เงินได้ต่างประเทศ ถิ่นที่อยู่ และการนำเงินเข้าไทย เสียภาษีเมื่อไร

เงินได้ต่างประเทศ นำเข้าไทย ถิ่นที่อยู่ 180 วัน ก่อน/หลังปี 2567 — ตะวัน คอนซัลแทนท์
พื้นฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เงินได้จากต่างประเทศ ถิ่นที่อยู่ และการนำเงินเข้าไทย ต้องเสียภาษีเมื่อไร

หลายคนทำงานให้บริษัทต่างประเทศ ถือหุ้นหรือกองทุนในต่างประเทศ หรือมีค่าเช่าและเงินปันผลจากต่างประเทศ แล้วสงสัยว่าเมื่อโอนเงินกลับไทยต้องเสียภาษีหรือไม่ คำตอบขึ้นกับ 3 เรื่อง คือเงินได้นั้นมาจากแหล่งไหน คุณเป็น “ผู้อยู่ในประเทศไทย” ตามกฎหมายหรือเปล่า และเงินได้นั้นเกิดขึ้นเมื่อไร เพราะกติกาเปลี่ยนไปตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 บทความนี้อธิบายแบบเข้าใจง่ายสำหรับเจ้าของกิจการและผู้มีเงินได้ทั่วไป

สรุปสั้นใน 30 วินาที

  • เงินได้ที่มีแหล่งในไทย (ทำงานในไทย กิจการของนายจ้างในไทย ทรัพย์สินในไทย) ต้องเสียภาษีเสมอ ไม่ว่าจะจ่ายในหรือนอกประเทศ
  • เงินได้จากต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเมื่อคุณเป็น “ผู้อยู่ในประเทศไทย” (อยู่ไทยรวมถึง 180 วันในปีภาษี) และนำเงินได้นั้นเข้ามาในไทย
  • ตั้งแต่เงินได้ที่เกิดวันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป นำเข้ามาปีไหนก็ต้องรวมคำนวณภาษีในปีที่นำเข้า ไม่ใช่ “นำเข้าคนละปีแล้วไม่ต้องเสีย” เหมือนแนวปฏิบัติเดิม
  • เงินได้ที่เกิดก่อน 1 มกราคม 2567 ยังไม่ถูกเก็บภาษี แม้นำเข้าหลังจากนั้น
  • เงินต้นที่โอนไปลงทุนแล้วโอนกลับไม่ใช่เงินได้ แต่ต้องเก็บหลักฐานให้แยกได้
หลักการจัดเก็บภาษี

3 หลักการจัดเก็บภาษี: แหล่งเงินได้ ถิ่นที่อยู่ และสัญชาติ

ประเทศต่าง ๆ เลือกเก็บภาษีด้วยหลักที่ต่างกัน ประเทศไทยใช้สองหลักแรกกับบุคคลธรรมดา ส่วนหลักสัญชาติไม่ได้ใช้

มาตรา 41 วรรคหนึ่ง

1. หลักแหล่งเงินได้ (Source)

ถ้าเงินได้มาจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในไทย จากกิจการของนายจ้างในไทย หรือจากทรัพย์สินที่อยู่ในไทย ก็ต้องเสียภาษีในไทย ไม่ว่าผู้รับจะอยู่ที่ไหนและไม่ว่าจะจ่ายเงินในหรือนอกไทย

“…เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ”ประมวลรัษฎากร มาตรา 41 วรรคหนึ่ง
มาตรา 41 วรรคสองและวรรคสาม

2. หลักถิ่นที่อยู่ (Residence)

ถ้าคุณเป็น “ผู้อยู่ในประเทศไทย” ไทยมีสิทธิเก็บภาษีจากเงินได้ที่มาจากต่างประเทศด้วย แต่เก็บเมื่อมีการนำเงินได้นั้นเข้ามาในไทย

