ถ้าคุณยื่น ภ.ง.ด.51 ไปแล้ว แต่เพิ่งเห็นว่าประมาณการกำไรต่ำเกินจริงมาก สิ่งที่ตัดสินผลคือเวลา ประมวลรัษฎากรไม่มีมาตราที่เขียนกำหนดเวลายื่น ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมไว้ตรง ๆ แต่ข้อหารือของกรมสรรพากรถือว่าเป็นสิทธิที่ทำได้ และฉบับเพิ่มเติมที่ยื่น เกินกำหนดเวลายื่น ภ.ง.ด.51 เดิม จะถูกมองเหมือนไม่ยื่นตามมาตรา 67 ทวิ (1) ต้องเสียเงินเพิ่ม 20% ตามมาตรา 67 ตรี ส่วนฉบับที่ยื่นทันกำหนด สำนักงานเห็นว่าเป็นการแก้ไขประมาณการภายในเวลา (อ่านเป็นความเห็นของสำนักงาน เพราะไม่พบข้อหารือที่ตอบตรง ๆ)
เงินเพิ่ม 20% จะไม่เกิดถ้าประมาณการที่ยื่นขาดไม่เกิน 25% ของกำไรสุทธิจริง หรือถ้าขาดเกิน 25% แต่ "มีเหตุอันสมควร" ซึ่งกรมสรรพากรกำหนดไว้ในคำสั่งที่ ป.50/2537 ข้อ 1 (แก้ไขโดย ป.152/2558) และยังมีทางขอลดเงินเพิ่มตามคำสั่ง ท.ป.81/2542 ข้อ 14–17 บทความนี้อธิบายทุกขั้นตอน พร้อมตัวอย่างตัวเลขและตารางตัดสินใจสำหรับบริษัทที่ปิดบัญชี 31 ธันวาคม
สรุปสั้นที่สุด: ภ.ง.ด.51 ต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับจากสิ้น 6 เดือนแรกของรอบบัญชี (บริษัทปิดบัญชี 31 ธ.ค. = ภายใน 31 ส.ค.) · ประมาณการขาดเกิน 25% ของกำไรสุทธิจริง โดยไม่มีเหตุอันสมควร = เงินเพิ่ม 20% (ม.67 ตรี) ของภาษีที่ชำระขาด · ถ้าจะแก้ประมาณการ ให้ยื่นเพิ่มเติมก่อนครบกำหนด เพราะฉบับที่เกินกำหนดถูกมองเป็นไม่ยื่น · เหตุอันสมควรตามคำสั่ง ป.50/2537 คือจ่ายภาษีครึ่งปีไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีปีก่อน (ไม่นับภาษีหัก ณ ที่จ่าย) หรือกรณีได้รับยกเว้นหรือลดอัตราภาษี · เงินเพิ่ม ม.67 ตรี ขอลดได้ แต่ต้องไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีและต้องยื่นคำร้องก่อนได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน
1. ทบทวนสั้น ๆ: ภ.ง.ด.51 คืออะไร และเงินเพิ่มมาตรา 67 ตรี เกิดเมื่อไร
ภ.ง.ด.51 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องยื่นพร้อมชำระภาษี "ภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี" (ประมวลรัษฎากร มาตรา 67 ทวิ วรรคหนึ่ง) บริษัททั่วไปต้องจัดทำประมาณการกำไรสุทธิทั้งรอบบัญชี แล้วคำนวณและชำระภาษีจากกึ่งหนึ่งของประมาณการนั้น (มาตรา 67 ทวิ (1)) ภาษีที่ชำระไว้ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 68 คือ ภ.ง.ด.50 (มาตรา 67 ทวิ วรรคสอง)
ถ้ายังไม่เคยอ่านเรื่องพื้นฐาน ดู ภ.ง.ด.51 คืออะไร ใครต้องยื่น คำนวณอย่างไร และวิธีทำประมาณการให้แม่นขึ้นที่ เทคนิคประมาณการกำไรสุทธิ ภ.ง.ด.51 ให้แม่นยำ เลี่ยงเบี้ยปรับ 67 ตรี บทความนี้เน้นสถานการณ์ที่ยื่นไปแล้วหรือกำลังจะพลาด
เงินเพิ่ม 20% เกิดใน 4 กรณีเท่านั้น
มาตรา 67 ตรี กำหนดเงินเพิ่มร้อยละ 20 ไว้ดังนี้ โดย "ไม่มีเหตุอันสมควร" ทุกกรณี
| กรณี | เงินเพิ่ม 20% คิดจาก |
|---|---|
| ไม่ยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (1) | ภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 67 ทวิ (1) หรือกึ่งหนึ่งของภาษีที่ต้องเสียในรอบบัญชี แล้วแต่กรณี |
| ยื่นตามมาตรา 67 ทวิ (1) แต่ประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริงของรอบบัญชี | ภาษีที่ชำระขาด |
| ไม่ยื่นตามมาตรา 67 ทวิ (2) (กลุ่มที่ใช้กำไรสุทธิจริงครึ่งปี) | ภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 67 ทวิ (2) หรือภาษีที่ชำระขาด |
| ยื่นตามมาตรา 67 ทวิ (2) ไว้ไม่ถูกต้องจนภาษีขาด | ภาษีที่ชำระขาด |
สองกรณีหลังใช้กับบริษัทจดทะเบียน สถาบันการเงิน และนิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด บริษัทส่วนใหญ่ที่เป็น SME อยู่ใน (1) ซึ่งบทความนี้เน้นเป็นหลัก
กรณีที่ ยื่นแล้วแต่ชำระไม่ครบ เช่น คำนวณภาษีผิดหรือใช้เครดิตภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกินจริง ไม่เข้ามาตรา 67 ตรี แต่ไปอยู่ภายใต้เงินเพิ่มตามมาตรา 27 ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน (ข้อหารือ กค 0811/ก.1720 และดูข้อ 7 ด้านล่าง)
เงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี ถือเป็นค่าภาษี และเป็นรายจ่ายต้องห้ามของนิติบุคคล ต้องบวกกลับในการคำนวณกำไรสุทธิ ภ.ง.ด.50 (มาตรา 65 ตรี (6) และมาตรา 67 ตรี วรรคสาม) ดังนั้นต้นทุนจริงของเงินเพิ่ม 20% จึงรวมภาษีที่ถูกบวกกลับด้วย
2. ยื่น ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมได้เมื่อไร ทันกำหนดกับเกินกำหนดต่างกันอย่างไร
2.1 กฎหมายเขียนไว้แค่ไหน
ประมวลรัษฎากรไม่มีมาตราที่ระบุ "กำหนดเวลายื่น ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติม" โดยตรง สิ่งที่มีคือ
- แบบ ภ.ง.ด.51 มีช่องให้ติ๊ก "ยื่นปกติ" หรือ "ยื่นเพิ่มเติมครั้งที่ …" และมีรายการ "ภาษีที่ชำระแล้วตามแบบ ภ.ง.ด.51 (กรณียื่นเพิ่มเติม)" ให้นำมาหักออก
- คำอธิบายวิธีกรอกแบบระบุว่า การยื่นเพิ่มเติมให้ระบุครั้งที่ และ "ให้แสดงรายการพร้อมทั้งคำนวณภาษีใหม่ทั้งหมด แล้วนำภาษีที่ได้ชำระไว้แล้วตามแบบ ภ.ง.ด.51 (ที่ยื่นไว้เดิม) มาหักออก"
- ข้อหารือ กค 0706(กม.10)/126 (29 ม.ค. 2546) วินิจฉัยว่าการยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมเป็น "สิทธิที่ผู้เสียภาษีจะกระทำได้ ซึ่งไม่มีข้อกำหนดต้องห้ามไว้ในประมวลรัษฎากร"
ดังนั้นเวลาที่ใช้เป็นเกณฑ์จริง ๆ คือกำหนดเวลายื่น ภ.ง.ด.51 ตามมาตรา 67 ทวิ ไม่ใช่เวลาที่เขียนไว้สำหรับฉบับเพิ่มเติมโดยเฉพาะ
2.2 ฉบับเพิ่มเติมที่ "เกินกำหนด" ถือเป็นไม่ยื่น
ข้อหารือ กค 0706(กม.10)/126 วินิจฉัยต่อว่า การยื่น ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติม เกินกำหนดเวลา "ถือว่าผู้เสียภาษีไม่ยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (1)" จึงต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติมนั้น ตามมาตรา 67 ตรี ข้อหารือเดียวกันให้นำ ภ.ง.ด.51 ทั้งสองฉบับมารวมพิจารณาเปรียบเทียบกับ ภ.ง.ด.50 และแยกผลเป็น 2 กรณี
| ผลเมื่อรวมพิจารณากับ ภ.ง.ด.50 | เงินเพิ่มตามข้อหารือ |
|---|---|
| ประมาณการขาดไม่เกิน 25% | 20% ของภาษีที่ชำระเพิ่มเติมตามฉบับที่สอง |
| ประมาณการยังขาดเกิน 25% | 20% ของภาษีที่ชำระเพิ่มเติมตามฉบับที่สอง และ 20% ของภาษีที่ชำระขาด |
ข้อหารือ กค 0706/11035 (1 พ.ย. 2550) เป็นกรณีที่คล้ายกัน บริษัทยื่น ภ.ง.ด.51 ปกติทันกำหนด แล้วยื่นฉบับเพิ่มเติมหลังยื่น ภ.ง.ด.50 เพื่อไม่ให้ประมาณการขาดเกิน 25% กรมสรรพากรวินิจฉัยให้นำฉบับเพิ่มเติมมาพิจารณา แต่เพราะยื่นเกินกำหนดจึงเป็นการยื่นแบบตามมาตรา 67 ทวิ เกินกำหนดเวลา ต้องเสียเงินเพิ่ม 20% ตามมาตรา 67 ตรี ข้อสรุปจึงคือ ยื่นเพิ่มเติมหลังพ้นกำหนดเพื่อแก้ประมาณการ ไม่ช่วยให้พ้นเงินเพิ่ม
2.3 ฉบับเพิ่มเติมที่ยื่น "ทันกำหนด"
ข้อหารือที่พบวินิจฉัยเฉพาะฉบับที่ เกินกำหนด ส่วนฉบับเพิ่มเติมที่ทันกำหนด สำนักงานอ่านว่า ยังอยู่ในกรอบเวลายื่นตามมาตรา 67 ทวิ จึงไม่ถูกมองเป็นการยื่นช้า และเมื่อตรวจว่าประมาณการขาดเกิน 25% หรือไม่ จะเปรียบเทียบฉบับล่าสุดกับกำไรสุทธิตาม ภ.ง.ด.50 นี่เป็นความเห็นของสำนักงานจากการอนุมานข้อหารือข้างต้น ไม่ใช่ข้อหารือที่ตอบตรง ๆ ถ้ากรณีของคุณมีจำนวนเงินสูง ควรขอความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนพึ่งแนวทางนี้
2.4 กำหนดเวลา: ยื่นกระดาษและยื่นออนไลน์
| รอบบัญชี | สิ้น 6 เดือนแรก | ครบกำหนดตามมาตรา 67 ทวิ | ออนไลน์ (ถ้าได้สิทธิขยาย 8 วัน) |
|---|---|---|---|
| 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. | 30 มิ.ย. | 31 ส.ค. | 8 ก.ย. |
| 1 เม.ย. – 31 มี.ค. | 30 ก.ย. | 30 พ.ย. | 8 ธ.ค. |
การขยายเวลา 8 วันสำหรับการยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต มาจากประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ฉบับที่ 7) ข้อ 1.2 (2) ซึ่งให้ ภ.ง.ด.51 ยื่นได้ภายใน 2 เดือน 8 วัน สำหรับแบบที่กฎหมายกำหนดให้ยื่น ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 (ตามที่แก้ไขโดยฉบับที่ 8) ข้อควรระวัง
- ปิดบัญชี 31 ธ.ค. 2569 ครบกำหนด 31 ส.ค. 2569 ซึ่งอยู่ในช่วงประกาศ แต่ ปิดบัญชี 31 ธ.ค. 2570 ครบกำหนด 31 ส.ค. 2570 ซึ่งอยู่หลัง 31 ม.ค. 2570 ณ วันที่เขียนบทความนี้ เรายังไม่พบประกาศที่ขยายช่วงเวลานี้ออกไป จึงควรวางแผนโดยถือ 31 สิงหาคมเป็นวันสุดท้าย และตรวจประกาศใหม่ก่อนนับวันที่ 8 กันยายนเป็นสิทธิ
- ประกาศฉบับที่ 7 ข้อ 2 ระบุว่า ผู้ที่ใช้สิทธิขยายเวลาต้อง "ยื่นแบบแสดงรายการภาษีฉบับปกติและฉบับเพิ่มเติมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเท่านั้น" ถ้ายื่นแบบกระดาษก่อนแล้วค่อยยื่นออนไลน์ จะไม่ได้สิทธิ 8 วันสำหรับแบบออนไลน์นั้น และ "ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร"
- สำหรับการยื่นแบบเพิ่มเติมที่พ้นกำหนดแล้ว ช่องทางยื่นเป็นอย่างไรในทางปฏิบัติ เรายังไม่พบเอกสารทางการที่ยืนยัน ให้สอบถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาหรือศูนย์สารนิเทศ 1161 ก่อนยื่น
3. ปรับประมาณการ "ขึ้น" กับ "ลง" ผลไม่เหมือนกัน
3.1 ประมาณการต่ำไป ต้องการปรับขึ้น
ความเสี่ยงอยู่ที่ประมาณการขาดเกิน 25% ของกำไรสุทธิจริง การยื่นเพิ่มเติมให้ทันกำหนด (ข้อ 2.3) เป็นทางที่ลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด โดยต้องชำระภาษีส่วนเพิ่มพร้อมยื่น ถ้าล่วงเลยกำหนดไปแล้ว ข้อหารือ กค 0706(กม.10)/126 และ กค 0706/11035 บอกว่าการยื่นเพิ่มเติมไม่ช่วยให้พ้นเงินเพิ่ม 20% ทางที่เหลือคือเหตุอันสมควร (ข้อ 4) หรือขอลดเงินเพิ่ม (ข้อ 8)
3.2 ประมาณการสูงไป ต้องการปรับลง
บริษัทสามารถยื่นเพิ่มเติมเพื่อลดประมาณการได้ในแง่แบบ แต่ผลยังจำกัด
- ข้อหารือ กค 0811(กม.04)/1198 (27 ก.ค. 2543) ถือว่า ภ.ง.ด.51 ฉบับแรกที่ยื่นทันกำหนด "มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายตั้งแต่แรก" การยื่นฉบับที่สองลดกำไรแล้วชำระไว้เกินใน ภ.ง.ด.50 ภายหลัง ไม่ลบล้างจำนวนภาษีที่ต้องชำระตามแบบเดิม
- ข้อหารือ กค 0702/2129 (18 เม.ย. 2567) บริษัทยื่น ภ.ง.ด.51 ทันกำหนดแต่ใช้เครดิตภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกินจริงจนชำระขาด ต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน นับจากพ้นกำหนดยื่น ภ.ง.ด.51 ถึงวันชำระครบ การยื่นเพิ่มเติมภายหลังเพื่อปรับประมาณการลงให้ภาษีเท่ากับที่ชำระไว้ "ไม่เป็นเหตุให้บริษัทฯ พ้นความรับผิดเงินเพิ่มตามมาตรา 27"
สรุปคือ ยื่นเพิ่มเติมเพื่อ "ลด" ไม่ใช่เครื่องมือลบเงินเพิ่มที่เกิดแล้ว
4. อะไรคือ "เหตุอันสมควร" ตามมาตรา 67 ตรี
มาตรา 67 ตรี ใช้คำว่า "โดยไม่มีเหตุอันสมควร" แต่ไม่ได้ให้คำนิยาม คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.50/2537 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2537 ข้อ 1 กำหนดกรณีที่ถือว่ามีเหตุอันสมควร และต่อมาถูกยกเลิกและแทนที่ด้วยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.152/2558 (ลงวันที่ 10 กันยายน 2558 ใช้กับบริษัทที่มีรอบบัญชีเริ่มในหรือหลัง 1 มกราคม 2555) ซึ่งข้อความหลักของ (1) และ (2) คงเดิม
| ข้อ | เงื่อนไขตามคำสั่ง | อ่านแบบเข้าใจง่าย |
|---|---|---|
| ข้อ 1 (1) | จัดทำประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครึ่งปีไว้ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นไว้ในรอบบัญชีที่แล้ว | ภาษี ภ.ง.ด.51 ปีนี้ ≥ ภาษีปีก่อน ÷ 2 |
| ข้อ 1 (2) | ประมาณการกำไรสุทธิ ไม่น้อยกว่ากำไรสุทธิที่ยื่นไว้ปีที่แล้ว แต่ภาษีครึ่งปีที่ยื่นน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีปีที่แล้ว เนื่องจากได้รับยกเว้นหรือลดอัตราภาษี | ประมาณการไม่ต่ำกว่าปีก่อน แต่ภาษีลดเพราะสิทธิยกเว้นหรืออัตราลด |
4.1 "ภาษีปีก่อนครึ่งหนึ่ง" นับจากตัวเลขไหน
ข้อหารือ 0702/5319 (3 มิ.ย. 2558) และ 0702/4591 (6 พ.ค. 2558) ให้แนวว่าการทดสอบตามข้อ 1 (1) เทียบ ภาษีที่คำนวณได้ ของ ภ.ง.ด.51 กับ ภ.ง.ด.50 ปีก่อน "โดยไม่ต้องคำนึงถึงภาษีที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย" ไม่ใช่ตัวเลข "ภาษีที่ชำระเพิ่มเติมสุทธิ" หลังหักเครดิต และข้อหารือ 0702/4591 ระบุว่าประมาณการต้องทำจากกำไรสุทธิที่ต้องนำไปคำนวณภาษีตามมาตรา 65 ในทำนองเดียวกัน
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าปีก่อนภาษีที่คำนวณได้จากกำไรสุทธิ 400,000 บาท และภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย 300,000 บาท ตัวเลขที่ใช้เทียบยังคงเป็น 400,000 บาท ครึ่งหนึ่งคือ 200,000 บาท ภาษีที่คำนวณได้ใน ภ.ง.ด.51 ปีนี้ต้องไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท (ก่อนหักเครดิต) ไม่ใช่ดูเฉพาะยอดที่ต้องจ่ายเงินสด
4.2 เหตุอื่นที่เล่าในสไลด์สัมมนา
สไลด์สัมมนาของกรมสรรพากร (2562 และ 2566) ยกตัวอย่างเหตุที่เข้าลักษณะเหตุอันสมควรไว้หลายข้อ เช่น เพิ่งเริ่มมีรายได้ใน 6 เดือนหลังของรอบบัญชี หรือขายทรัพย์สินใน 6 เดือนหลังแล้วมีกำไร เอกสารเหล่านี้เป็นเพียงสไลด์ประกอบการอบรม ไม่ใช่คำสั่งหรือกฎหมาย บทความนี้จึงไม่ถือเป็นหลักประกัน ถ้าคุณพึ่งเหตุประเภทนี้ ให้เตรียมหลักฐานและหารือผู้เชี่ยวชาญก่อน
4.3 วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือทำให้ผ่านข้อ 1 (1) ตั้งแต่แรก
เกณฑ์ภาษีปีก่อนครึ่งหนึ่งเป็นตัวเลขที่รู้ล่วงหน้าได้จาก ภ.ง.ด.50 ปีก่อน บริษัทที่คาดว่ากำไรปีนี้จะเพิ่มแรงและไม่แน่ใจว่าประมาณการจะแม่นแค่ไหน สามารถคำนวณภาษี ภ.ง.ด.51 ให้ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์นี้ไว้เป็นหลักประกัน ข้อแลกเปลี่ยนคือเงินสดจ่ายเร็วขึ้น แต่ภาษีส่วนที่จ่ายเกินไม่สูญ เพราะนำไปเป็นเครดิตหักใน ภ.ง.ด.50 (ข้อ 9)
5. เกณฑ์ "ขาดเกิน 25%" คำนวณอย่างไร
เกณฑ์อยู่ในมาตรา 67 ตรี วรรคหนึ่ง คือ ประมาณการกำไรสุทธิ "ขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ" ของรอบบัญชี สูตรที่ใช้ในเอกสารสัมมนาของกรมสรรพากรปี 2566 คือ
ร้อยละที่ขาด = (กำไรสุทธิตาม ภ.ง.ด.50 − ประมาณการกำไรสุทธิตาม ภ.ง.ด.51) × 100 ÷ กำไรสุทธิตาม ภ.ง.ด.50
อ่านจากสูตรนี้ ถ้ากำไรสุทธิจริง 2,000,000 บาท ประมาณการต้องไม่ต่ำกว่า 1,500,000 บาท (ต่ำกว่า 75% ของกำไรจริงถือว่าขาดเกิน 25%) สไลด์เดียวกันระบุว่าให้ใช้กำไรตาม ภ.ง.ด.50 ฉบับหลังสุด และหากกิจการมีทั้งส่วนที่ได้รับยกเว้นและส่วนที่ไม่ได้รับ ให้เทียบ "กำไรสุทธิรวม" โดยไม่แยกประเภท ทั้งหมดนี้เป็นสไลด์สัมมนา ไม่ใช่ข้อกฎหมาย ใช้เป็นแนวทางเข้าใจวิธีคิดของเจ้าหน้าที่
ตัวเลขที่ใช้เทียบเป็น "กำไรสุทธิ" ทางภาษี ไม่ใช่กำไรทางบัญชี รายการบวกกลับ-หักออกที่ภาษีกำหนดมีผลโดยตรง ดูเรื่องการกระทบยอดที่ การกระทบยอดรายได้ทางบัญชีและภาษี: บวกกลับ/หักออก ใน ภ.ง.ด.50
6. ตัวอย่างคำนวณ
สมมติฐานร่วมของทุกตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบความเข้าใจ)
- บริษัทเข้าเกณฑ์ SME ตามคำอธิบายแบบ ภ.ง.ด.51 คือทุนชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาท
- อัตราภาษี SME: กำไรสุทธิ 0–300,000 บาท ยกเว้น · 300,001–3,000,000 บาท ร้อยละ 15 · เกิน 3,000,000 บาท ร้อยละ 20
- สำนักงานใช้ขั้นอัตราเต็มกับกำไรครึ่งปี (กึ่งหนึ่งของประมาณการ) โดยไม่หารขั้นอัตราลงครึ่ง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของสำนักงานตามวิธีกรอกแบบที่ยกกึ่งหนึ่งของประมาณการไปคูณอัตราตามตารางโดยตรง
- ปิดบัญชี 31 ธันวาคม ภาษีหัก ณ ที่จ่ายถูกตัดออกจากตัวอย่างเพื่อให้เห็นเฉพาะผลของประมาณการ (เงินเพิ่ม ม.67 ตรี ไม่นำภาษีหัก ณ ที่จ่ายมาใช้ในการคำนวณตามคำอธิบายแบบ ข้อ 7.2.1)
- ทุกตัวอย่างคิดเฉพาะเงินเพิ่ม ม.67 ตรี ไม่รวมเงินเพิ่มมาตรา 27 และไม่รวมเงินเพิ่มที่อาจขอลดได้ (ข้อ 8)
กำไรสุทธิจริงทั้งปีในตัวอย่าง 1–3 คือ 4,000,000 บาท ภาษีเต็มปี = 405,000 (จาก 300,001–3,000,000 บาท) + 200,000 (ส่วนเกิน 3,000,000 ที่ 20%) = 605,000 บาท
ตัวอย่างที่ 1: ประมาณการต่ำเกิน 25% และไม่ได้ยื่นเพิ่มเติม
| รายการ | บาท |
|---|---|
| ประมาณการกำไรสุทธิใน ภ.ง.ด.51 | 2,000,000 |
| กึ่งหนึ่งของประมาณการ | 1,000,000 |
| ภาษี ภ.ง.ด.51: (1,000,000 − 300,000) × 15% | 105,000 |
| ร้อยละที่ขาด: (4,000,000 − 2,000,000) ÷ 4,000,000 | 50% (เกิน 25%) |
| ภาษีที่ควรชำระตามกึ่งหนึ่งของกำไรจริง: (2,000,000 − 300,000) × 15% | 255,000 |
| ภาษีที่ชำระขาด: 255,000 − 105,000 | 150,000 |
| เงินเพิ่ม ม.67 ตรี 20% ของภาษีที่ชำระขาด | 30,000 |
| ภ.ง.ด.50 ชำระ: 605,000 − 105,000 | 500,000 |
ถ้าไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้ขอลด ต้องชำระเงินเพิ่ม 30,000 บาทเพิ่มจาก ภ.ง.ด.50 และเงินจำนวนนี้บวกกลับเป็นรายจ่ายต้องห้าม
ตัวอย่างที่ 2: เห็นตัวเลขจริงในเดือนกรกฎาคม ยื่นเพิ่มเติมทันกำหนด
เดือนกรกฎาคม ฝ่ายบัญชีเห็นกำไรสะสมและคำสั่งซื้อ จึงปรับประมาณการเป็น 3,600,000 บาท ยื่น ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมครั้งที่ 1 ก่อน 31 สิงหาคม
| รายการ | บาท |
|---|---|
| ประมาณการใหม่ | 3,600,000 |
| กึ่งหนึ่ง | 1,800,000 |
| ภาษีตามฉบับเพิ่มเติม: (1,800,000 − 300,000) × 15% | 225,000 |
| หักภาษีที่ชำระแล้วตามฉบับแรก | (105,000) |
| ชำระเพิ่มพร้อมยื่นฉบับเพิ่มเติม | 120,000 |
| ร้อยละที่ขาด: (4,000,000 − 3,600,000) ÷ 4,000,000 | 10% (ไม่เกิน 25%) |
| เงินเพิ่ม ม.67 ตรี | 0 |
| ภ.ง.ด.50 ชำระ: 605,000 − 225,000 | 380,000 |
ภาษีรวมที่ต้องจ่ายตลอดปีไม่ต่างจากตัวอย่างที่ 1 (605,000 บาท) แต่เลี่ยงเงินเพิ่ม 30,000 บาท และเงินที่จ่ายเร็วขึ้น 120,000 บาท ไม่สูญ ส่วนการนับฉบับเพิ่มเติมที่ทันกำหนดรวมกับฉบับแรกเป็นความเห็นของสำนักงานตามข้อ 2.3
ตัวอย่างที่ 3: ยื่นเพิ่มเติมหลังพ้นกำหนด (ตามแนวข้อหารือ กค 0706(กม.10)/126)
3 ก. ฉบับเพิ่มเติมยื่นเกินกำหนด แต่ปรับประมาณการใกล้เคียงจริง
ใช้ประมาณการ 3,600,000 บาทเหมือนตัวอย่างที่ 2 แต่ยื่นเพิ่มเติมเมื่อเลยกำหนดไปแล้ว ภาษีที่ชำระเพิ่มเติมตามฉบับที่สอง 120,000 บาท ขาดจากกำไรจริง 10% จึงไม่เข้ากรณีขาดเกิน 25% แต่ฉบับที่สองยื่นเกินกำหนด
เงินเพิ่ม = 20% × 120,000 = 24,000 บาท
3 ข. ฉบับเพิ่มเติมเกินกำหนด และยังขาดเกิน 25%
ฉบับที่สองปรับเป็นประมาณการ 2,800,000 บาท (กึ่งหนึ่ง 1,400,000 บาท ภาษี (1,400,000 − 300,000) × 15% = 165,000 บาท) ชำระเพิ่มเติม 60,000 บาท จากฉบับแรก 105,000 บาท เทียบกับกำไรจริง 4,000,000 บาท ขาด (4,000,000 − 2,800,000) ÷ 4,000,000 = 30% ซึ่งเกิน 25%
| ส่วนของเงินเพิ่ม | คำนวณ | บาท |
|---|---|---|
| 20% ของภาษีที่ชำระเพิ่มเติมตามฉบับที่สอง | 20% × 60,000 | 12,000 |
| 20% ของภาษีที่ชำระขาด: ภาษีควรชำระ 255,000 − ภาษีตามฉบับที่สอง 165,000 = 90,000 | 20% × 90,000 | 18,000 |
| รวม | 30,000 |
ตัวอย่าง 3 ข. แสดงให้เห็นว่า ยื่นเพิ่มเติมช้าและยังไม่ถึง 75% ของกำไรจริง ผลรวมอาจเท่ากับไม่ได้ยื่นเพิ่มเติมเลย ส่วนวิธีคำนวณเมื่อมีหลายฉบับ (เช่น ฐานของภาษีที่ชำระขาด และผลกับขั้นอัตรา SME) เป็นการสาธิตแบบง่ายตามถ้อยคำข้อหารือ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญคำนวณจริงอีกครั้ง
ตัวอย่างที่ 4: ผ่านเกณฑ์ภาษีปีก่อนครึ่งหนึ่ง
ปีก่อนบริษัทมีกำไรสุทธิ 3,000,000 บาท ภาษีที่ยื่นไว้ใน ภ.ง.ด.50 = (3,000,000 − 300,000) × 15% = 405,000 บาท ครึ่งหนึ่งคือ 202,500 บาท ปีนี้กำไรสุทธิจริง 6,000,000 บาท (กระโดดเพราะได้งานใหญ่ปลายปี) ภาษีที่ควรชำระตามกึ่งหนึ่งของกำไรจริง (3,000,000 บาท) คือ 405,000 บาท
| กรณี | ประมาณการ | ภาษี ภ.ง.ด.51 | เทียบ 202,500 | ขาดจากกำไรจริง | ผลต่อ ม.67 ตรี |
|---|---|---|---|---|---|
| ก | 4,000,000 | (2,000,000 − 300,000) × 15% = 255,000 | ไม่น้อยกว่า | 33.3% (เกิน 25%) | มีเหตุอันสมควรตาม ป.50/2537 ข้อ 1 (1) ไม่เสียเงินเพิ่ม |
| ข | 2,500,000 | (1,250,000 − 300,000) × 15% = 142,500 | น้อยกว่า | 58.3% (เกิน 25%) | ไม่เข้าข้อ 1 (1) และไม่เข้าข้อ 1 (2) เพราะประมาณการต่ำกว่ากำไรปีก่อน เงินเพิ่ม 20% × (405,000 − 142,500) = 52,500 |
ในกรณี ก ภาษีที่ชำระขาด 150,000 บาท (405,000 − 255,000) ยังต้องจ่ายพร้อม ภ.ง.ด.50 แต่ไม่มีเงินเพิ่ม 20% ซึ่งเท่ากับ 30,000 บาท
ข้อสังเกตจากตัวอย่างนี้ เกณฑ์ข้อ 1 (1) เทียบ ภาษี ไม่ใช่เทียบกำไร เพราะขั้นยกเว้น 300,000 บาทใช้กับกำไรครึ่งปีเต็ม ภาษีครึ่งปีของบริษัทที่มีกำไรเท่าปีก่อนจะต่ำกว่า "ภาษีปีก่อนหารสอง" (ถ้าประมาณการ 3,000,000 บาท ภาษี ภ.ง.ด.51 = 180,000 บาท ซึ่งน้อยกว่า 202,500 บาท) ผลนี้มาจากแนวคิดของเราที่ใช้ขั้นอัตราเต็มกับกำไรครึ่งปีตามสมมติฐานข้างต้น ไม่ใช่ข้อความในคำสั่ง ป.50/2537 กรณีนี้ถ้ากำไรจริงใกล้เคียงประมาณการจึงไม่ขาดเกิน 25% และไม่ต้องพึ่งเหตุอันสมควร ปัญหาเกิดเมื่อกำไรจริงพุ่งแรงและประมาณการต่ำ จึงต้องวางประมาณการให้ผ่านเกณฑ์ไว้ หรือพิจารณาข้อ 1 (2) ร่วมกับที่ปรึกษา
7. เงินเพิ่ม มาตรา 27 กับ มาตรา 67 ตรี ต่างกันอย่างไร
| เงินเพิ่ม ม.27 | เงินเพิ่ม ม.67 ตรี | |
|---|---|---|
| ฐาน | ภาษีที่ไม่ได้เสียภายในกำหนด | ภาษีที่ชำระขาดจากประมาณการขาดเกิน 25% หรือภาษีตามมาตรา 67 ทวิ ที่ไม่ได้ยื่น/ยื่นเกินกำหนด |
| อัตรา | 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน (0.75% ถ้าอธิบดีอนุมัติขยายเวลาและชำระภายในกำหนดที่ขยาย) เพดานไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสีย | 20% |
| ตัวอย่างที่เข้าลักษณะ | ยื่น ภ.ง.ด.51 ทันแต่คำนวณผิด ใช้เครดิตภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกินจริง (กค 0702/2129) | ประมาณการต่ำเกินไป ไม่ยื่น หรือยื่นเพิ่มเติมเกินกำหนด (กค 0706(กม.10)/126) |
คำอธิบายวิธีกรอกแบบ ภ.ง.ด.51 ข้อ 7.1 ให้นับเงินเพิ่มมาตรา 27 สำหรับภาษีที่ชำระขาดจากพ้นกำหนดยื่น ภ.ง.ด.51 ไปจนถึงวันที่ยื่น ภ.ง.ด.50 และชำระครบถ้วน หรือถึงวันยื่น ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติม ในกรณีที่ ภ.ง.ด.50 ไม่ถูกต้องหรือไม่ได้ยื่น
ถ้ามีทั้งสองกรณีพร้อมกัน คำอธิบายแบบข้อ 7.2.3 ระบุว่า "กรณีมีเงินเพิ่มตามมาตรา 27 และมาตรา 67 ตรี ในคราวเดียวกัน ให้คำนวณตาม 7.1 และ 7.2" เราอ่านว่านี่เป็นคำสั่งให้ผู้กรอกแบบคำนวณทั้งสองส่วนตามวิธีของแบบ แต่ไม่พบข้อหารือที่ตอบชัดว่าเงินเพิ่มทั้งสองคิดซ้อนบนฐานภาษีเดียวกันได้หรือไม่ จึงไม่ขอสรุปแทน ถ้ากรณีของคุณเข้าทั้งสองลักษณะ ให้คำนวณตามแบบและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากจ่ายภาษี เงินเพิ่ม หรือเบี้ยปรับบางส่วนไม่ครบ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.98/2543 ข้อ 2 ให้เจ้าพนักงานรับชำระไว้ทุกกรณี และถือเป็นการชำระภาษีก่อน ส่วนที่เหลือจึงนำไปชำระเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามลำดับ ซึ่งใช้กับการยื่นแบบเกินกำหนดและการยื่นแบบเพิ่มเติมด้วย
8. เงินเพิ่ม ม.67 ตรี "ขอลดได้" และไม่ยื่น ภ.ง.ด.51 เลยจะเกิดอะไร
8.1 หลักเกณฑ์การขอลด
มาตรา 67 ตรี วรรคสาม ให้เงินเพิ่มลดลงได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ระเบียบหลักคือคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542 ข้อ 14–17 ซึ่งข้อ 14, 15 และ 17 ถูกแก้ไขโดยคำสั่งที่ ท.ป.369/2569 (ลงวันที่ 2 ก.ค. 2569 ใช้ตั้งแต่ 3 ก.ค. 2569)
| ข้อ | สาระ |
|---|---|
| ข้อ 14 | ผู้ต้องเสียเงินเพิ่ม ม.67 ตรี ต้องทำคำร้องเป็นหนังสือยื่นต่อเจ้าพนักงานประเมินแสดงเหตุที่ขอลด (อธิบดีสั่งลดโดยไม่ต้องมีคำร้องก็ได้) ต้องยื่นก่อนเจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งการประเมิน ถ้าได้รับหนังสือแจ้งการประเมินแล้วให้ยื่นอุทธรณ์ ถ้ายื่น ภ.ง.ด.51 และชำระภาษีโดยไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบเป็นหนังสือ ให้ถือว่าแบบนั้นเป็นคำร้องตามวรรคหนึ่ง |
| ข้อ 15 | ลดได้เฉพาะกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินเห็นว่าไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบไต่สวนด้วยดี |
| ข้อ 16 (1) | ยื่นแบบและชำระภาษีพร้อมกัน โดยไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบ: ชำระภายใน 2 วันนับแต่พ้นกำหนด เสีย 0.10% · เกิน 2 วันถึง 7 วัน เสีย 0.50% ของเงินภาษีที่ต้องชำระ |
| ข้อ 16 (2) | กรณีอื่น เสียร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ แต่ไม่เกินเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด |
| ข้อ 17 | การลดนอกเหนือจากที่คำสั่งกำหนด ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย |
หมายความว่า เงินเพิ่ม ม.67 ตรี ไม่ใช่ตัวเลขที่ลดไม่ได้เสมอไป แต่การลดไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติ ต้องไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี และเจ้าพนักงานประเมินเป็นผู้พิจารณา ข้อ 16 (1) เขียนเงื่อนไขในลักษณะ "ยื่นแบบและชำระภาษีพร้อมกัน" ซึ่งเหมาะกับกรณียื่นช้า ส่วนกรณีประมาณการขาดเกิน 25% จะนับเวลาและอัตราอย่างไรตามข้อ 16 (2) ตัวคำสั่งไม่ได้ระบุชัด จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและเตรียมหนังสือชี้แจงเหตุผลก่อนยื่นคำร้อง
8.2 ไม่ยื่น ภ.ง.ด.51 เลย
บริษัทที่ไม่ยื่นตามมาตรา 67 ทวิ (1) เจอสองชั้น
- เงินเพิ่ม 20% ตามมาตรา 67 ตรี ของภาษีที่ต้องชำระ ซึ่งขอลดได้ตามข้อ 8.1 เช่น ถ้ายื่นและชำระพร้อมกันโดยไม่ได้รับคำเตือน ข้อหารือ กค 0811/6620 (2 ก.ค. 2544) ระบุว่าให้ลดเหลือ 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือนตามคำสั่ง ท.ป.81/2542 ส่วนอัตราที่ใช้ได้ในปัจจุบันให้ยึดข้อ 16 ตามตารางข้างต้น
- โทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 สำหรับผู้ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 17 เว้นแต่เหตุสุดวิสัย (คำเตือนท้ายแบบ ภ.ง.ด.51 ข้อ 4 ก็ระบุตรงกัน)
ถ้าเลยเวลามาแล้ว การยื่นและชำระโดยเร็วจะลดความเสียหายได้ เพราะข้อ 16 (1) ให้อัตราต่ำมากสำหรับการยื่นและชำระภายใน 7 วันนับแต่พ้นกำหนด และการยื่นช้าโดยยังไม่ได้รับคำเตือน ถือเป็นคำร้องขอลดเงินเพิ่มตามข้อ 14 อยู่ในตัว
9. ชำระ ภ.ง.ด.51 เกิน: เครดิตใน ภ.ง.ด.50 หรือขอคืน
ภาษีที่ชำระตาม ภ.ง.ด.51 ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีตาม ภ.ง.ด.50 (มาตรา 67 ทวิ วรรคสอง) คำเตือนท้ายแบบข้อ 5 ก็ให้ยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน "โดยนำภาษีที่ชำระไว้ตาม ภ.ง.ด.51 มาหักออกก่อน" (ภ.ง.ด.50 ยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี ตามมาตรา 68 รายละเอียดดูที่ ภ.ง.ด.50 คืออะไร ยื่นอย่างไร) ในแบบ ภ.ง.ด.51 มีช่อง "ชำระไว้เกิน" สำหรับฉบับที่ภาษีที่คำนวณได้ต่ำกว่าภาษีที่ชำระแล้ว
ถ้าประมาณการสูงเกินจริงและ ภ.ง.ด.50 คำนวณแล้วภาษีต่ำกว่าที่ชำระไว้ ส่วนเกินจะเป็นภาษีชำระเกินซึ่งยื่นขอคืนได้ตามมาตรา 27 ตรี ภายใน 3 ปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการ (ถ้ายื่นรายการเมื่อพ้นกำหนด นับ 3 ปีจากวันที่ยื่น) เราไม่พบเอกสารทางการที่ตอบว่าขอคืนภาษี ภ.ง.ด.51 ก่อนสิ้นรอบบัญชีได้หรือไม่ ทางปฏิบัติจึงเป็นการนำไปเครดิตใน ภ.ง.ด.50
กรณีพิเศษที่น่าสนใจคือข้อหารือ กค 0702/72 (5 ม.ค. 2561) ซึ่งบริษัทชำระเงินเพิ่ม 20% รวมไว้ในการชำระ ภ.ง.ด.50 เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นค่าปรับ กรมสรรพากรให้ถือว่าชำระเงินเพิ่มมาตรา 67 ตรี แล้ว โดยให้ยื่น ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมระบุหมายเหตุเลขที่และวันที่ใบเสร็จ ภ.ง.ด.50 ไม่ต้องชำระซ้ำ
10. ตารางตัดสินใจและเช็กลิสต์ (บริษัทปิดบัญชี 31 ธันวาคม)
10.1 ตารางตัดสินใจ
| สถานการณ์ | ทำอะไร | ผลต่อเงินเพิ่ม |
|---|---|---|
| ก่อน 31 ส.ค. ประมาณการเดิมต่ำกว่ากำไรที่คาดไว้เกิน 25% | ยื่น ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติม ปรับประมาณการและชำระภาษีส่วนเพิ่มก่อนครบกำหนด | ตามความเห็นของสำนักงาน ไม่ถูกมองเป็นยื่นช้า และวัดความขาดจากฉบับล่าสุด |
| ก่อน 31 ส.ค. ประมาณการสูงเกินไป | ไม่จำเป็นต้องยื่นลด เพราะส่วนเกินนำไปเครดิตใน ภ.ง.ด.50 ได้ (ข้อ 9) หากยื่นลดและชำระขาด อาจเสีย ม.27 | ภาษีที่ชำระแล้วไม่ลบล้างด้วยการยื่นลด (กค 0811(กม.04)/1198) |
| หลัง 31 ส.ค. (หรือพ้นวันขยายที่ใช้ได้จริง) พบว่าประมาณการต่ำ | อย่ายื่นเพิ่มเติมโดยหวังพ้นเงินเพิ่ม ให้ตรวจเหตุอันสมควรข้อ 4 และเตรียมขอลดตามข้อ 8 | ฉบับเพิ่มเติมที่เกินกำหนดถูกมองเป็นไม่ยื่น (กค 0706(กม.10)/126) |
| ยังไม่ได้ยื่น ภ.ง.ด.51 เลย | ยื่นและชำระพร้อมกันโดยเร็ว | เสีย 20% ตามมาตรา 67 ตรี ขอลดตามข้อ 16 ได้ + ค่าปรับอาญาไม่เกิน 2,000 บาท |
| ใช้เครดิตภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกินจริง ชำระขาด | ชำระส่วนขาดทันที | ม.27 1.5% ต่อเดือนหรือเศษ (กค 0702/2129) |
| ปีก่อนมีภาษี ภ.ง.ด.50 แล้ว กำไรปีนี้อาจเพิ่มแรง | ตั้งภาษี ภ.ง.ด.51 ให้ไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของภาษีปีก่อนที่คำนวณได้ (ไม่นับ WHT) | เข้า ป.50/2537 ข้อ 1 (1) |
10.2 เช็กลิสต์ก่อนครบกำหนด (เดือนกรกฎาคม–สิงหาคม)
- ปิดงบทดลอง 6 เดือน (มกราคม–มิถุนายน) แล้วคาดการณ์กำไรสุทธิ ทางภาษี ทั้งปี รวมรายการบวกกลับ-หักออก
- เทียบประมาณการเดิมกับตัวเลขล่าสุด ถ้าประมาณการต่ำกว่าที่คาดไว้เกิน 25% ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน
- ดึง ภ.ง.ด.50 ปีก่อน หาภาษีที่คำนวณได้ (ก่อนหัก WHT) และคูณ 0.5 เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ
- ตรวจว่าสิทธิ SME ยังคงอยู่ตามเงื่อนไขทุนชำระแล้วและรายได้ เพราะมีผลต่อการคำนวณภาษีและตัวเลข
- ตรวจเครดิตภาษีหัก ณ ที่จ่าย ว่านับเฉพาะภาษีที่ถูกหักไว้ใน 6 เดือนแรกของรอบบัญชีตามหลักฐาน ไม่ใช้เครดิตเกินจริง
- ถ้าต้องยื่นเพิ่มเติม ให้ยื่นก่อนครบกำหนด และชำระภาษีส่วนเพิ่มพร้อมยื่น
- ยื่นออนไลน์ทั้งฉบับปกติและฉบับเพิ่มเติม หากต้องการใช้สิทธิขยายเวลา (ถ้ามีประกาศใช้ในปีนั้น)
- เก็บเอกสารประมาณการ สมมติฐาน และเหตุผลที่เปลี่ยน เผื่อต้องแสดงเหตุอันสมควรหรือขอลดเงินเพิ่ม
- ใช้ เครื่องคำนวณค่าปรับ เงินเพิ่ม เบี้ยปรับ ยื่นภาษีล่าช้า ประเมินเงินเพิ่ม ม.67 ตรี เบื้องต้นสำหรับกรณีของคุณ (รองรับ ภ.ง.ด.51 ม.67 ตรี)
อยากให้สำนักงานบัญชีดูแลเรื่องนี้ให้?
ตะวัน คอนซัลแทนท์ รับทำบัญชีรายเดือน บันทึกบัญชี ยื่น VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกันสังคม และปิดงบให้ครบทุกกำหนด เริ่มต้น 1,500 บาท/เดือน · ทัก LINE ประเมินราคาฟรี
คำถามที่พบบ่อย
1. ยื่น ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมได้ถึงเมื่อไร มีกฎหมายกำหนดเวลาไหม
ประมวลรัษฎากรไม่มีมาตราที่กำหนดเวลาเฉพาะสำหรับฉบับเพิ่มเติม ข้อหารือ กค 0706(กม.10)/126 ถือเป็นสิทธิที่ไม่มีข้อห้าม แต่ฉบับที่ยื่นเกินกำหนดเวลายื่น ภ.ง.ด.51 ตามมาตรา 67 ทวิ จะถูกมองเป็นการไม่ยื่น และเสียเงินเพิ่ม 20% ตามมาตรา 67 ตรี ของภาษีที่ชำระเพิ่มเติม ดังนั้นควรยื่นก่อน 31 สิงหาคม (สำหรับรอบบัญชีปิด 31 ธันวาคม)
2. ยื่นเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประมาณการก่อนปลายปี ช่วยเลี่ยงเงินเพิ่ม 20% ได้ไหม
ช่วยได้ถ้ายื่นทันกำหนด ตามความเห็นของสำนักงานซึ่งอนุมานจากข้อหารือ แต่ไม่ช่วยถ้ายื่นหลังพ้นกำหนด ข้อหารือ กค 0706/11035 วินิจฉัยว่าฉบับเพิ่มเติมที่ยื่นหลังพ้นกำหนดเพื่อไม่ให้ประมาณการขาดเกิน 25% ยังต้องเสียเงินเพิ่ม 20% เพราะเป็นการยื่นเกินกำหนด
3. ยื่นเพิ่มเติมเพื่อลดภาษีหรือขอคืนได้ไหม
ยื่นลดประมาณการได้ แต่ไม่ลบล้างเงินเพิ่มมาตรา 27 ที่เกิดแล้ว และภาษีที่ชำระแล้วตามฉบับแรกยังมีผลสมบูรณ์ (กค 0702/2129 และ กค 0811(กม.04)/1198) ส่วนที่ชำระเกินให้นำไปเครดิตใน ภ.ง.ด.50 ตามมาตรา 67 ทวิ วรรคสอง และขอคืนส่วนที่เกินจาก ภ.ง.ด.50 ภายใน 3 ปีตามมาตรา 27 ตรี
4. ยื่นเพิ่มเติมออนไลน์ได้ไหม ได้สิทธิ 8 วันด้วยหรือเปล่า
ถ้ายื่นภายในกำหนดและประกาศขยายเวลายังใช้อยู่ ต้องยื่นทั้งฉบับปกติและฉบับเพิ่มเติมผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้นจึงได้สิทธิ 8 วัน (ประกาศกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 7 ข้อ 2) ประกาศฉบับนี้ครอบคลุมแบบที่ครบกำหนดตั้งแต่ 1 ก.พ. 2567 ถึง 31 ม.ค. 2570 ส่วนการยื่นฉบับเพิ่มเติมที่พ้นกำหนดไปแล้ว ให้สอบถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาหรือ 1161
5. อะไรคือ "เหตุอันสมควร" ที่กรมสรรพากรยอมรับ
ที่เป็นข้อกำหนดชัดเจนคือคำสั่ง ป.50/2537 ข้อ 1 (แก้ไขโดย ป.152/2558) สองข้อ คือ ยื่นภาษีครึ่งปีไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีปีก่อน หรือประมาณการไม่น้อยกว่ากำไรสุทธิปีก่อนแต่ภาษีครึ่งปีน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีปีก่อนเพราะได้รับยกเว้นหรือลดอัตราภาษี เหตุอื่นที่เจ้าพนักงานอาจพิจารณา เช่น ตัวอย่างในสไลด์สัมมนา ไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย
6. "ครึ่งหนึ่งของภาษีปีก่อน" หมายถึงตัวเลขไหน รวมภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่
หมายถึงภาษีที่คำนวณได้ ไม่ต้องคำนึงถึงภาษีที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย ตามข้อหารือ 0702/5319 และ 0702/4591 ให้เทียบภาษีที่คำนวณได้จาก ภ.ง.ด.51 ปีนี้กับภาษีที่คำนวณได้ใน ภ.ง.ด.50 ปีก่อน ไม่ใช่ยอดที่ต้องจ่ายเงินสดหลังหักเครดิต
7. เงินเพิ่ม ม.67 ตรี ขอลดได้ไหม ต้องทำอย่างไร
ขอลดได้ ตามคำสั่ง ท.ป.81/2542 ข้อ 14–17 ต้องทำคำร้องเป็นหนังสือยื่นต่อเจ้าพนักงานประเมินก่อนได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน และต้องไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ถ้ายื่นและชำระภาษีพร้อมกันโดยไม่ได้รับคำเตือนอัตราที่เสียต่ำมาก (0.10% หรือ 0.50% ถ้าชำระภายใน 2 หรือ 7 วันหลังพ้นกำหนด) การลดเป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงาน ไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติ
ให้ Tawan Consultant ช่วยดูแลเรื่องนี้
ทีมบัญชีของ ตะวัน คอนซัลแทนท์ (Tawan Consultant) ช่วยบริษัทตรวจประมาณการ ภ.ง.ด.51 เทียบกับกำไรที่คาดไว้ ตรวจเกณฑ์เหตุอันสมควร ยื่น ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมก่อนครบกำหนด จัดทำหนังสือขอลดเงินเพิ่ม ม.67 ตรี และยื่น ภ.ง.ด.50
- โทร: 096-692-2528
- LINE: @962iwlqe
- ที่อยู่: 34 ซอยเพชรเกษม 28 แยก 16 แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
- เวลาทำการ: จันทร์–ศุกร์ 8:30–17:30
- เว็บไซต์: www.tawanconsultant.com
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ กฎหมายและแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิง
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (6), 67 ทวิ, 67 ตรี, 68 กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5939.html
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 17, 22, 26, 27, 27 ทวิ, 27 ตรี กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5943.html
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 35 (โทษปรับกรณีไม่ปฏิบัติตามมาตรา 17) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5942.html
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.50/2537 ข้อ 1 (กรณีที่ถือว่ามีเหตุอันสมควรตามมาตรา 67 ตรี) https://www.rd.go.th/3597.html
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.152/2558 ข้อ 1–2 (ยกเลิกและแทนที่ข้อ 1 ของ ป.50/2537) https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dn152.pdf
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542 ข้อ 14–17 (การลดเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี) https://www.rd.go.th/3361.html
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.369/2569 (แก้ไขข้อ 14, 15, 17 ของ ท.ป.81/2542) https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/tp369A.pdf
- คำอธิบายวิธีกรอกแบบ ภ.ง.ด.51 (การยื่นแบบ ข้อ 4, 5, 7.1, 7.2, 8 และคำเตือน) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/fileadmin/tax_pdf/cit/2566/Ins51_010566.pdf
- แบบ ภ.ง.ด.51 (ช่องยื่นเพิ่มเติม) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/fileadmin/tax_pdf/cit/2569/230669CIT51.pdf
- ข้อหารือ กค 0706(กม.10)/126 ลงวันที่ 29 มกราคม 2546 https://rd.go.th/24815.html
- ข้อหารือ กค 0706/11035 ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 https://www.rd.go.th/37037.html
- ข้อหารือ กค 0702/2129 ลงวันที่ 18 เมษายน 2567 https://www.rd.go.th/66962.html
- ข้อหารือ กค 0811/ก.1720 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2543 https://www.rd.go.th/24154.html
- ข้อหารือ กค 0811(กม.04)/1198 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2543 https://www.rd.go.th/24053.html
- ข้อหารือ กค 0702/72 ลงวันที่ 5 มกราคม 2561 https://www.rd.go.th/26903.html
- ข้อหารือ 0702/5319 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2558 https://rd.go.th/26173.html
- ข้อหารือ 0702/4591 ลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2558 https://www.rd.go.th/55084.html
- ข้อหารือ กค 0811/6620 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2544 https://www.rd.go.th/25389.html
- ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ฉบับที่ 7) ข้อ 1.2 (2) และข้อ 2 https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/mofexpandfornet7A.pdf
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.98/2543 ข้อ 2 (การรับชำระภาษีบางส่วน) https://www.rd.go.th/3556.html
- เอกสารสัมมนา กรมสรรพากร (กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่) 7–8 สิงหาคม 2566 เรื่อง ภ.ง.ด.51 (เอกสารประกอบการอบรม ไม่ใช่กฎหมาย) https://interweb1.rd.go.th/publish/seminar/training/RD05PND51.pdf
- เอกสารสัมมนา กรมสรรพากร (กองกฎหมาย) 2–4 กรกฎาคม 2562 (เอกสารประกอบการอบรม ไม่ใช่กฎหมาย; ตัวอย่างเหตุอันสมควรอยู่ในสไลด์หน้า 20) https://www.rd.go.th/publish/seminar/Seminar_190702.pdf