ของขวัญปีใหม่ ค่ารับรอง งานเลี้ยงพนักงาน บริษัทหักรายจ่ายได้เท่าไร: เพดาน 0.3% ของขวัญคนละ 2,000 บาท ภาษีซื้อ และภาษีของพนักงาน

ของขวัญปีใหม่ ค่ารับรอง งานเลี้ยงพนักงาน หักได้แค่ไหน — ตะวัน คอนซัลแทนท์

ของขวัญและงานเลี้ยงปีใหม่ที่จ่ายให้ ลูกค้า เป็น "ค่ารับรอง" ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) ซึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ 222 (พ.ศ. 2542) บริษัทหักเป็นรายจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง แต่รวมกันทั้งรอบบัญชีต้องไม่เกิน 0.3% ของรายได้หรือของทุนชำระแล้ว แล้วแต่อย่างใดมากกว่า และสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ของที่ให้เป็นของขวัญต้องไม่เกิน คนละ 2,000 บาทต่อครั้ง ส่วนที่เกินเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (4) ต้องบวกกลับใน ภ.ง.ด.50

ส่วนงานเลี้ยงและของขวัญให้ พนักงานของบริษัทเอง ไม่ใช่ค่ารับรองตามกฎกระทรวงนี้ เพราะข้อ 2 กำหนดว่าผู้ได้รับการรับรองต้องไม่ใช่ลูกจ้าง จึงเป็น "สวัสดิการ" ที่หักได้ตามปกติถ้ามีระเบียบและให้พนักงานทุกคน แต่ต้องดูต่อว่าพนักงานมีเงินได้ต้องเสียภาษีหรือไม่ และภาษีซื้อขอคืนได้หรือไม่ เพราะสองเรื่องนี้ตอบไม่เหมือนกับกรณีลูกค้า

สรุปสั้นที่สุด: แยกเงินปีใหม่เป็นสามกอง (1) ลูกค้า = ค่ารับรอง หักได้ไม่เกิน 0.3% (สูงสุด 10 ล้านบาท) ของขวัญไม่เกินคนละ 2,000 บาทต่อครั้ง ภาษีซื้อขอคืนไม่ได้ (ม.82/5 (4)) แต่ถือเป็นรายจ่ายได้ · (2) พนักงาน = สวัสดิการ ไม่เข้าเพดาน 0.3% ถ้ามีระเบียบและให้ทุกคน ภาษีซื้อขอคืนได้ตามข้อหารือ กค 0706/9052 · (3) แจกสินค้าของบริษัทเอง = ถือเป็นการขายตามมาตรา 77/1 (8) ต้องเสีย VAT จากราคาตลาด เว้นปฏิทิน สมุดบันทึก และของชำร่วยที่มีชื่อบริษัทซึ่งราคาไม่เกินสมควร

บทความนี้ลงลึกเฉพาะช่วงปีใหม่ ถ้าอยากเห็นภาพรวมรายจ่ายต้องห้ามทั้งหมดของบริษัท SME ให้อ่านต่อที่ ค่าใช้จ่ายอะไรหักได้ อะไรเป็นรายจ่ายต้องห้าม สำหรับบริษัท SME

1. แยกให้ถูกก่อนว่าใครเป็นผู้รับ: ลูกค้า พนักงาน หรือผู้ที่ได้รับสินค้าแจก

คำถามที่ทำให้ตอบผิดมากที่สุดคือเอาทุกอย่างไปรวมเป็น "ค่ารับรอง" ทั้งที่กฎหมายปฏิบัติต่างกันตามตัวผู้รับ ตารางนี้ใช้เป็นจุดเริ่มต้น

ผู้รับ ลักษณะรายจ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล VAT
ลูกค้า คู่ค้า ผู้มีอำนาจซื้อ กระเช้า ของขวัญ อาหาร เลี้ยงรับรอง ค่ารับรอง ตามกฎกระทรวง 143 ข้อ 2-5 เพดาน 0.3% ภาษีซื้อต้องห้าม ม.82/5 (4)
พนักงานของบริษัท งานเลี้ยงปีใหม่ ของขวัญ จับฉลาก สวัสดิการ หักได้ ถ้าเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการและมีระเบียบ ขอคืนภาษีซื้อได้ถ้าเป็นสวัสดิการทุกคน
ผู้บริโภคหรือลูกค้าทั่วไป แจกสินค้าของบริษัท ส่งเสริมการขาย ต้นทุนสินค้าเป็นค่าใช้จ่ายการขาย การแจกเข้าลักษณะ "ขาย" ม.77/1 (8)
บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวกับกิจการ เงินสนับสนุนจัดงานปีใหม่ของลูกค้า การให้โดยเสน่หา ต้องห้าม ม.65 ตรี (3) ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ

แถวสุดท้ายมีข้อหารือรองรับ กรมสรรพากรเคยตอบว่าบริษัทที่จ่ายเงินสนับสนุน 20,000 บาท ให้ลูกค้าไปจัดเลี้ยงปีใหม่พนักงานของลูกค้า เป็นการให้โดยเสน่หาและไม่ใช่รายจ่ายเพื่อกิจการโดยเฉพาะ หักไม่ได้ตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) (ข้อหารือ กค 0706/5823 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2550) ดังนั้น "ช่วยค่างานเลี้ยงให้ลูกค้า" เป็นคนละเรื่องกับ "เลี้ยงลูกค้า"

2. ค่ารับรองหักได้เท่าไร: กฎกระทรวง 143 ทีละข้อ

มาตรา 65 ตรี (4) ห้ามนับค่ารับรองหรือค่าบริการ "ส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยกฎกระทรวง" เป็นรายจ่าย หลักเกณฑ์อยู่ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) ซึ่งข้อ 3 (2) และข้อ 4 ถูกแก้ไขโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 222 (พ.ศ. 2542) ใช้กับรอบบัญชีที่เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2542 เงื่อนไขทั้งหมดต้องครบทุกข้อ ไม่ใช่เลือกข้อใดข้อหนึ่ง

