหนดให้ TA แจ้งจำนวนและรายชื่อห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตนจะลงลายมือชื่อรับรองต่ออธิบดี ภายในวันที่ 30 มิถุนายนของทุกปี พร้อมแนบหนังสือตอบรับงาน ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง ต้องแจ้งด้วยแบบ บภ.08 ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป และต้องแจ้งก่อนวันลงนามรับรอง ห้างที่ตกลงจ้าง TA ช้าจึงควรถามเรื่องนี้ให้ชัด
- สำหรับ CPA: ได้แจ้งรายชื่อกิจการต่อสภาวิชาชีพบัญชีแล้วหรือยัง คู่มือ DBD ระบุว่าชื่อ CPA ในแบบ ส.บช.3 ต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่แจ้งรายชื่อธุรกิจต่อสภาวิชาชีพบัญชีว่าได้ตกลงเป็นผู้สอบบัญชีให้กิจการแล้ว
- กิจการของเราอยู่ในเกณฑ์ที่ TA ตรวจได้จริงหรือไม่ ถ้าตัวเลขใกล้ 30 ล้านบาท ให้ผู้สอบบัญชียืนยันจากงบทดลองก่อนเริ่มงาน
6. ค่าสอบบัญชีของ TA กับ CPA ต่างกันในลักษณะใด
บทความนี้ไม่ระบุตัวเลขค่าธรรมเนียม เพราะขึ้นกับขนาดและความซับซ้อนของแต่ละกิจการ แต่ลักษณะงานที่ต่างกันทำให้ต้นทุนของงานต่างกัน ดังนี้
- ขอบเขตงานต่างกัน CPA ปฏิบัติงานตามมาตรฐานการสอบบัญชีของสภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งรวมการประเมินความเสี่ยง การทดสอบระบบควบคุมภายในเท่าที่จำเป็น และการแสดงความเห็นต่องบการเงินทั้งชุด ส่วน TA ปฏิบัติงานตามแนวทางของกรมสรรพากรที่เน้นความถูกต้องของบัญชีกับเอกสารและประเด็นภาษี
- ปัจจัยที่ทำให้งานมากหรือน้อย ใช้ได้กับทั้งสองแบบ เช่น จำนวนรายการต่อเดือน มีสินค้าคงเหลือหรือไม่ มีงานระหว่างก่อสร้าง มีรายการกับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ความเรียบร้อยของเอกสาร และเป็นปีแรกที่ตรวจหรือไม่
- ห้ามคิดค่าธรรมเนียมเป็นสัดส่วนของยอดเงิน คำสั่ง ท.ป.123/2545 ข้อ 2.5.5 ห้ามผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีกำหนดค่าธรรมเนียมโดยถือเอาอัตราสูงต่ำตามยอดเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่ตนตรวจสอบ ใบเสนอราคาจึงควรอธิบายจากขอบเขตงาน ไม่ใช่จาก "เปอร์เซ็นต์ของรายได้"
- ค่าธรรมเนียมต่ำผิดปกติเป็นสัญญาณเตือน ถ้าผู้เสนอราคาบอกว่าไม่ต้องดูเอกสารหรือ "เซ็นให้ได้เลย" ให้ระวัง เพราะผู้ตรวจสอบต้องปฏิบัติงานตรวจสอบจริงก่อนลงนาม (ท.ป.123/2545 ข้อ 2.2.3) และห้ามโฆษณาว่าจะช่วยให้เสียภาษีน้อยกว่าความเป็นจริง (ข้อ 2.5.2)
จำนวนงานต่อผู้สอบบัญชีมีเพดานตั้งแต่ปี 2570
คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.368/2569 แก้ไขจรรยาบรรณใน ท.ป.123/2545 ข้อ 2.2.2 ให้ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี ตรวจสอบและรับรองบัญชีได้ไม่เกิน 300 รายต่อปี ผู้ที่รับเกิน 30 รายต่อปีต้องมีผู้ช่วยที่จบปริญญาตรีสาขาบัญชี และผู้ช่วย 1 คนทำงานได้สูงสุด 15 ราย เพดานนี้ใช้กับการตรวจสอบและรับรองบัญชีตามมาตรา 3 สัตต ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570
คำสั่งนี้ใช้ถ้อยคำว่า "ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี" ซึ่งตามประกาศอธิบดีฯ ข้อ 4 หมายถึงทั้ง TA และ CPA ที่ตรวจสอบและรับรองบัญชีเพื่อยื่นภาษีตามมาตรา 3 สัตต แต่คำสั่งไม่ได้ระบุชัดว่าจะนับงานสอบบัญชีของ CPA ที่ไม่เกี่ยวกับการยื่นภาษี (เช่น งบที่ใช้ยื่น DBD) รวมด้วยหรือไม่ ควรสอบถามผู้สอบบัญชีของท่านถึงวิธีนับ
ผลในทางปฏิบัติคือผู้สอบบัญชีที่รับงานจำนวนมากจะรับลูกค้าใหม่ได้น้อยลง เจ้าของกิจการควรตกลงผู้สอบบัญชีของรอบปี 2570 ไว้แต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะห้างที่ใช้ TA ซึ่งต้องอยู่ในรายชื่อ บภ.07 ภายใน 30 มิถุนายน
7. กำหนดเวลาที่เกี่ยวข้องกับงบที่ตรวจสอบแล้ว
| กิจการ | ยื่นงบต่อ DBD | ยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบที่ตรวจสอบแล้ว |
|---|---|---|
| ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน | ภายใน 5 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี (ห้างขนาดเล็กไม่ต้องแนบรายงาน CPA) | ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี (ประมวลรัษฎากร ม.69) |
| บริษัทจำกัด | นำงบที่ CPA ตรวจแล้วเข้าที่ประชุมใหญ่ภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี และยื่นต่อนายทะเบียนภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมอนุมัติ | ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี (ม.69) |
ผู้สอบบัญชีต้องได้รับข้อมูลครบก่อนกำหนดเหล่านี้หลายสัปดาห์ งบที่ปิดช้าคือสาเหตุหลักที่ทำให้ยื่นไม่ทัน ดูกำหนดเวลาและค่าปรับทั้งหมดได้ที่ กำหนดเวลาและค่าปรับยื่นงบการเงิน + ภาษีนิติบุคคล
8. เจ้าของกิจการควรเตรียมอะไรก่อนผู้สอบบัญชีเข้าตรวจ
ไม่ว่าจะใช้ TA หรือ CPA เอกสารชุดหลักเหมือนกัน การเตรียมให้ครบตั้งแต่ต้นช่วยให้งานเสร็จเร็วและลดข้อสังเกตในรายงาน
เช็กลิสต์ก่อนการตรวจสอบ
- งบทดลองและสมุดบัญชีแยกประเภท ณ วันปิดบัญชี ที่ปิดงวดเรียบร้อยแล้ว
- Statement ธนาคารทุกบัญชีครบ 12 เดือน พร้อมงบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร ณ วันปิดบัญชี
- รายละเอียดลูกหนี้และเจ้าหนี้ แยกรายตัวพร้อมอายุหนี้ และหลักฐานของยอดที่ค้างนาน (เกี่ยวกับการทดสอบข้อ 3 ในแบบแจ้งข้อความ)
- ผลการตรวจนับสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นปี และรายงานสินค้าคงเหลือ (ถ้ามีสินค้า ควรนัดผู้สอบบัญชีร่วมสังเกตการตรวจนับ)
- ทะเบียนทรัพย์สินและตารางค่าเสื่อมราคา พร้อมเอกสารซื้อ-ขายทรัพย์สินระหว่างปี
- แบบ ภ.พ.30 ทั้ง 12 เดือน รายงานภาษีขายและภาษีซื้อ (ถ้าจด VAT)
- แบบ ภ.ง.ด.1, 3, 53 และใบเสร็จนำส่ง ทุกเดือน เพื่อให้ตอบการทดสอบข้อ 5 เรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ได้รับ เพื่อนำมาเครดิตใน ภ.ง.ด.50
- ภ.ง.ด.51 และหลักฐานการชำระ
- สัญญาสำคัญ เช่น สัญญาเงินกู้ สัญญาเช่า สัญญาเช่าซื้อ สัญญากับลูกค้ารายใหญ่
- รายการกับผู้เกี่ยวข้อง เช่น เงินกู้ยืมจากหรือให้หุ้นส่วนและกรรมการ ราคาซื้อขายกับกิจการในเครือ (การทดสอบข้อ 1 และ 2)
- หนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับปัจจุบัน และรายงานการประชุมที่เกี่ยวกับเรื่องสำคัญของปี
- ร่างการปรับปรุงกำไรทางภาษี รายการที่ผู้ทำบัญชีบวกกลับหรือหักออก พร้อมเหตุผล
ข้อควรรู้เพิ่มเติม
- ผู้สอบบัญชีกับผู้ทำบัญชีควรเป็นคนละคน คำสั่ง ท.ป.123/2545 ข้อ 2.1.1 ห้ามรับตรวจกิจการที่ตนขาดความเป็นอิสระ และข้อ 2.1.8 ห้ามรับรองบัญชีที่ตนจัดทำขึ้นเองเพื่อเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี ในทางปฏิบัติ สำนักงานบัญชีที่ทำบัญชีให้ ควรแยกผู้สอบบัญชีอิสระออกมาต่างหาก
- ผู้สอบบัญชีต้องเก็บกระดาษทำการ (ท.ป.122/2545 ข้อ 2.1.2) จึงอาจขอสำเนาเอกสารสำคัญเก็บไว้ ไม่ได้ดูผ่าน ๆ แล้วคืน
- ตอบคำถามของผู้สอบบัญชีเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะเรื่องในแบบแจ้งข้อความทั้ง 5 ข้อ คำตอบเหล่านี้จะกลายเป็นข้อมูลที่ยื่นต่อกรมสรรพากร
9. ควรจดทะเบียนเป็น หจก. เพราะใช้ TA ได้หรือไม่
ข้อดีของการใช้ TA ได้ เป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัย การเลือกระหว่างห้างหุ้นส่วนกับบริษัทต้องดูเรื่องความรับผิดของหุ้นส่วน ความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้าและสถาบันการเงิน แผนรับผู้ร่วมทุน และขนาดธุรกิจในอนาคตด้วย ถ้าคาดว่ารายได้จะเกิน 30 ล้านบาทใน 1–2 ปี ข้อได้เปรียบเรื่อง TA จะหมดไปเร็ว อ่านการเปรียบเทียบได้ที่ บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน คณะบุคคล หจก. บริษัท ต่างกันอย่างไร (ภาษี + ความรับผิด)
ต้องการผู้สอบบัญชีปิดงบให้ทันกำหนด?
รับตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ค่าสอบบัญชีเริ่มต้น 4,500 บาท/ปี ตามช่วงรายได้ ประกาศราคาชัดเจน · ทัก LINE ประเมินฟรี
คำถามที่พบบ่อย
1. บริษัทจำกัดที่ยังไม่มีรายได้เลย ต้องมี CPA ไหม
ต้องมี พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 11 ยกเว้นการตรวจสอบโดย CPA ให้เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับบริษัทจำกัด ไม่ว่าจะมีรายได้หรือไม่ บริษัทที่ไม่มีรายการเคลื่อนไหวยังต้องปิดงบ ให้ CPA ตรวจสอบ และยื่นทั้ง DBD และ ภ.ง.ด.50
2. หจก. เล็กจ้าง CPA แทน TA ได้ไหม
ได้ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรให้ CPA ตรวจสอบและรับรองบัญชีได้ทั้งบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เมื่อ CPA ตรวจห้างขนาดเล็ก ต้องทำตามหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานและการรายงานที่อธิบดีกำหนดเช่นเดียวกับ TA ห้างที่คาดว่าจะเติบโตเกินเกณฑ์ในไม่ช้า อาจเลือก CPA ตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องเปลี่ยนผู้สอบบัญชีกลางทาง
3. ปีนี้รายได้เกิน 30 ล้านบาทเป็นครั้งแรก ต้องทำอย่างไร
ต้องให้ CPA ตรวจสอบงบของปีนี้ เกณฑ์ดูจากตัวเลขของรอบปีบัญชีที่จัดทำงบการเงิน ไม่ใช่ปีก่อน ควรแจ้งผู้สอบบัญชีตั้งแต่เห็นแนวโน้มกลางปี เพราะงานตรวจสอบของ CPA ต้องวางแผนล่วงหน้า และ CPA บางรายต้องสังเกตการตรวจนับสินค้า ณ วันสิ้นปี
4. TA ตรวจงบเลิกกิจการของ หจก. ได้ไหม
ไม่ได้ กรมสรรพากรระบุว่ากรณีห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กแจ้งเลิกกิจการ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรไม่มีสิทธิตรวจสอบและรับรองงบการเงินที่แจ้งเลิก ห้างที่กำลังจะปิดกิจการจึงต้องหา CPA มาตรวจสอบงบการเงินที่แจ้งเลิก ส่วนงบในช่วงชำระบัญชีที่ตามมา หน้าเว็บของกรมสรรพากรไม่ได้พูดถึง ควรสอบถามกรมสรรพากรหรือผู้สอบบัญชีก่อน
5. จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้สอบบัญชีที่จ้างมีใบอนุญาตจริง
ตรวจได้ฟรีทางออนไลน์ CPA ตรวจที่ระบบตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชีของสภาวิชาชีพบัญชี ส่วน TA ตรวจที่ระบบตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชีภาษีอากรของกรมสรรพากร ทั้งสองระบบต้องกรอกชื่อ นามสกุล และเลขทะเบียนให้ตรงกัน ถ้าผู้สอบบัญชีไม่ยอมบอกเลขทะเบียน ไม่ควรจ้าง
6. ผู้ทำบัญชีของห้างเป็น TA ด้วย ให้คนเดียวกันตรวจได้ไหม
ไม่ควร จรรยาบรรณตามคำสั่ง ท.ป.123/2545 ห้ามรับตรวจกิจการที่ตนขาดความเป็นอิสระ และห้ามรับรองบัญชีที่ตนจัดทำเองเพื่อเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี การตรวจงานของตัวเองยังทำให้การตรวจสอบเสียประโยชน์ เพราะไม่มีใครเห็นข้อผิดพลาดจากมุมมองอิสระ ควรแยกผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชีให้เป็นคนละคน
7. รายงานของ TA ต่างจากรายงานของ CPA ตรงไหนในมุมของกรมสรรพากร
รายงานของ TA ต้องตอบตรง ๆ ว่ากิจการปรับปรุงกำไรทางบัญชีเป็นกำไรเพื่อเสียภาษีแล้วหรือไม่ และเอกสารประกอบการลงบัญชีเกี่ยวกับรายการจริงหรือไม่ ส่วนรายงานของ CPA แสดงความเห็นต่องบการเงินตามมาตรฐานการสอบบัญชี ทั้งสองฝ่ายต้องทดสอบรายการในแบบแจ้งข้อความที่ยื่นพร้อม ภ.ง.ด.50 และต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงหากพบการลงบัญชีที่ทำให้เสียภาษีน้อยกว่าที่ควร
ให้ Tawan Consultant ช่วยดูแลเรื่องนี้
ทีมงานของ ตะวัน คอนซัลแทนท์ (Tawan Consultant) ช่วยตรวจว่ากิจการของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ TA ได้หรือต้องใช้ CPA เตรียมงบทดลองและเอกสารก่อนการตรวจสอบ จัดทำร่างการปรับปรุงกำไรทางภาษี และประสานงานการตรวจสอบบัญชีให้ทันกำหนดยื่นงบต่อ DBD และ ภ.ง.ด.50 ดูรายละเอียดได้ที่ บริการตรวจสอบบัญชี
- โทร: 096-692-2528
- LINE: @962iwlqe
- ที่อยู่: 34 ซอยเพชรเกษม 28 แยก 16 แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
- เวลาทำการ: จันทร์–ศุกร์ 8:30–17:30
- เว็บไซต์: www.tawanconsultant.com
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ กฎหมายและแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิง
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต (การตรวจสอบและรับรองบัญชีโดยบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5951.html
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (4) (6) (18) และมาตรา 69 (ยื่นแบบภายใน 150 วัน พร้อมงบที่บุคคลตามมาตรา 3 สัตต ตรวจสอบและรับรอง) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5939.html
- ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองบัญชี เรื่อง กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองบัญชีตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 มีนาคม 2544 (แก้ไขโดยฉบับที่ 2) ข้อ 3, 4, 5, 7 https://www.rd.go.th/2650.html
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.98/2544 (แก้ไขโดย ท.ป.146/2548, ท.ป.263/2559 และ ท.ป.356/2567) ข้อ 1, 2, 3.3, 4, 5 (คุณสมบัติ การทดสอบ ใบอนุญาต 5 ปี การอบรม 12 ชั่วโมงต่อปี) https://www.rd.go.th/2695.html
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.122/2545 ข้อ 1, 2.1, 2.2, 3 (หลักเกณฑ์การปฏิบัติงานและการรายงานของผู้สอบบัญชีภาษีอากร) https://www.rd.go.th/11598.html
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.147/2548 (การแจ้งรายชื่อห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลภายใน 30 มิถุนายน และแบบรายงาน) https://www.rd.go.th/25882.html
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.194/2555 (แบบรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี) https://www.rd.go.th/45987.html
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.123/2545 เรื่อง กำหนดจรรยาบรรณของผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี ข้อ 2.1.1, 2.1.8, 2.2.2, 2.2.3, 2.5.2, 2.5.5 https://www.rd.go.th/11600.html
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.368/2569 แก้ไขเพิ่มเติม ท.ป.123/2545 (เพดาน 300 รายต่อปี ใช้บังคับ 1 มกราคม 2570) https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/tp368A.pdf
- กรมสรรพากร: สิทธิของผู้สอบบัญชีภาษีอากร (เกณฑ์ทุน 5 ล้าน สินทรัพย์ 30 ล้าน รายได้ 30 ล้าน และกรณีแจ้งเลิกกิจการ) https://www.rd.go.th/25624.html
- กรมสรรพากร: ความแตกต่างระหว่างผู้สอบบัญชีภาษีอากรและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต https://www.rd.go.th/25631.html
- กรมสรรพากร: การรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี (ท.ป.122/2545 แก้ไขโดย ท.ป.194/2555) https://www.rd.go.th/25628.html
- กรมสรรพากร: การทดสอบรายการตามแบบแจ้งข้อความใน ภ.ง.ด.50 https://www.rd.go.th/25627.html
- พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 และกฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้นไม่ต้องจัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. 2544 (รวมกฎหมายการบัญชี) https://www.dip.go.th/uploadcontent/boom_LAW/GNB_022.pdf
- คู่มือการยื่นงบการเงินและสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (กำหนดเวลายื่นงบ และห้างหุ้นส่วนที่ได้รับยกเว้นรายงาน CPA) https://www.dbd.go.th/data-storage/attachment/10a7ab64d6162d775b5483c410.pdf
- ระบบตรวจสอบสถานะผู้สอบบัญชีภาษีอากร กรมสรรพากร https://rdtaxaudit.rd.go.th/TaxAuditInternet/IRPT0110.action
- ระบบตรวจสอบสถานะใบอนุญาตผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สภาวิชาชีพบัญชี https://eservice.tfac.or.th/check_cpa/