“ผู้อยู่ในประเทศไทยมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้เมื่อนำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย”ประมวลรัษฎากร มาตรา 41 วรรคสอง
มาตรา 41 / มาตรา 66

3. หลักสัญชาติ (Nationality)

บุคคลธรรมดา: ไทยไม่ได้ใช้สัญชาติเป็นเกณฑ์ กรมสรรพากรระบุว่าการเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยพิจารณาจากจำนวนวัน “ไม่คำนึงถึงสัญชาติหรือเชื้อชาติ” คนสัญชาติไทยที่ไปอยู่ต่างประเทศและไม่เข้าเกณฑ์ 180 วัน จึงไม่ต้องเสียภาษีจากเงินได้ต่างประเทศเพียงเพราะถือสัญชาติไทย ส่วนบางประเทศมีระบบเก็บภาษีตามสัญชาติ ซึ่งเป็นเรื่องของกฎหมายประเทศนั้น

นิติบุคคล: ใช้การพิจารณาตามที่ตั้งและกิจการ ตามมาตรา 66 บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนบริษัทต่างประเทศที่ทำกิจการในไทย เสียภาษีเฉพาะกำไรสุทธิจากกิจการในไทย

นิติบุคคลไทยกับรายได้ทั่วโลก: ตัวบทมาตรา 66 ไม่ได้ใช้คำว่า “รายได้ทั่วโลก” โดยตรง แต่การตีความว่าบริษัทไทยเสียภาษีจากรายได้ทั่วโลกเป็นผลจากมาตรา 66 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 65 หากบริษัทของคุณมีรายได้จากต่างประเทศ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นรายกรณี

มาตรา 70 และ 70 ทวิ มักถูกเข้าใจผิด: มาตรา 70 ไม่ได้เกี่ยวกับการจ่ายเงินไปต่างประเทศทั่วไป แต่ว่าด้วยนิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในไทย แต่ได้รับเงินได้ตามมาตรา 40 (2) ถึง (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ผู้จ่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและนำส่งภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่าย ส่วนการจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทยอยู่ที่มาตรา 70 ทวิ

เปรียบเทียบ: ผู้อยู่ในไทย กับ ผู้ไม่อยู่ในไทย

ประเภทผู้มีเงินได้เงินได้แหล่งในไทยเงินได้แหล่งต่างประเทศ
ผู้อยู่ในประเทศไทย (อยู่รวม 180 วันขึ้นไปในปีภาษี)ต้องเสียภาษีต้องเสียภาษีเมื่อนำเข้ามาในประเทศไทย
ผู้ไม่อยู่ในประเทศไทย (ต่ำกว่า 180 วัน)ต้องเสียภาษีไม่ต้องเสียภาษี แม้นำเข้าไทย (ไทยไม่มีสิทธิจัดเก็บ)

ตัวอย่างจากกรมสรรพากร: ผู้ที่อยู่ในไทย 65 วัน โอนค่าเช่าจากต่างประเทศเข้าไทยในปีเดียวกัน ไม่ต้องเสียภาษี เพราะไม่ใช่ผู้อยู่ในประเทศไทยขณะที่เงินได้เกิดขึ้น

เกณฑ์ 180 วัน

นับ 180 วันอย่างไร จึงเป็น “ผู้อยู่ในประเทศไทย”

เกณฑ์นี้ไม่เกี่ยวกับสัญชาติ ใครก็ตามที่อยู่ไทยครบจำนวนวัน ถือเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยทั้งสิ้น

“ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะรวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีปีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย”ประมวลรัษฎากร มาตรา 41 วรรคสาม
  • นับตามปีภาษี คือปีปฏิทิน 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม
  • นับรวมได้หลายช่วง จะอยู่ต่อเนื่องหรือแยกหลายครั้งก็นับรวมกัน
  • ไม่ข้ามปี นับแยกเป็นรายปี ไม่นำวันของปีก่อนมารวม
  • ไม่ดูสัญชาติ คนไทยและคนต่างชาติใช้เกณฑ์เดียวกัน
จำนวนวันที่อยู่ในไทยผล
366 วันเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย
184 วันเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย
179 วันไม่ใช่ผู้อยู่ในประเทศไทย
อยู่ต่อเนื่อง 250 วัน คาบเกี่ยวสองปี แบ่งเป็นปีแรก 100 วัน ปีถัดไป 150 วันไม่ใช่ผู้อยู่ในประเทศไทยทั้งสองปี เพราะแต่ละปีไม่ถึง 180 วัน

ตัวอย่างข้างต้นเป็นตัวอย่างของกองกฎหมาย กรมสรรพากร

เศษของวัน (วันเดินทางเข้าและออก): กรมสรรพากรยังไม่มีแนวปฏิบัติชัดเจน — ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ระหว่างนี้ควรเก็บหลักฐานการเดินทางไว้ เช่น ตราประทับหนังสือเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน และบันทึกการเข้าออกประเทศ เพื่อพิสูจน์จำนวนวันได้เมื่อถูกสอบถาม

กฎเก่า vs กฎใหม่

การนำเงินได้จากต่างประเทศเข้าไทย: ก่อนปี 2567 vs ตั้งแต่ปี 2567

จุดเปลี่ยนสำคัญคือคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 ซึ่งเปลี่ยนจาก “นำเข้าปีเดียวกับที่เงินได้เกิด” เป็น “นำเข้าปีไหนก็เสียภาษีปีนั้น”

เรื่องก่อนปี 2567 (แนวปฏิบัติเดิม)ตั้งแต่ปี 2567 (ป.161/2566 และ ป.162/2566)
ที่มาหนังสือกรมสรรพากร ที่ กค.0802/696 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2530 (อ้างตามแหล่งทุติยภูมิ ยังไม่เห็นต้นฉบับ)ป.161/2566 สั่งวันที่ 15 กันยายน 2566 เริ่มใช้กับเงินได้ที่นำเข้ามาในไทยตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 และ ป.162/2566 สั่งวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566
นำเข้าในปีเดียวกับที่เงินได้เกิดผู้อยู่ในไทยรวม 180 วัน ต้องเสียภาษีต้องเสียภาษีในปีที่นำเข้า
นำเข้าคนละปีกับที่เงินได้เกิดไม่ต้องนำมายื่นต้องนำมารวมคำนวณภาษีในปีที่นำเข้า (ถ้าเงินได้เกิดตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 และเกิดในปีที่เป็นผู้อยู่ในไทย)
เงินได้ที่เกิดก่อน 1 มกราคม 2567เป็นไปตามแนวปฏิบัติเดิมไม่ต้องเสียภาษี แม้นำเข้าหลังปี 2567 (ตาม ป.162/2566)

ป.161/2566 ยกเลิกระเบียบ คำสั่ง หนังสือตอบข้อหารือ หรือทางปฏิบัติใดที่ขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ สื่อบางแห่งเรียกแนวปฏิบัติเดิมว่า “เกณฑ์ 37 ปี” ข้อมูลนี้มาจากสื่อ ไม่ใช่จากตัวคำสั่ง

ข้อความสำคัญในคำสั่ง

“…และได้นำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีใดก็ตาม ให้บุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องนำเงินได้พึงประเมินนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ตามมาตรา 48 แห่งประมวลรัษฎากร ในปีภาษีที่ได้นำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย”คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.161/2566 ข้อ 1
“ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567”คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.162/2566 (เพิ่มวรรคสองของข้อ 1 ใน ป.161/2566)

ข้อสังเกต: ข้อ 3 ของ ป.161/2566 พูดถึงเงินได้ที่ “นำเข้า” ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 ส่วนถ้อยคำในเอกสารถาม-ตอบของกรมสรรพากรใช้คำว่า “เกิดขึ้นและนำเข้า” ให้ยึดตัวคำสั่งและวรรคสองของข้อ 1 ที่เพิ่มโดย ป.162/2566 เป็นหลัก