ข้อ เงื่อนไข ผลในทางปฏิบัติ
ข้อ 2 จำเป็นตามธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจทั่วไป และผู้ได้รับการรับรองต้องไม่ใช่ลูกจ้างของบริษัท เว้นแต่ลูกจ้างที่มีหน้าที่เข้าร่วมในการรับรองนั้น พนักงานขายที่ไปนั่งโต๊ะเลี้ยงลูกค้าด้วย ค่าอาหารของเขาติดมากับโต๊ะรับรองได้ แต่งานเลี้ยงพนักงานล้วนไม่เข้าข้อนี้
ข้อ 3 (1) เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการรับรองที่อำนวยประโยชน์แก่กิจการ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าดูมหรสพ ค่ากีฬา ค่าเลี้ยงอาหาร ค่าตีกอล์ฟ ลูกค้า ไม่มีเพดานต่อคนในข้อนี้
ข้อ 3 (2) หรือเป็นค่าสิ่งของที่ให้แก่ผู้ได้รับการรับรองไม่เกินคนละ 2,000 บาท ในแต่ละคราวที่มีการรับรอง ของขวัญ กระเช้า ต้องไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนต่อครั้ง
ข้อ 4 หักเท่าที่จ่าย แต่รวมกันไม่เกิน 0.3% ของยอดรายได้หรือยอดขายที่ต้องรวมคำนวณกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายใด ในรอบบัญชี หรือ 0.3% ของทุนที่ได้รับชำระแล้วถึงวันสุดท้ายของรอบบัญชี แล้วแต่จำนวนใดมากกว่า และต้องไม่เกิน 10 ล้านบาท เพดานรวมทั้งปี ครอบคลุมทั้งเลี้ยง ทั้งของขวัญ
ข้อ 5 ต้องมีกรรมการ หุ้นส่วน ผู้จัดการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้อนุมัติหรือสั่งจ่าย และต้องมีใบรับหรือหลักฐานของผู้รับเงิน เว้นแต่ผู้รับเงินไม่มีหน้าที่ต้องออกใบรับตามประมวลรัษฎากร ต้องมีเอกสารอนุมัติ และใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีจากร้าน

มีข้อสังเกตสองข้อที่ผู้อ่านมักเข้าใจคลาดเคลื่อน

  • "ผู้รับรองต้องร่วมด้วย" ไม่มีเขียนไว้ในกฎกระทรวง สิ่งที่ข้อ 2 พูดถึงคือกรณีลูกจ้างของบริษัทเองซึ่งมีหน้าที่เข้าร่วมในการรับรอง และสิ่งที่ข้อ 5 บังคับคือต้องมีผู้มีอำนาจอนุมัติหรือสั่งจ่าย ดังนั้นการส่งกระเช้าไปให้ลูกค้าโดยไม่มีคนของบริษัทไปด้วยก็ยังเป็นค่ารับรองได้ ถ้าครบเงื่อนไขอื่น
  • เพดาน 0.3% เป็นเพดานรวม ไม่ได้แยกเลี้ยงกับของขวัญ บริษัทที่มีทั้งค่าเลี้ยงลูกค้า ค่าตีกอล์ฟ ค่ากระเช้า และของชำร่วย ต้องบวกรวมกันก่อนเทียบกับเพดาน

2.1 เพดานคำนวณอย่างไร: ตัวอย่างสองบริษัท

เพดานเท่ากับค่าที่มากกว่าระหว่าง (ก) 0.3% x ยอดรายได้หรือยอดขายของรอบบัญชี และ (ข) 0.3% x ทุนที่ได้รับชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี แต่ไม่เกิน 10,000,000 บาท ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติ

ตัวอย่าง A: บริษัทค้าขายที่มีรายได้มาก ทุนน้อย

  • รายได้รวมรอบบัญชี 12,000,000 บาท ทุนชำระแล้ว 2,000,000 บาท
  • ค่ารับรองที่บันทึกบัญชีทั้งปี 60,000 บาท (เลี้ยงลูกค้า 35,000 กระเช้า 25,000 โดยทุกรายการเข้าเงื่อนไขข้อ 2, 3, 5)
ขั้นตอน การคำนวณ บาท
เพดานจากรายได้ 12,000,000 x 0.3% 36,000
เพดานจากทุนชำระแล้ว 2,000,000 x 0.3% 6,000
เพดานที่ใช้ (ค่าที่มากกว่า) max(36,000, 6,000) 36,000
ค่ารับรองที่บันทึกบัญชี 60,000
ส่วนที่ต้องบวกกลับ 60,000 – 36,000 24,000

ถ้าบริษัทเสียภาษีในอัตรา 20% ส่วนที่บวกกลับ 24,000 บาท ทำให้ภาษีเพิ่มประมาณ 4,800 บาท (ตัวเลขประมาณ เพราะอัตราจริงขึ้นกับกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นตกอยู่ในช่วงอัตราใดของอัตรา SME หรือเป็นอัตราปกติ 20%) ค่ารับรองส่วนเกินนี้ไม่ใช่เงินที่ผิดกฎหมาย แต่เป็นรายจ่ายที่ภาษีไม่ยอมให้หัก

ตัวอย่าง B: บริษัทที่ทุนสูงกว่ารายได้

  • รายได้ 1,000,000 บาท ทุนชำระแล้ว 5,000,000 บาท
  • เพดานจากรายได้ 3,000 บาท เพดานจากทุน 15,000 บาท ใช้ค่าที่มากกว่าคือ 15,000 บาท

เหตุที่ตัวบทให้เทียบสองฐานก็เพื่อไม่ให้บริษัทที่เพิ่งเปิดซึ่งรายได้ยังน้อยแต่มีทุนมากเสียเปรียบ เพดานสูงสุด 10 ล้านบาท จะถึงได้เมื่อรายได้หรือทุนชำระแล้วอย่างใดอย่างหนึ่งสูงตั้งแต่ราว 3,333 ล้านบาท ขึ้นไป ดังนั้น SME จริงๆ แทบไม่ชนเพดานบนนี้ เพดานที่ SME ชนจริงคือ 0.3%

2.2 ของขวัญเกิน 2,000 บาทต่อคนทำอย่างไร

ข้อ 3 (2) เขียนว่าค่าสิ่งของที่ให้ต้อง "ไม่เกินคนละ 2,000 บาท ในแต่ละคราวที่มีการรับรอง" ตัวบทไม่ได้บอกว่าถ้าเกินแล้วหักได้เฉพาะ 2,000 บาทแรกหรือไม่ ความเห็นของสำนักงานคืออ่านตามตัวอักษร ของขวัญชิ้นที่เกิน 2,000 บาทไม่เข้าข้อ 3 (2) จึงควรถือว่าทั้งชิ้นไม่เข้าเกณฑ์ค่ารับรอง ไม่ใช่ตัดเฉพาะส่วนเกิน ถ้าบริษัทมีนโยบายให้ของขวัญลูกค้าสำคัญเป็นรายการละหลายพันบาท ควรถามผู้ทำบัญชีก่อนซื้อ

มีสองเรื่องที่ต้องระวังเพิ่ม

  1. "คราว" คือแต่ละครั้งที่มีการรับรอง ถ้าให้ของชิ้นเดียวกันแก่คนเดียวกันหลายครั้งในหนึ่งปี แต่ละครั้งพิจารณาแยกกัน แต่ยอดรวมทั้งหมดก็ยังต้องอยู่ในเพดาน 0.3%
  2. เงินสดและบัตรของขวัญ กฎกระทรวงพูดถึง "ค่าสิ่งของ" การให้เงินสดโดยไม่ระบุว่าเป็นค่ารับรองเป็นความเสี่ยงสูง เพราะอาจถูกมองเป็นการให้โดยเสน่หา หรือพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ (มาตรา 65 ตรี (3) และ (18)) เรื่องบัตรกำนัลบริษัทยังไม่มีข้อหารือที่เปิดตรวจ จึงไม่ขอสรุปว่าหักได้หรือไม่

3. ภาษีซื้อของค่ารับรอง: ขอคืนไม่ได้ แต่ลงเป็นรายจ่ายได้

โจทย์จำนวนมากบอกว่าภาษีซื้อค่ารับรองเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตาม "มาตรา 82/5 (6)" เลขวรรคที่ถูกต้องคือ มาตรา 82/5 (4) (ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด) ส่วน (6) เป็นภาษีซื้อที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเรื่องอื่น

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 17 ข้อ 5 ระบุว่าภาษีซื้อต้องห้ามนี้ครอบคลุม

  • (ก) ค่ารับรองหรือค่าบริการ ไม่ว่าจะจ่ายเพื่อรับรองหรือให้บริการแก่บุคคลใด และไม่ว่าจะอำนวยประโยชน์แก่กิจการหรือไม่ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่ามหรสพ ค่าใช้จ่ายเพื่อการกีฬา
  • (ข) ค่าสิ่งของหรือประโยชน์อื่นใดที่ให้แก่บุคคลซึ่งได้รับการรับรองตาม (ก) และบุคคลอื่น

ผลคือกระเช้าที่ซื้อไปให้ลูกค้า 1,000 บาท บวก VAT 70 บาท (อัตราที่เรียกเก็บจริง 7% ตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 807 พ.ศ. 2569) ภาษีซื้อ 70 บาท นำไปหักในแบบ ภ.พ.30 ไม่ได้

แต่ภาษีซื้อ 70 บาทนี้ไม่ได้สูญหายทางภาษีเงินได้ เพราะมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) ห้ามถือภาษีซื้อของบริษัทเป็นรายจ่าย "เว้นแต่" ภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (4) ซึ่งหมายความว่าถือเป็นรายจ่ายได้ จึงบันทึกกระเช้าเป็นค่ารับรอง 1,070 บาท

เรื่องที่ ยังไม่ยืนยัน: ภาษีซื้อส่วนนี้ต้องนับรวมในเพดาน 0.3% ด้วยหรือไม่ ไม่ได้เขียนไว้ตรงๆ ในกฎกระทรวง ความเห็นของสำนักงานคือนับรวมไว้ก่อนเพื่อความระมัดระวัง เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเงินที่จ่ายไปเพื่อรับรอง และตัวอย่างในบทความนี้ก็คำนวณด้วยยอดรวมภาษีซื้อ

4. งานเลี้ยงปีใหม่และของขวัญสำหรับพนักงาน

4.1 ฝั่งบริษัท: เป็นสวัสดิการ ไม่ใช่ค่ารับรอง

กฎกระทรวง 143 ข้อ 2 ตัดลูกจ้างของบริษัทออกจากคำว่า "ผู้ได้รับการรับรอง" งานเลี้ยงที่เลี้ยงพนักงานทุกคนจึงไม่ถูกนับในเพดาน 0.3% กรมสรรพากรเคยตอบว่าบริษัทที่มีระเบียบสวัสดิการเป็นลายลักษณ์อักษรให้พนักงานทุกคน ซึ่งใช้เงินจัดงานเลี้ยงเทศกาลปีใหม่และกิจกรรมของพนักงาน เป็นรายจ่ายเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ไม่ใช่การให้โดยเสน่หา จึงไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) (ข้อหารือ กค 0706/9276 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2548)

เงื่อนไขที่ควรเตรียมไว้ในทางปฏิบัติ

  • มีระเบียบหรือประกาศสวัสดิการเป็นลายลักษณ์อักษร และให้พนักงานทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ
  • มีใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีในนามบริษัท พร้อมรายชื่อผู้เข้าร่วมหรือภาพรวมงาน
  • ถ้างานเลี้ยงรวมลูกค้า ให้แยกส่วนของลูกค้าเป็นค่ารับรองในเพดาน 0.3% ส่วนของพนักงานเป็นสวัสดิการ

4.2 VAT: ขอคืนภาษีซื้อของงานเลี้ยงพนักงานได้ถ้าเป็นสวัสดิการทุกคน

ข้อหารือ กค 0706/9052 (6 กันยายน 2550) ตอบว่า การเลี้ยงอาหารและจับของรางวัลเป็นสวัสดิการให้พนักงานในวันปีใหม่ ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวเนื่องกับสวัสดิการที่ให้พนักงานทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ และกำหนดไว้ชัดเจน เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ ผู้ประกอบการมีสิทธินำภาษีซื้อมาหักตามมาตรา 82/3

ข้อหารือนี้ลงวันที่ 2550 ซึ่งหลังประกาศฉบับที่ 17 (2534) นานมาก จึงเป็นแนวที่ใช้แยกงานเลี้ยงพนักงานออกจากค่ารับรองลูกค้า แต่เป็นแนวของกรมที่ตอบกรณีเฉพาะราย ไม่ใช่ตัวบท ถ้างานเลี้ยงเป็นแบบเลือกเชิญบางคน หรือมีบุคคลภายนอกปนอยู่ ควรให้ผู้ทำบัญชีพิจารณาเป็นรายกรณี

4.3 ฝั่งพนักงาน: ใครต้องเสียภาษีจากงานเลี้ยงและของขวัญ

ผลประโยชน์ที่นายจ้างให้ลูกจ้างจากการจ้างแรงงาน โดยหลักถือเป็น "ประโยชน์เพิ่ม" และเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) เช่น กรมสรรพากรเคยตอบว่าค่าอาหารที่บริษัทจัดให้ ค่ารถรับส่ง ค่านำเที่ยว และเงินรางวัลตอบแทนการทำงานครบกำหนด เป็นเงินได้ มาตรา 40 (1) (ข้อหารือ กค 0706(กม.05)/1705 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2547) แต่ข้อหารือ กค 0706/9276 ที่อ้างข้างต้นแยกไว้ว่า สวัสดิการจัดเลี้ยงในเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นเงินได้ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งได้รับยกเว้นตามมาตรา 42 (10) ในขณะนั้น พนักงานไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษี

ข้อควรระวังเรื่องเลขมาตรา: ตัวบทมาตรา 42 บนเว็บไซต์กรมสรรพากรในปัจจุบัน (10) เหลือเฉพาะเงินได้จากการรับมรดก ส่วนข้อความเรื่องการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีอยู่ใน มาตรา 42 (28) ซึ่งกำหนดให้ยกเว้นเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 10 ล้านบาทตลอดปีภาษี (เมื่อให้จากบุคคลที่ไม่ใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส) บทความนี้จึงอ้าง ม.42 (28) เป็นเลขมาตราปัจจุบัน และอ้าง ม.42 (10) เฉพาะเมื่อเล่าถ้อยคำของข้อหารือเดิม

รายการ พนักงานต้องรวมเป็นเงินได้ 40 (1) หรือไม่ แหล่งอ้างอิง
อาหารในงานเลี้ยงปีใหม่ที่บริษัทจัด ไม่ต้อง ยกเว้นตามแนวข้อหารือ (ปัจจุบัน ม.42 (28); ข้อหารือเขียนเป็น ม.42 (10) เดิม) ข้อหารือ กค 0706/9276
เงินรางวัลหรือโบนัสสิ้นปีที่จ่ายตอบแทนการทำงาน ต้องรวม และบริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายตาม ม.50 (1) ข้อหารือ กค 0706(กม.05)/1705 ข้อ 4
ค่าอาหารกลางวัน ค่ารถรับส่ง ค่านำเที่ยวที่ให้เป็นประจำ ต้องรวม ข้อหารือ กค 0706(กม.05)/1705
ของขวัญ/ของรางวัลจับฉลากในงานปีใหม่ ยังไม่มีข้อหารือที่ตรงกับกรณีนี้ ดูหัวข้อ 4.4 –

4.4 จับฉลากในงานปีใหม่: หักภาษีหรือไม่

ข้อหารือ กค 0706/9052 ที่อ้างข้างต้นกล่าวถึง "จับของรางวัล" แต่ตอบเฉพาะเรื่อง VAT ส่วนเรื่องภาษีเงินได้ของพนักงานที่ได้ของรางวัล ผู้เขียนไม่พบข้อหารือที่ตอบตรงๆ ว่าอยู่ในข้อยกเว้นมาตรา 42 (28) (เดิม (10)) หรือเป็นเงินได้ 40 (1) แนวปฏิบัติที่ระมัดระวังของสำนักงานคือ

  • ของรางวัลเป็นสิ่งของมูลค่าไม่สูง ที่จัดตามธรรมเนียมงานปีใหม่และให้โอกาสพนักงานทุกคน มีน้ำหนักที่จะอ้างการให้โดยเสน่หาตามประเพณีได้ (ม.42 (28)) แต่ควรหารือผู้ทำบัญชีก่อน
  • ของรางวัลเป็นเงินสดหรือมูลค่าสูง ให้ถือเป็นประโยชน์เพิ่มเป็นเงินได้ 40 (1) หักภาษี ณ ที่จ่ายตาม ม.50 (1) รวมกับเงินเดือน และออก 50 ทวิ ตามปกติ
  • บริษัทต้องยื่นรายการนี้ใน ภ.ง.ด.1 เมื่อเป็นเงินได้ของพนักงาน

ส่วน รางวัลชิงโชคที่จ่ายให้ลูกค้า (ไม่ใช่พนักงาน) ต้องดูว่าเป็นรางวัลชิงโชค หรือเป็นรางวัลส่งเสริมการขาย อัตราหัก ณ ที่จ่ายต่างกัน ดูหัวข้อ 6.3

5. แจกสินค้าของบริษัทเป็นของขวัญ: การให้ฟรีคือ "การขาย" ตามกฎหมาย VAT

มาตรา 77/1 (8) นิยามคำว่า "ขาย" ว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ (ข้อความนี้เป็นถ้อยคำนำของวรรค (8) ไม่ใช่ (8) (ข) ซึ่ง (ข) เป็นเรื่องส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย) ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ที่หยิบสินค้าในสต็อกของตนไปแจกลูกค้าจึงเข้าลักษณะการขาย และมาตรา 79/3 (1) กำหนดให้ถือ ราคาตลาด ของสินค้า ณ วันที่ความรับผิดเกิดขึ้นเป็นฐานภาษี

ตัวอย่าง: ร้านจดทะเบียน VAT หยิบสินค้าต้นทุน 800 บาท ราคาขายปกติ 1,000 บาท ไปแจกลูกค้าคนละชิ้น ฐานภาษีคือ 1,000 บาท ต้องออกใบกำกับภาษีและรวมภาษีขาย 70 บาทต่อชิ้นใน ภ.พ.30 ไม่ใช่คิดจากต้นทุน 800 บาท (ข้อหารือ กค 0706/1154 วินิจฉัยว่าการแจกสินค้าเพื่อส่งเสริมการขายเข้าลักษณะขายสินค้าตามมาตรา 77/1 (8) และต้องเสีย VAT ตามมาตรา 78 (1))

5.1 ข้อยกเว้นที่ช่วงปีใหม่ใช้บ่อยที่สุด

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 40 ข้อ 2 กำหนดค่าตอบแทนที่ไม่ต้องรวมในฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) ซึ่งเกี่ยวกับของแจกคือ

  • ข้อ 2 (6) สินค้าที่แจกหรือให้เป็นของขวัญเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น เทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ การเปิดแนะนำสินค้าใหม่ เฉพาะ ปฏิทิน สมุดบันทึกประจำวัน (Diary) หรือสินค้าทำนองเดียวกัน ของขวัญหรือของชำร่วยที่มีชื่อผู้ประกอบการ ชื่อการค้า หรือเครื่องหมายการค้าปรากฏอยู่ โดยต้องเป็นสิ่งของที่พึงให้แก่กันตามประเพณีทางธุรกิจทั่วไป และมีราคาหรือมูลค่าไม่เกินสมควร
  • ข้อ 2 (7) สินค้าตัวอย่างที่แจกเนื่องจากกิจกรรมส่งเสริมการขาย (ข้อหารือ กค 0706/พ./2334 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2549 ยืนยันว่าสินค้าตัวอย่างไม่ต้องรวมฐานภาษี แต่การแจกสินค้าที่มีไว้จำหน่ายให้ลูกค้าทดลองใช้เป็นการขาย ต้องรวมฐานภาษี)

ข้อหารือ กค 0706/1154 (7 กุมภาพันธ์ 2550) วินิจฉัยตามแนวเดียวกันว่า ปฏิทิน สมุดบันทึก และของขวัญของชำร่วยที่มีชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของบริษัท ซึ่งเป็นของที่ให้กันตามประเพณีธุรกิจและราคาไม่เกินสมควร ไม่ต้องรวมเป็นฐานภาษี

สรุปเป็นตาราง

สิ่งที่แจก VAT
ปฏิทินหรือไดอารี่ปีใหม่ที่มีชื่อบริษัท ไม่ต้องรวมฐานภาษี
ของชำร่วยมีโลโก้ ราคาไม่เกินสมควร ไม่ต้องรวมฐานภาษี
ตัวอย่างสินค้าเพื่อส่งเสริมการขาย ไม่ต้องรวมฐานภาษี
สินค้าในสต็อกที่ขายปกติ ไปแจกเป็นของขวัญลูกค้า (ไม่มีโลโก้ ไม่ใช่ของชำร่วย) ต้องเสีย VAT จากราคาตลาด
ของแจกราคาสูง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ต้องเสีย VAT จากราคาตลาด เพราะไม่ใช่ "ราคาไม่เกินสมควร" ตามธรรมเนียม

ข้อยกเว้นนี้ใช้กับ ผู้ประกอบการที่แจกสินค้าของตน เท่านั้น ไม่ได้บอกว่าถ้าบริษัททั่วไปซื้อสินค้าจากร้านอื่นมาแจกต้องทำอย่างไร ซึ่งเป็นกรณีกระเช้าปีใหม่ที่เจ้าของ SME ถามบ่อย หัวข้อถัดไปจะแยกให้

5.2 ซื้อกระเช้าจากร้านอื่นมาให้ลูกค้า ต้องเสีย VAT ขายหรือไม่

ผู้เขียน ไม่พบข้อหารือที่ตอบตรงกรณีนี้ในหน้าที่ตรวจ สิ่งที่ยืนยันได้จากตัวบทมีแค่สองเรื่อง คือ ภาษีซื้อของกระเช้าเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (4) (หัวข้อ 3) และบริษัทหักค่ากระเช้าเป็นค่ารับรองได้ตามเพดานและเงื่อนไขในหัวข้อ 2 ส่วนคำถามว่าต้องออกใบกำกับภาษีขายสำหรับการให้กระเช้าที่ซื้อมาหรือไม่ ให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีของท่านก่อนตัดสินใจ อย่าตีความเองจากข้อหารือของกรณีแจกสินค้าที่บริษัทผลิตหรือขายเอง

6. ของแจกเพื่อส่งเสริมการขาย และรางวัลจับฉลาก: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

6.1 ค่ารับรองหรือส่งเสริมการขาย ใช้เกณฑ์ใดตัดสิน

ของขวัญที่ให้ลูกค้าเพื่อรักษาความสัมพันธ์ตามธรรมเนียมปีใหม่ เป็นค่ารับรอง ส่วนของที่แจกเพื่อกระตุ้นยอดขาย เช่น ซื้อครบ x บาทแถมของ หรือแจกเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อ เข้าลักษณะส่งเสริมการขาย ซึ่งอยู่นอกเพดาน 0.3% แต่มีภาระ VAT และหัก ณ ที่จ่ายตามหัวข้อ 5-6 การแยกให้ชัดตั้งแต่ต้นปีด้วยวัตถุประสงค์ที่เขียนไว้ในเอกสารอนุมัติ จะช่วยให้พิสูจน์ได้เมื่อถูกตรวจ

ของขวัญที่มีโลโก้ว่าจะถือเป็นค่าโฆษณา (ซึ่งไม่เข้าเพดาน 0.3%) ได้หรือไม่ ผู้เขียนไม่พบแหล่งปฐมภูมิที่ยืนยัน จึงไม่ขอสรุปว่าเป็นอย่างนั้น ความเห็นของสำนักงานคือจัดเป็นค่ารับรองไว้ก่อน เว้นแต่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการโฆษณา

6.2 หัก ณ ที่จ่าย 3% เมื่อแจกสินค้าส่งเสริมการขายให้ผู้ที่จะนำไปขายต่อ

ข้อ 12/2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ให้ผู้จ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใดๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% เมื่อผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา หรือบริษัท/ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศ (ไม่รวมมูลนิธิหรือสมาคม) แต่ ไม่ใช้กับ การให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการที่เป็นผู้บริโภค หรือเป็นผู้ประกอบการที่นำสินค้าไปใช้ในกิจการของตนเองโดยตรง โดยไม่ได้ซื้อไปขายต่อ ข้อหารือ กค 0706/1154 ตอบสอดคล้องกัน คือแจกให้ผู้ซื้อที่เป็นผู้บริโภค ไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย แต่แจกให้ผู้แทนจำหน่ายหรือร้านค้าเพื่อให้ช่วยส่งเสริมการขายแทนบริษัท ต้องหัก 3%

ภาระนี้พบในบริษัทที่แจกของแก่ตัวแทนจำหน่ายหรือร้านค้าปลีกที่รับสินค้าไปขายต่อ ไม่ใช่การให้ของขวัญปีใหม่ตามประเพณีแก่ลูกค้าทั่วไป

อัตรา 1% แทน 3% ใช้เมื่อผู้จ่ายนำส่งผ่านระบบ e-Withholding Tax สำหรับเงินที่จ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 402 (พ.ศ. 2569) ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 9 ตุลาคม 2569 ถ้าไม่ผ่านระบบ ใช้อัตราปกติ

6.3 รางวัลจับฉลากชิงโชคที่จ่ายเป็นเงินแก่ลูกค้า

รางวัลในการประกวด แข่งขัน ชิงโชค หรืออย่างอื่นทำนองเดียวกัน ที่จ่ายให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (8) ผู้จ่ายหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ตามข้อ 9 (1) ของคำสั่ง ท.ป.4/2528 (หรือ 1% ถ้านำส่งผ่าน e-Withholding Tax ภายใต้เงื่อนไขในหัวข้อ 6.2) ต้องยื่น ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 ตามประเภทผู้รับ และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับ

ว่ารางวัลของบริษัทเป็น "ชิงโชค" (5%) หรือ "ส่งเสริมการขาย" (3%) ขึ้นกับลักษณะกิจกรรมจริง ซึ่งผู้เขียนไม่ตัดสินแทนในที่นี้ ถ้ากิจกรรมของท่านมีทั้งการสุ่มจับรางวัลและการซื้อครบแถม ควรให้ผู้ทำบัญชีจัดประเภทก่อนจ่ายรางวัล ไม่ใช่ตามหลังเมื่อต้องยื่นแบบ

7. ใบเสร็จและเอกสารที่ต้องเก็บ

ค่ารับรองมักถูกตรวจเพราะเงินจำนวนไม่มาก แต่เอกสารมักไม่ครบ ชุดต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรมีสำหรับแต่ละรายการ

เอกสาร ใช้เพราะ แหล่งตามกฎหมาย
เอกสารอนุมัติหรือสั่งจ่ายโดยกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ได้รับมอบหมาย เงื่อนไขของค่ารับรอง กฎกระทรวง 143 ข้อ 5
ใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานของผู้รับเงิน เงื่อนไขข้อ 5 และพิสูจน์ผู้รับ ม.65 ตรี (18) กฎกระทรวง 143 ข้อ 5; ม.65 ตรี (18)
ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปในนามบริษัท หลักฐานของจำนวนเงินรวมภาษีซื้อที่บันทึกเป็นค่ารับรอง (ภาษีซื้อต้องห้ามตาม ม.82/5 (4) ถือเป็นรายจ่ายได้ตาม ม.65 ตรี (6 ทวิ)) และเพื่อให้ตรงกับยอดบัญชี ม.65 ตรี (6 ทวิ); ความเห็นสำนักงาน
รายชื่อผู้รับ/ลูกค้า วัตถุประสงค์ วันที่ มูลค่าต่อคน พิสูจน์ว่าไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนต่อครั้ง และจำเป็นตามธรรมเนียมธุรกิจ กฎกระทรวง 143 ข้อ 2, 3 (2)
ระเบียบสวัสดิการพนักงาน (สำหรับงานเลี้ยงภายใน) แยกจากค่ารับรอง และยืนยันสิทธิภาษีซื้อ ข้อหารือ กค 0706/9276, กค 0706/9052
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ และสำเนา ภ.ง.ด. (เมื่อจ่ายรางวัลที่ต้องหัก) หลักฐานการหักภาษี ท.ป.4/2528

สำหรับตัวร้านที่ไม่ออกใบเสร็จ แนวทางเอกสารทดแทน (ใบสำคัญจ่าย ใบรับรองแทนใบสำคัญรับเงิน) อ่านต่อได้ในบทความรายจ่ายต้องห้าม ซึ่งอธิบายขั้นตอนไว้ละเอียดกว่า

8. ทำได้ / ทำไม่ได้ ในช่วงปีใหม่

สถานการณ์ ทำได้ ทำไม่ได้หรือเสี่ยง
กระเช้าให้ลูกค้า ราคาไม่เกิน 2,000 บาทต่อคน มีอนุมัติและใบเสร็จ รวมไม่เกินเพดาน 0.3% ชิ้นละเกิน 2,000 บาท (ไม่เข้าข้อ 3 (2)) หรือรวมทั้งปีเกินเพดาน ส่วนเกินบวกกลับ
ภาษีซื้อของกระเช้า ลงเป็นรายจ่าย (ม.65 ตรี (6 ทวิ)) รวมกับยอดค่ารับรอง ขอคืนใน ภ.พ.30 (ม.82/5 (4))
เลี้ยงลูกค้าช่วงปีใหม่ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม มหรสพ ตามธรรมเนียมธุรกิจ ภายใต้เพดาน เลี้ยงเกินเพดาน หรือไม่มีหลักฐานผู้รับเงิน
ให้เงินสนับสนุนจัดงานปีใหม่ของลูกค้า – ถือเป็นการให้โดยเสน่หา หักไม่ได้ (กค 0706/5823)
งานเลี้ยงพนักงาน หักเป็นสวัสดิการ ถ้ามีระเบียบและให้ทุกคน; ขอคืนภาษีซื้อได้ตาม กค 0706/9052 เลือกเลี้ยงเฉพาะบางคน/ผสมบุคคลภายนอกโดยไม่แยกค่าใช้จ่าย
อาหารงานเลี้ยงปีใหม่ที่พนักงานทานในงาน พนักงานไม่ต้องรวมเป็นเงินได้ (ตามแนว กค 0706/9276 ซึ่งปัจจุบันตรงกับ ม.42 (28)) –
โบนัสหรือเงินรางวัลสิ้นปีให้พนักงาน หักเป็นค่าใช้จ่ายค่าจ้างได้ ไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย ม.50 (1)
แจกปฏิทิน ไดอารี่ ของชำร่วยมีโลโก้ ราคาไม่เกินสมควร ไม่ต้องรวมฐาน VAT (ประกาศ VAT 40 ข้อ 2 (6)) ตีว่าเป็นของขวัญราคาสูง
แจกสินค้าในสต็อกที่ขายปกติเป็นของขวัญ บันทึกต้นทุนเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ออกใบกำกับภาษี ทั้งที่เป็นการขายตาม ม.77/1 (8) ราคาตลาด ม.79/3 (1)
จ่ายรางวัลชิงโชคเป็นเงินให้ลูกค้า หัก ณ ที่จ่ายตามข้อ 9 (1) (5% หรือ 1% ผ่าน e-WHT ถึง 31 ธ.ค. 2570) และออก 50 ทวิ จ่ายเต็มโดยไม่หักภาษี

9. ลำดับทำงานเมื่อรู้ว่าปีนี้จะมีค่ารับรองมาก

  1. ตั้งงบรับรองทั้งปีตามเพดาน ดูรายได้ปีที่ผ่านมาและทุนชำระแล้วของบริษัท คำนวณ 0.3% ตามหัวข้อ 2.1 ก่อนซื้อของขวัญหลักหมื่น
  2. แยกบัญชีตั้งแต่บันทึกรายการ เปิดผังบัญชีแยก ค่ารับรองลูกค้า / สวัสดิการพนักงาน / ค่าส่งเสริมการขาย เพื่อไม่ต้องไล่ย้อนตอนปิดงบ
  3. ทำเอกสารอนุมัติทุกครั้ง ระบุผู้รับ วัตถุประสงค์ และมูลค่าต่อคน
  4. เทียบกับเพดานก่อนปิดบัญชี ถ้าเกิน ให้บวกกลับในกระดาษทำการแล้วยื่นใน ภ.ง.ด.50 ไม่ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตรวจพบ เพราะนอกจากภาษีต้องเสียเพิ่มแล้ว ยังมีเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ
  5. ตรวจชุดสวัสดิการพนักงาน ว่ามีระเบียบและเก็บรายชื่อผู้เข้าร่วม

อยากให้สำนักงานบัญชีดูแลเรื่องนี้ให้?

ตะวัน คอนซัลแทนท์ รับทำบัญชีรายเดือน บันทึกบัญชี ยื่น VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกันสังคม และปิดงบให้ครบทุกกำหนด เริ่มต้น 1,500 บาท/เดือน · ทัก LINE ประเมินราคาฟรี

คำถามที่พบบ่อย

1. ค่ารับรองหักได้เท่าไร

หักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่รวมกันทั้งรอบบัญชีไม่เกิน 0.3% ของยอดรายได้หรือยอดขาย หรือ 0.3% ของทุนที่ชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบบัญชี แล้วแต่จำนวนใดมากกว่า และสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 ข้อ 4 ที่แก้ไขโดยฉบับที่ 222 ส่วนที่เกินเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (4) ต้องบวกกลับในการคำนวณกำไรสุทธิ

2. ของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้าได้คนละกี่บาท

ค่าสิ่งของที่ให้ไม่เกินคนละ 2,000 บาทในแต่ละคราวที่มีการรับรอง ตามกฎกระทรวง 143 ข้อ 3 (2) ที่แก้ไขโดยฉบับ 222 และมูลค่าทั้งหมดต้องอยู่ในเพดาน 0.3% ด้วย ถ้าของขวัญชิ้นใดเกิน 2,000 บาท ความเห็นของสำนักงานคือชิ้นนั้นไม่เข้าเกณฑ์ค่ารับรอง ไม่ควรคาดว่าจะหักได้แค่ 2,000 บาทแรก

3. งานเลี้ยงปีใหม่พนักงานนับรวมในเพดานค่ารับรอง 0.3% หรือไม่

ไม่นับ ถ้าเป็นสวัสดิการสำหรับพนักงานของบริษัทเอง เพราะกฎกระทรวง 143 ข้อ 2 กำหนดว่าผู้ได้รับการรับรองต้องไม่ใช่ลูกจ้าง กรมสรรพากรตอบว่าสวัสดิการที่มีระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษร ให้พนักงานทุกคน เป็นรายจ่ายหักได้ (ข้อหารือ กค 0706/9276) แต่ถ้ามีลูกค้าร่วมงานด้วย ส่วนของลูกค้าต้องแยกเป็นค่ารับรอง

4. พนักงานต้องเสียภาษีจากงานเลี้ยงหรือของขวัญปีใหม่หรือไม่

อาหารในงานเลี้ยงปีใหม่ไม่ต้องรวมเป็นเงินได้ เพราะเป็นการให้โดยเสน่หาตามประเพณี ได้รับยกเว้นตามแนวข้อหารือ กค 0706/9276 (ข้อหารือเขียนเป็นมาตรา 42 (10) เดิม ปัจจุบันข้อความนี้อยู่ใน ม.42 (28)) แต่เงินรางวัลหรือโบนัสที่จ่ายตอบแทนการทำงานเป็นเงินได้ 40 (1) ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) ส่วนของรางวัลจับฉลากยังไม่มีข้อหารือที่ตอบตรง ควรให้ผู้ทำบัญชีประเมินตามมูลค่าและลักษณะของรางวัล

5. ภาษีซื้อของกระเช้าและค่ารับรองขอคืนได้ไหม

ขอคืนไม่ได้ เป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (4) และประกาศอธิบดี VAT ฉบับที่ 17 ข้อ 5 แต่บริษัทถือภาษีซื้อส่วนนี้เป็นรายจ่ายได้ตามข้อยกเว้นในมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) ควรนับรวมในยอดค่ารับรองที่เทียบเพดาน 0.3% ไว้ก่อนเพื่อความระมัดระวัง ส่วนงานเลี้ยงสวัสดิการพนักงานทุกคน ขอคืนภาษีซื้อได้ตามข้อหารือ กค 0706/9052

6. แจกสินค้าของบริษัทเป็นของขวัญ ต้องเสีย VAT ไหม

ต้องเสีย ถ้าเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT เพราะการจ่ายสินค้าไม่ว่ามีค่าตอบแทนหรือไม่เป็นการ "ขาย" ตามมาตรา 77/1 (8) และฐานภาษีคือราคาตลาด (มาตรา 79/3 (1)) ข้อยกเว้นคือปฏิทิน สมุดบันทึก และของชำร่วยที่มีชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของบริษัท ที่ให้กันตามประเพณีและราคาไม่เกินสมควร (ประกาศ VAT ฉบับที่ 40 ข้อ 2 (6)) และสินค้าตัวอย่างเพื่อส่งเสริมการขาย (ข้อ 2 (7))

7. จับฉลากให้ลูกค้าต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

ต้องหัก ถ้าเป็นรางวัลชิงโชคจ่ายให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล อัตรา 5% ตามข้อ 9 (1) ของคำสั่ง ท.ป.4/2528 หรือ 1% ถ้านำส่งผ่านระบบ e-Withholding Tax (สำหรับเงินที่จ่ายถึง 31 ธันวาคม 2570 ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 402 (พ.ศ. 2569)) ส่วนรางวัลส่งเสริมการขายตามข้อ 12/2 ใช้ 3% และไม่ต้องหักเมื่อผู้รับเป็นผู้บริโภคปลายทาง

ให้ Tawan Consultant ช่วยดูแลเรื่องนี้

ทีมบัญชีของ ตะวัน คอนซัลแทนท์ (Tawan Consultant) ช่วยเจ้าของ SME จัดประเภทรายจ่ายปีใหม่ คำนวณเพดานค่ารับรอง ตรวจเอกสารอนุมัติและใบกำกับภาษี แยกสวัสดิการพนักงานออกจากค่ารับรอง และตรวจ VAT กับภาษีหัก ณ ที่จ่ายของของแจกและรางวัล สอบถามเบื้องต้นฟรีได้ผ่านช่องทางด้านล่าง

  • โทร: 096-692-2528
  • LINE: @962iwlqe
  • ที่อยู่: 34 ซอยเพชรเกษม 28 แยก 16 แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
  • เวลาทำการ: จันทร์–ศุกร์ 8:30–17:30
  • เว็บไซต์: www.tawanconsultant.com

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ กฎหมายและแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิง

  1. ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (3), (4), (6 ทวิ), (13), (18) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5939.html
  2. กฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ (ข้อ 1-5 ค่ารับรองหรือค่าบริการ) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/2495.html
  3. กฎกระทรวง ฉบับที่ 222 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ (แก้ไขข้อ 3 (2) และข้อ 4 ของฉบับที่ 143) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/2361.html
  4. ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (8), 79, 79/3 (1) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5205.html
  5. ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/5 (4) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5206.html
  6. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 17 ข้อ 5 (ภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (4)) https://www.rd.go.th/3409.html
  7. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 40 ข้อ 2 (6), (7), (8) (ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องรวมในฐานภาษีตามมาตรา 79 (4)) https://www.rd.go.th/3399.html
  8. ประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (10), (28) (ข้อยกเว้นการให้โดยเสน่หาตามประเพณีอยู่ใน (28) ปัจจุบัน) และมาตรา 50 (1) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5937.html
  9. คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 9 (1), 12/2 https://www.rd.go.th/3479.html
  10. กฎกระทรวง ฉบับที่ 402 (พ.ศ. 2569) ราชกิจจานุเบกษา 9 ตุลาคม 2569 https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/mr402.pdf และข่าวกรมสรรพากร ปชส. 14/2569 (16 มิถุนายน 2569) คณะรัฐมนตรีเห็นชอบขยายมาตรการ e-Withholding Tax 1% https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/news/2569thai/news14_2569.pdf
  11. ข้อหารือ กค 0706/1154 (7 กุมภาพันธ์ 2550) https://www.rd.go.th/34652.html
  12. ข้อหารือ กค 0706/พ./2334 (20 มีนาคม 2549) https://www.rd.go.th/31030.html
  13. ข้อหารือ กค 0706/9052 (6 กันยายน 2550) https://www.rd.go.th/36080.html
  14. ข้อหารือ กค 0706/9276 (9 พฤศจิกายน 2548) https://www.rd.go.th/30744.html
  15. ข้อหารือ กค 0706/5823 (13 มิถุนายน 2550) https://www.rd.go.th/35482.html
  16. ข้อหารือ กค 0706(กม.05)/1705 (6 สิงหาคม 2547) https://www.rd.go.th/24358.html
  17. พระราชกฤษฎีกาลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 807) พ.ศ. 2569 https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dc807.pdf

บทความล่าสุด

ทีมงานมืออาชีพด้านบัญชีและภาษี


ยินดีให้บริการ

บริการของเรา

ให้คำปรึกษาด้านการทำบัญชีและภาษีเฉพาะกิจการ

ที่ปรึกษาเฉพาะคุณ

"ข้อมูลบัญชีบอกผลการดำเนินงาน”

เราวิเคราะห์ตัวเลขที่เกิดขึ้น ให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจในอนาคต ในทุกเรื่องของธุรกิจ ให้ธุรกิจเติบโต

HOW WE'RE DIFFERENT

TAWAN CONSULTANT

ผู้จัดทำบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชีมืออาชีพ

ทีมงานสำนักงานบัญชีกำลังให้คำปรึกษาลูกค้าเพื่อวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย

ABOUT US

เราคือโอกาสให้คุณมีเวลากลับไปทำในสิ่งที่ธุรกิจคุณถนัดที่สุด ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเติบโตอย่างมั่นคง

เราเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มุ่งมั่นให้บริการธุรกิจ SME ทั่วประเทศ เราดูแลด้านบัญชีเพื่อลดภาระการจัดการตัวเลขของคุณ ในขณะที่คุณสามารถโฟกัสกับการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ บริการของเรายืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับประเภทและขนาดธุรกิจของคุณ