ไตรมาสสุดท้ายของปีคือช่วงสำคัญที่สุดในการวางแผนภาษี — ไม่ใช่แค่เตรียมยื่นเอกสาร แต่คือการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างถูกกฎหมายให้เต็มที่ เพื่อไม่เสียภาษีเกินจำเป็นและเลี่ยงข้อผิดพลาดที่นำไปสู่เบี้ยปรับ บทความนี้แยกเป็น 2 ส่วน: SME (นิติบุคคล) และบุคคลธรรมดา
โดย Attarot Teeraworawong — ตะวัน คอนซัลแทนท์
ส่วนที่ 1: วางแผนภาษีสำหรับ SME (นิติบุคคล)
SME (ทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท/ปี) มีเป้าหมายหลักคือบริหารรายได้และค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาสิทธิอัตราภาษีขั้นบันไดที่ต่ำกว่านิติบุคคลทั่วไป
1. บริหารกำไรสุทธิให้ได้อัตราภาษี SME
| กำไรสุทธิ (บาท) | อัตราภาษี SME |
|---|---|
| ไม่เกิน 300,000 | ยกเว้น (0%) |
| เกิน 300,000 – 3,000,000 | 15% |
| เกิน 3,000,000 | 20% |
เทคนิคสิ้นปี: หากคาดว่ากำไรสุทธิจะเกิน 3 ล้านบาทแบบฉิวเฉียด การเร่งค่าใช้จ่ายที่จำเป็นหรือชะลอการรับรู้รายได้บางส่วนไปปีถัดไป (ที่ทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย) อาจช่วยลดภาระภาษีส่วนที่ต้องเสีย 20% ได้
2. ใช้สิทธิหักรายจ่ายพิเศษตามมาตรการรัฐ
- วิจัยและพัฒนา (R&D): อาจหักรายจ่ายได้ 2–3 เท่า
- ฝึกอบรมพนักงาน ที่หน่วยงานรัฐรับรอง: อาจหักได้ 2 เท่า
- บริจาคเพื่อการศึกษา/กีฬา/สถานพยาบาลรัฐ: หักได้ 2 เท่า (ไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิ)
ตรวจสอบมาตรการล่าสุดที่ยังมีผลกับกรมสรรพากรก่อนใช้สิทธิ
3. จัดการหนี้สูญและสินค้าคงเหลือ
ตัดจำหน่ายหนี้สูญ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (หนี้ต้องเกิดจากกิจการและเคยรวมเป็นรายได้แล้ว มีหลักฐานทวงถาม และมีคำอนุมัติจำหน่ายหนี้สูญภายใน 30 วันนับแต่สิ้นรอบบัญชี) เงื่อนไขตามมูลค่าหนี้:
- หนี้ไม่เกิน 200,000 บาท: มีหลักฐานทวงถามแล้วไม่ได้รับชำระ
- หนี้เกิน 200,000 – 2,000,000 บาท: ต้องฟ้องคดีและศาลรับคำฟ้องแล้ว
- หนี้เกิน 2,000,000 บาท: ต้องฟ้อง/บังคับคดีแล้วลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ชำระ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย/เสียชีวิต
ตีราคาสินค้าคงเหลือ ด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) แล้วแต่อย่างใดต่ำกว่า สินค้าที่เสียหาย ล้าสมัย หรือราคาตลาดตกจน NRV ต่ำกว่าทุน สามารถปรับลดมูลค่าและบันทึกผลขาดทุนเป็นรายจ่ายทางภาษีในปีนั้นได้
ส่วนที่ 2: วางแผนภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา
เน้นใช้สิทธิลดหย่อนให้เต็มวงเงินก่อน 31 ธันวาคม (ค่าลดหย่อนตามมาตรา 47 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)
1. ค่าลดหย่อนพื้นฐาน
- ส่วนตัว: 60,000 บาท
- คู่สมรส (ไม่มีเงินได้): 60,000 บาท
- บุตร: 30,000 บาท/คน (บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 = 60,000 บาท/คน)
- เบี้ยประกันสังคม: ตามจ่ายจริง (เพดานปรับตามปีภาษี)
2. กลุ่มการออมและการลงทุน (วางแผนก่อน 31 ธ.ค.)
| รายการ | วงเงินสูงสุด | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|
| ประกันชีวิต + สุขภาพตนเอง | รวมไม่เกิน 100,000 (สุขภาพไม่เกิน 25,000) | กรมธรรม์คุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป |
| ประกันสุขภาพบิดามารดา | ไม่เกิน 15,000 | บิดา/มารดารายได้ไม่เกิน 30,000/ปี |
| RMF | 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 | ถือจนอายุครบ 55 ปี และลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี |
| SSF | 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 | ถือครองไม่น้อยกว่า 10 ปี |
| Thai ESG | 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 | ถือครองไม่น้อยกว่า 8 ปีเต็ม |
| ประกันชีวิตแบบบำนาญ | 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 | — |
3. เงินบริจาค (ใช้ e-Donation)
- บริจาคทั่วไป: ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อน
- บริจาคการศึกษา/กีฬา/สถานพยาบาลรัฐ: หักได้ 2 เท่า (ภายใต้เงื่อนไข และไม่เกิน 10%)
4. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (เช่น Easy E-Receipt)
หากมีมาตรการลดหย่อนจากการซื้อสินค้า/บริการด้วย e-Tax Invoice ในช่วงปลายปี ให้ตรวจวันเริ่ม–สิ้นสุดและวงเงินสูงสุด แล้วเริ่มสะสมใบกำกับภาษีทันที
สรุปสิ่งที่ควรทำก่อนสิ้นปี
- ประเมินกำไร/รายได้ถึงปัจจุบัน เพื่อรู้ภาระภาษีโดยประมาณ
- ตรวจสิทธิลดหย่อนที่ยังไม่ได้ใช้ โดยเฉพาะการออม/ลงทุน
- รวบรวมใบเสร็จ ใบกำกับภาษี ใบรับรองหน่วยลงทุน ให้เป็นระบบ เตรียมยื่นต้นปีถัดไป
อ่านต่อ
เนื้อหาอ้างอิงประมวลรัษฎากร กฎกระทรวงฉบับที่ 186 และกรมสรรพากร เพดานลดหย่อนบางรายการปรับตามปีภาษี — ตรวจสอบล่าสุดที่ rd.go.th หรือโทร 1161