ตัวอย่างประกอบ

ตัวอย่าง ก

เงินได้เกิดในปี 2566 นำเข้าไทยในปี 2568

ไม่ต้องเสียภาษี เพราะเงินได้เกิดก่อน 1 มกราคม 2567 จึงยังใช้แนวปฏิบัติเดิม (นำเข้าคนละปีกับที่เกิด) ตาม ป.162/2566 (ตัวอย่างของกรมสรรพากร: ค่าที่ปรึกษาต่างประเทศปี 2565 โอนเข้าปี 2567 ไม่ต้องเสียภาษี)

ตัวอย่าง ข

เงินได้เกิดในปี 2567 ขณะเป็นผู้อยู่ในไทย (อยู่ไทย 180 วันขึ้นไป) และนำเข้าไทยในปี 2568

ต้องนำมารวมคำนวณภาษีในปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่นำเข้า (ตัวอย่างของกรมสรรพากร: เงินปันผลต่างประเทศปี 2567 นำเข้าปี 2568 รวมคำนวณภาษีปี 2568)

ตัวอย่าง ค

อาศัยและทำงานในต่างประเทศมาหลายปี (ไม่ได้อยู่ไทยถึง 180 วันในปีเหล่านั้น) แล้วย้ายกลับไทยในปี 2567 นำเงินสะสมเข้ามา

ไม่ต้องเสียภาษี เพราะเงินสะสมมาจากเงินได้ที่เกิดในปีที่ไม่ได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย (ตัวอย่างของกรมสรรพากร: คนไทยไปอยู่ประเทศจีนตั้งแต่ปี 2550 แล้วย้ายกลับไทยปี 2567)

กรณีที่ไม่เป็นผู้อยู่ในไทยในปีที่นำเข้า: ตัวคำสั่ง ป.161/2566 ผูกหน้าที่เสียภาษีกับการเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยในปีที่เงินได้เกิดขึ้น และให้เสียภาษีในปีที่นำเข้า ส่วนกรณีที่คุณเป็นผู้อยู่ในไทยตอนเงินได้เกิด แต่ไม่ได้เป็นผู้อยู่ในไทยแล้วในปีที่นำเข้า กรมสรรพากรยังไม่มีแนวปฏิบัติชัดเจน — ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนโอนเงิน

ประเด็นปฏิบัติ

เงินต้น vs เงินได้ และสิ่งที่ต้องระวังเมื่อนำเงินเข้า

เงินต้นไม่ใช่เงินได้

โอนเงินลงทุนไปต่างประเทศแล้วโอนกลับ ไม่ใช่เงินได้พึงประเมิน ไม่ต้องเสียภาษี ถ้าฝากเงินในต่างประเทศ เงินต้นไม่ต้องเสียภาษี เสียเฉพาะดอกเบี้ยที่นำเข้า

นำเข้าได้ทุกช่องทาง

“นำเข้า” หมายถึงการกระทำด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อนำเงินได้นั้นเข้ามาในไทย เช่น โอนผ่านบัญชีธนาคาร โอนผ่านระบบออนไลน์ หรือนำเงินได้ติดตัวเข้ามา

กำไรที่ยังไม่ได้ขายไม่ใช่เงินได้

กำไรจากการขายหุ้นต่างประเทศคำนวณเป็นรายธุรกรรม คือราคาขายลบราคาทุน ณ วันที่ได้มา กำไรที่ยังไม่ขาย (unrealized) ไม่ถือเป็นเงินได้

เงินที่นำเข้าปะปนกัน

ถ้านำเข้าเงินที่มีทั้งส่วนเงินต้นและเงินได้ กรมสรรพากรตอบว่าผู้เสียภาษีมีหน้าที่ประเมินตนเองตามข้อเท็จจริง ว่าเงินที่นำเข้าเป็นส่วนของเงินได้หรือเงินลงทุน ดังนั้นควรแยกบัญชีให้ชัดเจน

ประเภทเงินได้ที่พบบ่อย

เงินได้ตามมาตรา 40 เช่น เงินเดือนจากต่างประเทศเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) ดอกเบี้ยและเงินปันผลเป็นมาตรา 40 (4) (ก) และ (ข) กำไรจากการขายหุ้นเป็นมาตรา 40 (4) (ช) ส่วนเงินได้ที่ประมวลรัษฎากรให้ยกเว้น เช่น มรดก หรือเงินอุปการะจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสส่วนที่ไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อปีภาษี ไม่ต้องนำมาเสียภาษี

รายได้จาก YouTube AdSense หรือแพลตฟอร์มต่างประเทศอื่น ดูแนวทางเฉพาะได้ที่ภาษีรายได้ครีเอเตอร์จากแพลตฟอร์มต่างประเทศ

ยังไม่มีแนวปฏิบัติชัดเจน: สำหรับเงินดิจิทัล (คริปโต) ในต่างประเทศ และการใช้บัตรเครดิตหรือใช้จ่ายต่างประเทศที่ชำระจากเงินในไทย กรมสรรพากรยังไม่มีแนวปฏิบัติชัดเจนในเอกสารที่เราตรวจ — ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

วิธีคำนวณและอัตราแลกเปลี่ยน

นำเงินได้ที่นำเข้ามารวมกับเงินได้อื่นในปีที่นำเข้า คำนวณตามมาตรา 48 และเทียบกับวิธีคำนวณภาษีขั้นต่ำ 0.5% ตามมาตรา 48 (2) ด้วย (ใช้เมื่อมีเงินได้ตามมาตรา 40 (2) ถึง (8) ตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป) ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่นำเงินได้เข้ามาในไทย (อัตราซื้อของธนาคารพาณิชย์ หรืออัตราอ้างอิงถัวเฉลี่ยรายวันของ ธปท. ตามเอกสารวิทยากร ASCO)

เก็บหลักฐานอะไรไว้บ้าง

รายการต่อไปนี้มาจากเอกสารวิทยากร ASCO เป็นแนวทางที่แนะนำ ไม่ใช่ข้อบังคับของกรมสรรพากร

  • ประเภทและจำนวนเงินได้
  • จำนวนและวันที่นำเข้า
  • อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้
  • ภาษีที่เสียไปในต่างประเทศ
  • ประเทศแหล่งเงินได้
  • ปีที่เงินได้เกิดขึ้น
ภาษีซ้อน

เครดิตภาษีต่างประเทศและอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA)

ถ้าเงินได้ก้อนเดียวกันถูกเก็บภาษีทั้งในต่างประเทศและในไทย คุณอาจนำภาษีที่เสียไว้ในต่างประเทศมาเครดิตได้

ผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในไทย (อยู่ไทย 180 วันขึ้นไป) สามารถนำภาษีที่เสียไว้ในต่างประเทศมาเครดิตกับภาษีที่ต้องเสียในไทย ในปีภาษีที่นำเงินได้เข้ามาในไทย ตามข้อบทแห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยเป็นคู่สัญญากับประเทศนั้น ปัจจุบันไทยมีอนุสัญญาดังกล่าว 61 ฉบับ (ตามข้อมูลที่เผยแพร่ปี 2567)

เงื่อนไข

ต้องเป็นภาษีซ้ำซ้อนจากเงินได้จำนวนเดียวกัน และเป็นไปตามอนุสัญญาที่ไทยทำไว้กับประเทศนั้น

เพดานเครดิต

เครดิตต้องไม่เกินจำนวนที่น้อยกว่าระหว่าง (ก) ภาษีที่เสียในต่างประเทศ หรือ (ข) ภาษีไทยที่เกิดจากเงินได้นั้น

คำนวณรายการต่อรายการ

คำนวณเป็นแต่ละรายการเงินได้ (item by item) และภาษีต่างประเทศที่คิดจากเงินได้ที่ไทยยกเว้น จะนำมาเครดิตไม่ได้

ประเทศที่ไม่มีอนุสัญญากับไทย: กรมสรรพากรยังไม่มีแนวปฏิบัติชัดเจนที่เราตรวจพบ — ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ข้อยกเว้นและร่างกฎหมาย

วีซ่า LTR และร่างยกเว้น “นำเข้าภายใน 2 ปีภาษี”

พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 743 พ.ศ. 2565

ผู้ถือวีซ่า LTR

พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ให้ไว้เมื่อ 21 พฤษภาคม 2565 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 23 พฤษภาคม 2565 มาตรา 5 ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแก่คนต่างด้าวกลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ และกลุ่มทำงานจากประเทศไทย ที่ได้รับการตรวจลงตราประเภท LTR สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 จากงานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือจากทรัพย์สินในต่างประเทศ ที่นำเข้ามาในไทย

ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศ (มาตรา 6) และหากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในปีภาษีใด สิทธิจะระงับเฉพาะปีภาษีนั้น (มาตรา 7)

กลุ่มทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ LTR

มาตรา 3 และ 4 ของพระราชกฤษฎีกาฉบับเดียวกันเป็นเรื่องกลุ่มทักษะเชี่ยวชาญพิเศษที่ทำงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งให้หักภาษี ณ ที่จ่ายเงินได้จากการจ้างแรงงานของบริษัทในอุตสาหกรรมเป้าหมายในอัตราคงที่ 17% (เมื่ออัตราปกติสูงกว่า) และเลือกไม่นำเงินได้นั้นมารวมคำนวณภาษีได้ หากไม่ขอคืนภาษีที่ถูกหักไว้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด และกลุ่มนี้ไม่ได้รับยกเว้นเงินได้ต่างประเทศตามมาตรา 5

ร่างยกเว้น “นำเข้าภายใน 2 ปีภาษี” (ร่าง ยังไม่มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ค้นคว้า)

มีข่าวว่ากรมสรรพากรอยู่ระหว่างยกร่างกฎกระทรวงผ่อนปรน (ต้องผ่านคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา) โดยเงินได้ต่างประเทศที่เกิดตั้งแต่ปี 2567 หากนำเข้าในปีที่เกิดหรือปีถัดไป (ภายใน 2 ปีภาษี) จะได้รับยกเว้น ตัวอย่างจากสื่อ: เงินได้ที่เกิดปี 2568 หากนำเข้าภายในสิ้นปี 2569 จะได้รับยกเว้น

ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่เราค้นคว้า แหล่งข้อมูลทุติยภูมิรายงานว่ายังเป็นร่าง ไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ล่าสุดที่พบคือ 25 กันยายน 2569) และเราไม่พบรายการกฎหมายนี้ในหน้ากฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากรด้วย ซึ่งสอดคล้องกับว่ายังไม่ประกาศใช้ แต่ไม่ใช่การยืนยันเด็ดขาด ก่อนวางแผนโอนเงิน กรุณาตรวจสถานะล่าสุดในราชกิจจานุเบกษาและเว็บไซต์กรมสรรพากรอีกครั้ง อย่าใช้ร่างนี้เป็นเหตุผลชะลอการยื่นภาษีที่มีหน้าที่ตามกฎหมายอยู่แล้ว

การยื่นแบบ

ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 / 91 เมื่อไร

เงินได้ต่างประเทศที่นำเข้าในปีภาษีใด ให้รวมในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษีนั้น (ดูว่าใครต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91)

ปีภาษียื่นแบบกระดาษยื่นออนไลน์
2568ภายใน 31 มีนาคม 2569ถึง 8 เมษายน 2569 (ครบกำหนดแล้ว)
2569ยื่นต้นปี 2570 ยังไม่ประกาศวันที่แน่นอน โดยทั่วไปกำหนดคือภายในสิ้นเดือนมีนาคมของปีถัดไป และมักขยายเวลาออนไลน์ได้ ตรวจกำหนดล่าสุดกับกรมสรรพากรอีกครั้ง

ข้อมูลกำหนดยื่นปีภาษี 2568 อ้างอิงจากสำนักประชาสัมพันธ์ (prd.go.th) หากยื่นเกินกำหนดอาจมีเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ ลองประมาณด้วยเครื่องคำนวณค่าปรับภาษียื่นล่าช้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

นำเงินได้ต่างประเทศเข้าไทยแล้ว ต้องเสียภาษีเท่าไร?

เมื่อรู้แล้วว่าเงินก้อนไหนต้องนำมารวมคำนวณ ใส่ตามประเภทเงินได้ใน เครื่องคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 ระบบจะคำนวณภาษีทั้งปี และให้ใส่ภาษีที่ถูกหักไว้แล้วได้

อ่านต่อ

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องเงินได้จากต่างประเทศ

โอนเงินเดือนจากบริษัทต่างประเทศเข้าไทย ต้องเสียภาษีไหม

ต้องเสียภาษีถ้าคุณเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย คืออยู่ไทยรวม 180 วันขึ้นไปในปีภาษีที่เงินได้เกิด เงินเดือนต่างประเทศเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) และเมื่อนำเข้ามาในไทยตั้งแต่ปี 2567 ต้องรวมคำนวณภาษีในปีที่นำเข้า แต่ถ้าอยู่ไทยไม่ถึง 180 วัน ไม่ต้องเสียภาษีจากเงินได้ต่างประเทศนั้น

อยู่ไทย 179 วัน ต้องเสียภาษีเงินได้ต่างประเทศไหม

ไม่ต้อง เพราะ 179 วันไม่ถึงเกณฑ์ 180 วันจึงไม่ใช่ผู้อยู่ในประเทศไทย ตามตัวอย่างของกรมสรรพากร แต่หากมีเงินได้แหล่งในไทย ยังต้องเสียภาษีตามปกติ

เงินที่โอนไปลงทุนแล้วโอนกลับ ต้องเสียภาษีไหม

เงินต้นไม่ใช่เงินได้พึงประเมิน จึงไม่ต้องเสียภาษี เสียเฉพาะส่วนที่เป็นเงินได้ เช่น ดอกเบี้ยหรือกำไร ถ้านำเข้าแบบปะปนกัน ผู้เสียภาษีต้องประเมินตนเองตามข้อเท็จจริงว่าส่วนไหนเป็นเงินได้ จึงควรเก็บหลักฐานแยกบัญชีไว้

รับเงินปันผลต่างประเทศปี 2567 แต่ยังไม่โอนกลับไทย ต้องเสียภาษีไหม

ยังไม่ต้อง เพราะภาษีเกิดเมื่อมีการนำเงินได้เข้ามาในไทย แต่เมื่อนำเข้ามาในปีไหน ต้องรวมคำนวณภาษีในปีที่นำเข้านั้น ตัวอย่างของกรมสรรพากร: เงินปันผลต่างประเทศปี 2567 นำเข้าปี 2568 รวมคำนวณภาษีปี 2568

เงินได้ต่างประเทศปี 2566 โอนเข้าไทยปี 2568 ต้องเสียภาษีไหม

ไม่ต้อง เพราะตามคำสั่ง ป.162/2566 คำสั่ง ป.161/2566 ไม่ใช้บังคับกับเงินได้ที่เกิดขึ้นก่อน 1 มกราคม 2567

เสียภาษีในต่างประเทศไปแล้ว ต้องเสียซ้ำในไทยหรือไม่

อาจนำภาษีที่เสียในต่างประเทศมาเครดิตได้ ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยทำไว้กับประเทศนั้น (61 ฉบับ ตามข้อมูลที่เผยแพร่ปี 2567) แต่เครดิตต้องไม่เกินจำนวนที่น้อยกว่าระหว่างภาษีที่เสียในต่างประเทศ กับภาษีไทยที่เกิดจากเงินได้นั้น

ร่างกฎกระทรวงให้นำเข้าภายใน 2 ปีภาษีได้ยกเว้น ใช้ได้แล้วหรือยัง

ยังไม่มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 แหล่งข้อมูลรายงานว่ายังเป็นร่าง ไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ควรตรวจสถานะล่าสุดในราชกิจจานุเบกษาและเว็บไซต์กรมสรรพากรก่อนตัดสินใจ

อ้างอิง

อ้างอิงข้อกฎหมายและแหล่งข้อมูล

  1. ประมวลรัษฎากร มาตรา 41: rd.go.th/5937.html
  2. ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ถึง 76 (รวมมาตรา 66, 70, 70 ทวิ): rd.go.th/5939.html
  3. คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.161/2566 (15 กันยายน 2566): dn161A.pdf
  4. คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.162/2566 (20 พฤศจิกายน 2566): dn162A.pdf
  5. ถาม-ตอบ กองกฎหมาย กรมสรรพากร เรื่อง ป.161 และ ป.162: question_p161_162.pdf
  6. พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 743 พ.ศ. 2565 (LTR): dc743.pdf
  7. เอกสารวิทยากร ASCO เรื่องมาตรา 41 วรรคสอง และ ป.161-162/2566: asco.or.th
  8. แนวปฏิบัติเดิม (ที่ กค.0802/696 อ้างตามแหล่งทุติยภูมิ): Bangkok Biz News
  9. สถานะร่างยกเว้นนำเข้าภายใน 2 ปีภาษี (แหล่งทุติยภูมิ): ThaiLawOnline, Brer Rabbit Legal
  10. กำหนดยื่น ภ.ง.ด.90/91 ปีภาษี 2568: prd.go.th
  11. รายการกฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากร: rd.go.th/21221.html

มีเงินได้จากต่างประเทศ และไม่แน่ใจว่าต้องยื่นอย่างไร

ทีมตะวัน คอนซัลแทนท์ ช่วยตรวจสถานะถิ่นที่อยู่ ประเมินว่าเงินที่นำเข้าเป็นเงินต้นหรือเงินได้ จัดเตรียมหลักฐาน และวางแผนการยื่นภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ทัก LINE

ข้อสงวนสิทธิ์: ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะกรณี กฎหมายและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

บทความล่าสุด

ทีมงานมืออาชีพด้านบัญชีและภาษี
ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีของเรา

ยินดีให้บริการ

บริการของเรา

ให้คำปรึกษาด้านการทำบัญชีและภาษีเฉพาะกิจการ

ที่ปรึกษาเฉพาะคุณ

"ข้อมูลบัญชีบอกผลการดำเนินงาน”

เราวิเคราะห์ตัวเลขที่เกิดขึ้น ให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจในอนาคต ในทุกเรื่องของธุรกิจ ให้ธุรกิจเติบโต

HOW WE'RE DIFFERENT

TAWAN CONSULTANT

ผู้จัดทำบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชีมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการทำงานมามากกว่า 10 ปี

ทีมงานสำนักงานบัญชีกำลังให้คำปรึกษาลูกค้าเพื่อวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย
5+

ผู้เชี่ยวชาญ

51+

ลูกค้าของเรา

1+

บริษัทในเครือเรา

ABOUT US

เราคือโอกาสให้คุณมีเวลากลับไปทำในสิ่งที่ธุรกิจคุณถนัดที่สุด ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเติบโตอย่างมั่นคง

เราเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มุ่งมั่นให้บริการธุรกิจ SME ทั่วประเทศ เราดูแลด้านบัญชีเพื่อลดภาระการจัดการตัวเลขของคุณ ในขณะที่คุณสามารถโฟกัสกับการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ บริการของเรายืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับประเภทและขนาดธุรกิจของคุณ