การตัดหนี้สูญเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจ เพราะนอกจากช่วยให้งบการเงินสะท้อนความเป็นจริงแล้ว ยังใช้เป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ด้วย แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นจะถูกบวกกลับเป็นรายจ่ายต้องห้าม บทความนี้อธิบายหลักเกณฑ์และวิธีการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรง
โดย Attarot Teeraworawong — ตะวัน คอนซัลแทนท์
ฐานกฎหมาย: การจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้ต้องเป็นไปตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดว่าจะกระทำได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
คุณสมบัติของหนี้ที่ตัดเป็นหนี้สูญได้
- เป็นหนี้ที่เกิดจากการประกอบกิจการหรือเนื่องจากการประกอบกิจการ
- เป็นหนี้ที่ยังไม่ขาดอายุความ และมีหลักฐานชัดเจนที่สามารถฟ้องร้องลูกหนี้ได้
- ไม่ใช่หนี้ที่เกิดจากกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ (ทั้งในอดีตและปัจจุบัน)
หลักเกณฑ์การตัดหนี้สูญตามมูลค่าหนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) แบ่งหลักเกณฑ์การดำเนินการตามมูลค่าหนี้ค้างของลูกหนี้แต่ละราย โดยหนี้ยิ่งมีมูลค่าสูง ยิ่งต้องดำเนินการทางกฎหมายเข้มข้นขึ้น
กรณีหนี้ไม่เกิน 200,000 บาท
สำหรับหนี้รายเล็ก บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตัดเป็นหนี้สูญได้โดยไม่ต้องฟ้องคดี หากมีลักษณะครบดังนี้:
- เป็นหนี้จากการจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการ และได้นำไปรวมเป็นรายได้ในการคำนวณภาษีแล้ว
- ได้ติดตามทวงถามโดยมีหลักฐานการติดตามอย่างชัดแจ้ง แต่ไม่ได้รับชำระ
- ได้ดำเนินการตามสมควรจนถึงที่สุดเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แล้ว แต่ไม่ได้รับชำระ
กรณีหนี้เกิน 200,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท
ต้องดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มขึ้น โดยฟ้องคดีแพ่งและศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้อง หรือฟ้องคดีล้มละลายและศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้อง จึงจะตัดเป็นหนี้สูญได้
กรณีหนี้เกิน 2,000,000 บาท
เป็นหนี้รายใหญ่ที่มีเงื่อนไขเข้มงวดที่สุด ต้องดำเนินคดีจนได้คำบังคับคดีหรือถึงขั้นตอนการแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลาย ตามหลักเกณฑ์ที่กฎกระทรวงกำหนด
| หัวข้อ | ไม่เกิน 200,000 บาท | เกิน 200,000 ถึง 2,000,000 บาท | เกิน 2,000,000 บาท |
|---|---|---|---|
| การติดตามทวงถาม | เพียงพอแล้ว (มีหลักฐาน) | ทำได้ แต่ต้องมีการฟ้องคดีด้วย | ทำได้ แต่ต้องมีการฟ้องและบังคับคดี |
| การฟ้องคดีแพ่ง | ไม่จำเป็น | ศาลมีคำสั่งรับคำฟ้อง | ต้องมีคำบังคับคดี |
| การฟ้องคดีล้มละลาย | ไม่จำเป็น | ศาลมีคำสั่งรับคำฟ้อง | ต้องถึงขั้นแบ่งทรัพย์สิน/ปิดคดี |
ตัวอย่างกรณีศึกษา
กรณี: ลูกหนี้ค้างชำระ 1.5 ล้านบาท บริษัทได้ติดตามทวงถามหลายครั้งพร้อมหลักฐานการส่งจดหมายทวงถาม ต่อมาพบว่าลูกหนี้เสียชีวิตและไม่มีทรัพย์สิน เนื่องจากมูลหนี้อยู่ในช่วงเกิน 200,000 ถึง 2,000,000 บาท บริษัทต้องดำเนินการฟ้องคดีและศาลมีคำสั่งรับคำฟ้อง จึงจะตัดเป็นหนี้สูญได้ตามหลักเกณฑ์
ข้อควรระวัง
- ต้องเก็บหลักฐานการติดตามทวงถามหรือเอกสารการดำเนินคดีอย่างครบถ้วน
- ต้องจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้ภายในรอบระยะเวลาบัญชีที่เข้าเงื่อนไข และได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจ
- กรณีดำเนินการในต่างประเทศ ต้องมีการรับรองเอกสารตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
- หากตัดหนี้สูญไปแล้วได้รับชำระในภายหลัง ตามมาตรา 65 ทวิ (9) ให้นำจำนวนที่ได้รับชำระมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับชำระนั้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การตัดหนี้สูญอ้างอิงกฎหมายฉบับใด
อ้างอิงมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดให้การจำหน่ายหนี้สูญต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
หนี้มูลค่าเท่าใดจึงตัดได้โดยไม่ต้องฟ้องคดี
หนี้ที่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อลูกหนี้แต่ละราย สามารถตัดเป็นหนี้สูญได้โดยไม่ต้องฟ้องคดี หากมีการติดตามทวงถามและดำเนินการตามสมควรจนถึงที่สุดแล้ว แต่ไม่ได้รับชำระ
ตัดหนี้สูญไปแล้ว ต่อมาลูกหนี้จ่ายคืน ต้องทำอย่างไร
ตามมาตรา 65 ทวิ (9) ต้องนำจำนวนเงินที่ได้รับชำระคืนมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับชำระ
บทความที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิง
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (9)
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) ว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
เนื้อหาอ้างอิงประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ทวิ (9)) และกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) — ตรวจสอบล่าสุดที่ rd.go.th หรือโทร 1161