ภ.พ.30 คืออะไร ยื่นอย่างไร: คำนวณภาษีขายหักภาษีซื้อ ภาษีซื้อต้องห้าม ยื่นเพิ่มเติม และเบี้ยปรับเงินเพิ่ม

ภ.พ.30 คืออะไร ยื่นอย่างไร ภาษีขาย ภาษีซื้อ เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม — ตะวัน คอนซัลแทนท์

ภ.พ.30 คือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ทุกรายต้องยื่นทุกเดือน ไม่ว่าเดือนนั้นจะมียอดขายหรือไม่ก็ตาม กำหนดยื่นและชำระคือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้ายื่นทางอินเทอร์เน็ตได้ถึงวันที่ 23 ของเดือนถัดไป (สำหรับแบบที่ถึงกำหนดยื่นถึง 31 มกราคม 2570) หลักการคำนวณมีบรรทัดเดียว คือ ภาษีขายของเดือนนั้น หักด้วยภาษีซื้อที่มีสิทธิหัก ถ้าเป็นบวกต้องชำระ ถ้าติดลบเป็นเครดิตภาษีที่ขอคืนหรือยกไปใช้เดือนถัดไปได้

จุดที่ทำให้ธุรกิจเสียเงินโดยไม่จำเป็นมักไม่ใช่สูตรคำนวณ แต่คือ นำภาษีซื้อที่กฎหมายห้ามมาหัก (ค่ารับรอง รถยนต์นั่ง ใบกำกับภาษีอย่างย่อ) ลืมยื่นเดือนที่ไม่มียอดขาย หรือ ยื่นแล้วตัวเลขผิดแต่ไม่ยื่นเพิ่มเติม จนถูกตรวจพบภายหลังและต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราสูงกว่าการแก้เอง บทความนี้สรุปตามประมวลรัษฎากรและประกาศ คำสั่งของกรมสรรพากร พร้อมตัวอย่างตัวเลข (ดูแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ)

สรุปสั้นที่สุด: จด VAT แล้วต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้ไม่มียอดขาย (ม.83) · ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 23 · ภาษีที่ต้องชำระ = ภาษีขาย − ภาษีซื้อที่มีสิทธิหัก (ม.82/3) · ภาษีซื้อจากค่ารับรอง รถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง ใบกำกับภาษีอย่างย่อ และรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับกิจการ หักไม่ได้ (ม.82/5) · ใบกำกับภาษีซื้อที่ได้รับช้า ใช้ได้ภายใน 6 เดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับ · ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย เลือกขอคืนเป็นเงินหรือยกไปเดือนถัดไป · มีสาขาต้องยื่นแยกทุกสาขา เว้นแต่ได้รับอนุมัติให้ยื่นรวม · ยื่นช้าเสียเบี้ยปรับ 2 เท่า (ลดได้เหลือ 2–20% ถ้ายื่นเองก่อนถูกเรียก) และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน

1. ใครต้องยื่น ภ.พ.30

ประมวลรัษฎากร มาตรา 83 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นแบบแสดงรายการภาษี เป็นรายเดือนภาษีพร้อมกับชำระภาษีถ้ามี ไม่ว่าจะได้ขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม แบบที่ใช้คือ ภ.พ.30 ซึ่งคำแนะนำในแบบระบุว่าใช้กับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วและคำนวณภาษีจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ ไม่ว่าจะประกอบการในรูปบุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือนิติบุคคลรูปแบบใด

สถานการณ์ ต้องยื่น ภ.พ.30 หรือไม่
จด VAT แล้ว มียอดขายตามปกติ ต้องยื่น ทุกเดือน
จด VAT แล้ว เดือนนี้ไม่มียอดขายเลย ต้องยื่น (ยื่นเป็นศูนย์ หรือแสดงภาษีซื้อเป็นเครดิต)
เพิ่งเปิดบริษัท จด VAT ไว้ล่วงหน้า ยังไม่เริ่มขาย ต้องยื่นตั้งแต่เดือนที่มีผลเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
ขายเฉพาะสินค้าหรือบริการอัตรา 0% เช่น ส่งออก ต้องยื่น โดยแสดงยอดขายอัตรา 0% แยกไว้
ยังไม่จด VAT แม้รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทแล้ว ไม่ได้ยื่น ภ.พ.30 แต่มีความผิดฐานประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียน (ดูข้อ 9)

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ "เดือนนี้ไม่มีขาย ไม่ต้องยื่น" กฎหมายเขียนไว้ชัดว่าต้องยื่นไม่ว่าจะขายหรือไม่ ถ้าไม่ยื่น แม้ไม่มีภาษีต้องชำระ ยังมีโทษปรับทางอาญาตามมาตรา 90 (2) ไม่เกิน 2,000 บาทต่อครั้ง

ส่วนผู้ประกอบการที่ยังไม่แน่ใจว่าความรับผิดเกิดในเดือนไหน เช่น ได้รับเงินมัดจำก่อนส่งของ หรือให้บริการแล้วรับเงินเดือนถัดไป ต้องดูจุดความรับผิดก่อน เพราะเป็นตัวกำหนดว่าภาษีขายต้องเข้า ภ.พ.30 เดือนไหน อ่านต่อ: Tax Point จุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (มาตรา 78)

2. ยื่นภายในวันไหน และยื่นที่ไหน

วิธียื่น กำหนดเวลา อ้างอิง
ยื่นแบบกระดาษ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ประมวลรัษฎากร มาตรา 83 วรรคสอง
ยื่นทางอินเทอร์เน็ต (e-Filing) ภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ฉบับที่ 7) ข้อ 1.6 (1)

ประกาศกระทรวงการคลังฉบับที่ 7 (แก้ไขโดยฉบับที่ 8 และ 9) ขยายเวลาให้กับแบบที่กฎหมายกำหนดให้ยื่นระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 31 มกราคม 2570 ดังนั้น ภ.พ.30 ของเดือนภาษีกันยายน 2569 ยื่นกระดาษภายใน 15 ตุลาคม 2569 หรือยื่นออนไลน์ภายใน 23 ตุลาคม 2569

ข้อควรระวังตามข้อ 2 ของประกาศเดียวกัน

  • สิทธิขยายเวลาใช้กับการยื่น ฉบับปกติและฉบับเพิ่มเติมผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
  • ถ้ายื่นฉบับปกติเป็นกระดาษไปแล้ว ต่อมายื่นทางอินเทอร์เน็ต จะไม่ได้สิทธิขยายเวลาสำหรับการยื่นออนไลน์ครั้งนั้น
  • ผู้ที่ไม่ได้สิทธิขยายเวลาต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร

ในทางปฏิบัติ ธุรกิจส่วนใหญ่ยื่นผ่าน e-Filing ของกรมสรรพากรและชำระผ่านธนาคารหรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ควรตั้งวันทำงานภายในของทีมบัญชีให้เสร็จก่อนวันที่ 23 อย่างน้อย 2–3 วันทำการ เพราะถ้าระบบธนาคารหรือการชำระเงินมีปัญหาในวันสุดท้าย ความเสี่ยงจะตกอยู่กับผู้ยื่น

ถ้าวันที่ 15 หรือ 23 ตรงกับวันหยุด ควรตรวจประกาศของกรมสรรพากรในเดือนนั้นอีกครั้ง อย่าสันนิษฐานเองว่าเลื่อนไปวันทำการถัดไป

3. คำนวณ ภ.พ.30 อย่างไร: ภาษีขาย หัก ภาษีซื้อ

มาตรา 82/3 กำหนดให้ผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี

  • ภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ: ชำระส่วนต่าง
  • ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย: เป็นเครดิตภาษี มีสิทธิขอคืนหรือนำไปชำระภาษีเดือนต่อไป

ภาษีขาย คือ VAT ที่ผู้ประกอบการเรียกเก็บจากลูกค้าเมื่อความรับผิดเกิดขึ้น ภาษีซื้อ คือ VAT ที่ผู้ประกอบการถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนรายอื่นเรียกเก็บ เนื่องจากซื้อสินค้าหรือรับบริการมาใช้ในกิจการของตน (มาตรา 82/4)

3.1 ช่องสำคัญในแบบ ภ.พ.30

ข้อในแบบ รายการ วิธีกรอก
1 ยอดขายในเดือนนี้ ยอดขายทั้งหมดก่อน VAT ตามรายงานภาษีขาย
2 ลบ ยอดขายที่เสียภาษีอัตรา 0% เช่น ส่งออกสินค้า ส่งออกบริการ
3 ลบ ยอดขายที่ได้รับยกเว้น เช่น ขายสินค้าเกษตรที่ยังไม่แปรรูปตามมาตรา 81
4 ยอดขายที่ต้องเสียภาษี (1 − 2 − 3)
5 ภาษีขายเดือนนี้ ข้อ 4 × อัตราภาษี
6 ยอดซื้อที่มีสิทธินำภาษีซื้อมาหัก เฉพาะยอดซื้อที่ใบกำกับภาษีใช้ได้
7 ภาษีซื้อเดือนนี้ ตามใบกำกับภาษีของยอดซื้อในข้อ 6
8 / 9 ภาษีที่ต้องชำระ หรือชำระเกินเดือนนี้ ข้อ 5 เทียบข้อ 7
10 ภาษีที่ชำระเกินยกมา เครดิตที่ยกมาจากเดือนก่อน
11 / 12 ต้องชำระ หรือชำระเกินสุทธิ
13–15 เงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และยอดรวมที่ต้องชำระ กรอกเมื่อยื่นเกินกำหนดหรือยื่นเพิ่มเติม

ยอดขายอัตรา 0% และยอดขายที่ได้รับยกเว้นต้องแสดงในแบบด้วย แม้จะไม่มีภาษีขาย ความต่างสำคัญคือผู้ขายอัตรา 0% ยังหักภาษีซื้อได้ ส่วนกิจการที่ได้รับยกเว้นหักภาษีซื้อไม่ได้ อ่านต่อ: VAT 0% กับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่างกันอย่างไร (ขอคืนภาษีซื้อได้ไหม)

3.2 อัตราภาษี

อัตราที่ใช้ในปัจจุบันคือ 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงตามพระราชกฤษฎีกา ล่าสุดพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 807) พ.ศ. 2569 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 50 ก วันที่ 23 สิงหาคม 2569) ให้ใช้บังคับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยขยายการลดอัตราออกไปถึง 30 กันยายน 2570 (ดูข่าวกรมสรรพากร ปชส. 18/2569 ประกอบ) ตัวอย่างในบทความนี้จึงใช้อัตรา 7%

4. ภาษีซื้อแบบไหนนำมาหักไม่ได้

มาตรา 82/5 กำหนดภาษีซื้อที่ ไม่ให้นำมาหัก ในการคำนวณภาษี และอธิบดีกรมสรรพากรออกประกาศกำหนดรายละเอียดไว้ ที่พบบ่อยในธุรกิจ SME มีดังนี้

ภาษีซื้อต้องห้าม ตัวอย่าง อ้างอิง
ไม่มีใบกำกับภาษี หรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้ ใบเสร็จธรรมดาจากผู้ขายที่ไม่ได้จด VAT, ใบกำกับภาษีหาย ม.82/5 (1), ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 17 ข้อ 1–2
ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่ครบในส่วนสาระสำคัญ ไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ รายการไม่ครบตามมาตรา 86/4 ม.82/5 (2), ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 17 ข้อ 3
ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ ของใช้ส่วนตัวของกรรมการ ค่าใช้จ่ายของครอบครัว ม.82/5 (3), ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 17 ข้อ 4
รายจ่ายเพื่อการรับรองหรือทำนองเดียวกัน ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ที่พัก มหรสพ กีฬา ที่จ่ายเพื่อรับรองบุคคลใด ๆ และของขวัญที่ให้ผู้ได้รับการรับรอง ม.82/5 (4), ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 17 ข้อ 5
ใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออก ผู้ขายไม่ได้จด VAT แต่ออกใบกำกับภาษี ม.82/5 (5)
รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารไม่เกิน 10 ที่นั่ง ภาษีซื้อจากการซื้อ เช่าซื้อ เช่า และค่าน้ำมัน ค่าซ่อม ค่าอะไหล่ที่เกี่ยวกับรถดังกล่าว (เว้นแต่กิจการขายหรือให้เช่ารถเหล่านี้โดยตรง) ม.82/5 (6), ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 42 ข้อ 2 (1)
ใบกำกับภาษีอย่างย่อ บิลเงินสดอย่างย่อจากร้านค้าปลีก ปั๊มน้ำมัน ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 42 ข้อ 2 (2)
ซื้อทรัพย์สินหรือรายจ่ายของกิจการที่ไม่ต้องเสีย VAT กิจการให้เช่าที่พักอาศัยที่ได้รับยกเว้น ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 42 ข้อ 2 (3)
ใบกำกับภาษีที่เป็นสำเนา (copy) เว้นแต่ใบกำกับภาษีที่ทำเป็นชุดกับเอกสารการค้าอื่นและระบุว่า "เอกสารออกเป็นชุด" ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 42 ข้อ 2 (7)

ภาษีซื้อต้องห้ามไม่ได้หายไปเฉย ๆ ในทางบัญชีและภาษีเงินได้ ต้องพิจารณาต่อว่าบันทึกเป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับสิทธิหักภาษีซื้อใน ภ.พ.30

เรื่องรถกระบะ: รถที่ถูกห้ามตามประกาศฉบับที่ 42 คือรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต รถกระบะ 4 ประตูมีประเด็นเฉพาะที่ต้องดูประเภทรถให้ถูก อ่านต่อ: ภาษีรถกระบะ Double Cab: ภาษีซื้อ VAT เครดิตได้ไหม

กิจการที่มีทั้งรายได้ต้องเสีย VAT และรายได้ยกเว้น: ภาษีซื้อที่ใช้ร่วมกันต้องเฉลี่ยตามมาตรา 82/6 และส่วนที่เฉลี่ยเป็นของกิจการยกเว้นหักไม่ได้ (ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 42 ข้อ 2 (8)) กรณีนี้ควรวางวิธีเฉลี่ยกับผู้ทำบัญชีตั้งแต่ต้นปี

5. ใบกำกับภาษีซื้อมาช้า ใช้ได้ภายใน 6 เดือน

หลักทั่วไปของมาตรา 82/3 คือภาษีซื้อต้องใช้ในเดือนภาษีที่ระบุในใบกำกับภาษี แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นที่อธิบดีกำหนด ใช้ในเดือนหลังจากนั้นได้ และกฎหมายวางเพดานไว้ไม่เกิน 3 ปีนับจากวันที่ออกใบกำกับภาษี

หลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนดอยู่ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 4)

เหตุที่ใช้ได้ (ข้อ 1)

  1. เหตุจำเป็นซึ่งเกิดขึ้นตามประเพณีทางการค้า
  2. เหตุสุดวิสัย
  3. ได้รับใบกำกับภาษีในเดือนภาษีอื่นที่ไม่ใช่เดือนที่ระบุในใบกำกับภาษี

ระยะเวลาและวิธีปฏิบัติ (ข้อ 2)

  • ใช้ได้ในเดือนภาษีหลังจากนั้น แต่ไม่เกินหกเดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษี
  • ต้องระบุข้อความในใบกำกับภาษีว่า "ถือเป็นภาษีซื้อในเดือนภาษี…" จะพิมพ์ ประทับตรายาง หรือเขียนด้วยหมึกก็ได้

ตัวอย่างการนับ: ใบกำกับภาษีลงวันที่ในเดือนกรกฎาคม 2569 เดือนถัดไปคือสิงหาคม หกเดือนนับจากสิงหาคมคือสิงหาคม 2569 ถึงมกราคม 2570 จึงนำไปใช้ใน ภ.พ.30 เดือนภาษีใดก็ได้ในช่วงนั้น ถ้าเลยมกราคม 2570 ไปแล้ว จะนำไปหักใน ภ.พ.30 ของเดือนหลังจากนั้นไม่ได้ ตัวบทมาตรา 82/3 วรรคสามให้เพดานสูงสุดไม่เกิน 3 ปีนับจากวันที่ออกใบกำกับภาษี และเอกสารสัมมนาของกรมสรรพากรอธิบายว่า ถ้าได้รับใบกำกับภาษีหลังพ้น 6 เดือน แต่ยังไม่เกิน 3 ปี ให้ใช้ได้เฉพาะในเดือนภาษีที่ระบุไว้ในใบกำกับภาษีนั้น ด้วยการยื่น ภ.พ.30 เพิ่มเติมตามมาตรา 83/4 และต้องขอคืนเป็นเงินสดเท่านั้น กรณีนี้ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนดำเนินการ

ข้อควรระวัง: การ "เลือก" เก็บใบกำกับภาษีไว้ใช้เดือนหลังทั้งที่ได้รับตรงเดือนเป็นความเสี่ยงหากถูกตรวจสอบ เพราะประกาศให้ใช้สิทธิกับกรณีมีเหตุจำเป็น ควรบันทึกวันที่ได้รับใบกำกับภาษีจริงไว้เป็นหลักฐาน เช่น ตราประทับรับเอกสาร หรืออีเมลที่ได้รับไฟล์

6. ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย: ขอคืนเงิน หรือยกไปเดือนถัดไป

เมื่อภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ส่วนต่างเป็นเครดิตภาษี มาตรา 84 ให้สิทธิผู้ประกอบการจดทะเบียน นำไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนต่อไป หรือขอคืนพร้อมกับการยื่นแบบของเดือนนั้น

ทางเลือก วิธีทำในแบบ ภ.พ.30 เหมาะกับ
ยกไปใช้เดือนถัดไป ไม่ต้องลงชื่อในช่อง "การขอคืนภาษี" แบบถือว่าขอนำภาษีที่ชำระเกินไปชำระในเดือนถัดไป กิจการที่เดือนถัดไปมีภาษีขายมากพอจะใช้เครดิตหมดในไม่กี่เดือน
ขอคืนเป็นเงินสดหรือโอนเข้าธนาคาร ลงชื่อในช่อง "การขอคืนภาษี" (โอนเข้าธนาคารต้องยื่นคำขอและได้รับอนุมัติแล้ว) ผู้ส่งออก กิจการที่ลงทุนซื้อทรัพย์สินก้อนใหญ่ หรือเครดิตสะสมสูงต่อเนื่อง

ข้อสังเกตจากแบบ ภ.พ.30 และคู่มือการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร

  • การขอคืนด้วยแบบ ภ.พ.30 ใช้กับการยื่นแบบ ปกติ ถ้าเป็นการยื่นเพิ่มเติม ให้ขอคืนเป็นเงินสด และถ้ายื่นเพิ่มเติมแล้วไม่ลงชื่อขอคืน ต้องยื่นขอคืนด้วยแบบ ค.10 เท่านั้น
  • ถ้าเลือกยกไปแต่ไม่ได้นำไปใช้ในเดือนถัดไป หรือไม่ได้ลงลายมือชื่อในแบบ ต้องขอคืนด้วยแบบ ค.10
  • สิทธิขอคืนมีอายุ 3 ปีนับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบของเดือนภาษีนั้น (มาตรา 84/1 (1))

การขอคืนเป็นเงินมักตามมาด้วยการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่อาจขอดูรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ ต้นฉบับใบกำกับภาษีซื้อ รายงานสินค้าและวัตถุดิบ หลักฐานการรับจ่ายเงิน และแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย จึงควรเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนกดขอคืน ไม่ใช่หลังได้รับหนังสือเชิญพบ

ถ้าเครดิตเกิดจากเหตุครั้งเดียว เช่น ซื้อเครื่องจักร และเดือนถัดไปมีภาษีขายมากพอ การยกไปใช้มักง่ายกว่า แต่ถ้าเครดิตสะสมทุกเดือนเพราะโครงสร้างธุรกิจ เช่น ขายส่งออกเป็นหลัก การปล่อยให้เครดิตค้างไว้คือเงินสดที่จมอยู่ ควรวางแผนขอคืนเป็นระยะ

7. มีสาขา ยื่นแยกหรือยื่นรวม

มาตรา 83 วรรคสี่ กำหนดว่า ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้แยกยื่นและชำระเป็นรายสถานประกอบการ เว้นแต่ได้ยื่นคำร้องต่ออธิบดีขออนุมัติยื่นและชำระรวมกัน เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้ถือปฏิบัติตั้งแต่เดือนภาษีที่อธิบดีกำหนด

รูปแบบ ลักษณะ ข้อดี ข้อควรระวัง
ยื่นแยกรายสถานประกอบการ (ค่าเริ่มต้นตามกฎหมาย) สำนักงานใหญ่และแต่ละสาขายื่น ภ.พ.30 ของตัวเอง เห็นผลภาษีแยกตามสาขาชัดเจน สาขาหนึ่งชำระ อีกสาขามีเครดิต หักกลบกันในแบบไม่ได้
ยื่นรวม (ต้องได้รับอนุมัติก่อน) ยื่นแบบเดียว ณ สำนักงานใหญ่หรือสาขาที่ได้รับอนุมัติ ภาษีขายและภาษีซื้อของทุกสาขาหักกลบกันได้ งานยื่นน้อยลง ยังต้องทำรายงานภาษีแยกรายสถานประกอบการ

แม้ได้รับอนุมัติให้ยื่นรวม รายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ยังต้องจัดทำเป็นรายสถานประกอบการ (มาตรา 87 วรรคสาม และประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 89 ข้อ 5) ในแบบ ภ.พ.30 มีช่องให้ระบุว่ายื่นแยกหรือยื่นรวม และเป็นของสำนักงานใหญ่หรือสาขาที่เท่าไร

ใบกำกับภาษีซื้อจึงต้องระบุสถานประกอบการของผู้ซื้อให้ถูกด้วย เช่น "สำนักงานใหญ่" หรือ "สาขาที่ 00001" เพราะการลงรายงานภาษีซื้อต้องลงรายการสถานประกอบการของคู่ค้าตามที่ปรากฏในใบกำกับภาษี (ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 89 ข้อ 2/2–2/3)

8. รายงานที่ต้องทำประกอบ ภ.พ.30

ตัวเลขใน ภ.พ.30 ต้องมาจากรายงานภาษีที่กฎหมายบังคับ มาตรา 87 กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำ

รายงาน ใครต้องทำ ใช้ทำอะไร
รายงานภาษีขาย ทุกราย รวมยอดขายและภาษีขายของเดือน
รายงานภาษีซื้อ ทุกราย รวมยอดซื้อและภาษีซื้อที่มีสิทธิหัก
รายงานสินค้าและวัตถุดิบ เฉพาะผู้ประกอบการที่ขายสินค้า ควบคุมปริมาณสินค้าเข้า-ออก

ข้อกำหนดสำคัญ

  • ลงรายการภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ได้มาหรือจำหน่ายสินค้าหรือบริการ (มาตรา 87 วรรคสี่)
  • รูปแบบและรายการในรายงานเป็นไปตามประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 89 ต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและสถานประกอบการของคู่ค้าสำหรับใบกำกับภาษีเต็มรูป
  • เก็บรายงาน ใบกำกับภาษี สำเนาใบกำกับภาษี และเอกสารประกอบไว้ ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันยื่นแบบหรือวันทำรายงาน และเก็บใบกำกับภาษีซื้อเรียงตามลำดับให้ตรงกับรายงานภาษีซื้อ (มาตรา 87/3)

การไม่ทำรายงานหรือมีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบ มีเบี้ยปรับสองเท่าของภาษีที่คำนวณจากฐานภาษีส่วนนั้น (มาตรา 89 (10)) และไม่เก็บใบกำกับภาษีซื้อที่นำมาเครดิตไว้ตามกฎหมาย มีเบี้ยปรับร้อยละ 2 ของภาษีที่นำมาเครดิต (มาตรา 89 (9)) รายงานจึงไม่ใช่งานเอกสารที่ทำย้อนหลังตอนสิ้นปีได้

อ่านต่อเรื่องเอกสารที่ต้องส่งให้ผู้ทำบัญชีทุกเดือน: Checklist เตรียมเอกสารสำนักงานบัญชี (รายเดือน/รายปี)

9. ยื่นผิด ยื่นช้า ไม่ยื่น: เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และการลดเบี้ยปรับ

9.1 ยื่นเพิ่มเติม (แก้แบบที่ยื่นไปแล้ว)

มาตรา 83/4 กำหนดว่า ถ้ายื่นแบบไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่ว่าความคลาดเคลื่อนจะทำให้ภาษีเปลี่ยนไปหรือไม่ ผู้ประกอบการต้องยื่นแบบเพิ่มเติมพร้อมชำระภาษีถ้ามีให้ถูกต้อง ณ สถานที่ที่ยื่นไว้ก่อน ในแบบ ภ.พ.30 ให้เลือก "ยื่นเพิ่มเติมครั้งที่…" และกรอกเฉพาะส่วนต่าง เช่น ยอดขายแจ้งไว้ขาด ยอดซื้อแจ้งไว้เกิน

กรณีที่ต้องยื่นเพิ่มเติมบ่อย

  • ลืมบันทึกใบกำกับภาษีขายบางฉบับ
  • นำภาษีซื้อต้องห้ามมาหัก เช่น ค่ารับรอง ค่าน้ำมันรถเก๋ง
  • ใช้ใบกำกับภาษีซื้อซ้ำสองเดือน
  • บันทึกภาษีขายผิดเดือนเพราะดูจุดความรับผิดผิด

9.2 อัตราเบี้ยปรับตามกฎหมาย (มาตรา 89)

กรณี เบี้ยปรับ อ้างอิง
ประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียน VAT ทั้งที่ต้องจด 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสียในแต่ละเดือน ม.89 (1)
ไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเวลา 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสียในเดือนนั้น ม.89 (2)
ยื่นแบบไม่ถูกต้อง ทำให้ภาษีที่ต้องเสียคลาดเคลื่อน 1 เท่าของภาษีที่เสียคลาดเคลื่อน ม.89 (3)
ยื่นแบบไม่ถูกต้อง ทำให้ภาษีขายหรือภาษีซื้อที่แสดงคลาดเคลื่อน 1 เท่าของภาษีขายที่แสดงขาดหรือภาษีซื้อที่แสดงเกิน ม.89 (4)
ไม่ออกใบกำกับภาษีให้ผู้ซื้อ 2 เท่าของภาษีตามใบกำกับภาษี ม.89 (5)
ใช้ใบกำกับภาษีปลอม 2 เท่าของภาษีตามใบกำกับภาษีนั้น ม.89 (7)

เงินเพิ่ม (มาตรา 89/1): ถ้าไม่ชำระภาษีให้ครบภายในกำหนดเวลา ต้องเสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของภาษีที่ต้องชำระ (ไม่รวมเบี้ยปรับ) นับตั้งแต่พ้นกำหนดยื่นแบบจนถึงวันชำระ แต่ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ เงินเพิ่มคำนวณตามอัตราของกฎหมายและไม่อยู่ในตารางลดเบี้ยปรับด้านล่าง จึงควรชำระให้เร็วที่สุดเมื่อพบว่าช้า

โทษปรับทางอาญา: ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ไม่ยื่นแบบตามมาตรา 83 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท (มาตรา 90 (2)) แยกต่างหากจากเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม และใช้กับเดือนที่ไม่มีภาษีต้องชำระด้วย

9.3 การลดเบี้ยปรับตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.369/2569

มาตรา 89 วรรคท้ายให้เบี้ยปรับงดหรือลดได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี หลักเกณฑ์ปัจจุบันอยู่ในคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542 ซึ่งแก้ไขโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.369/2569 (สั่ง ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันออกคำสั่ง) สำหรับเบี้ยปรับตามมาตรา 89 (2) (3) และ (4)

สถานการณ์ เบี้ยปรับที่ต้องเสีย (ร้อยละของเบี้ยปรับตามกฎหมาย)
ยื่นและชำระเอง โดยยังไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบเป็นหนังสือ ภายใน 15 วันนับแต่วันพ้นกำหนดชำระ 2%
ยื่นเองเช่นเดียวกัน หลัง 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน 5%
ยื่นเองเช่นเดียวกัน หลัง 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน 10%
ยื่นเองเช่นเดียวกัน หลัง 60 วัน 20%
เจ้าพนักงานมีหนังสือแจ้งให้ยื่น และมายื่นภายในเวลาที่กำหนดในหนังสือ 40%
เจ้าพนักงานมีหนังสือแจ้งให้ยื่น และมายื่นหลังพ้นเวลาที่กำหนด 50%
เจ้าพนักงานตรวจพบและบันทึกความผิดแล้ว ความผิดเกิดภายใน 1 ปีนับแต่วันจด VAT 40%
เจ้าพนักงานตรวจพบและบันทึกความผิดแล้ว ความผิดเกิดหลัง 1 ปีนับแต่วันจด VAT 50%

ข้อ 3 ของคำสั่งเดียวกันกำหนดว่า ถ้าผู้ประกอบการยื่นแบบและชำระภาษีพร้อมกัน โดยยังไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบเป็นหนังสือ ให้ถือว่าแบบนั้นเป็นคำร้องขอลดเบี้ยปรับ ในแบบ ภ.พ.30 จึงมีข้อความในคำรับรองว่า "กรณียื่นแบบแสดงรายการเกินกำหนดเวลาหรือยื่นเพิ่มเติม ข้าพเจ้าขอลดเบี้ยปรับด้วย"

สำหรับผู้ที่ไม่ได้จด VAT ตามกำหนด คำสั่งเดียวกันเพิ่มข้อ 5/1 ไว้แยกต่างหาก เช่น ถ้ายื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่รายรับเกินเกณฑ์กิจการขนาดย่อม และยื่นแบบพร้อมชำระภาษีแล้ว ให้งดเบี้ยปรับตามมาตรา 89 (1) ส่วนกรณีจดทะเบียนเกินกำหนด มีอัตราลดเป็นขั้นแบบเดียวกับตาราง (2% ถึง 20% ถ้ายังไม่ได้รับคำเตือน หรือ 40% ถ้าเจ้าพนักงานตรวจพบแล้ว)

ข้อสรุปเชิงปฏิบัติคือ พบข้อผิดพลาดเมื่อไร ยื่นเพิ่มเติมเองให้เร็วที่สุด เบี้ยปรับต่างกันหลายเท่าระหว่างการแก้เองภายใน 15 วัน (2%) กับรอให้เจ้าพนักงานตรวจพบ (40–50%) คำนวณตัวเลขของคุณได้ที่ เครื่องคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษี

10. ตัวอย่างการคำนวณ ภ.พ.30 ตั้งแต่ต้นจนจบ

บริษัท ก จำกัด ขายสินค้าในประเทศ มีสำนักงานใหญ่แห่งเดียว จด VAT มาแล้ว 3 ปี ข้อมูลเดือนภาษีกันยายน 2569 (ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบความเข้าใจ)

ภาษีขาย

  • ขายสินค้าในประเทศ มูลค่าก่อน VAT 1,000,000 บาท ภาษีขาย 70,000 บาท

ใบกำกับภาษีซื้อที่มีในมือ

รายการ มูลค่าก่อน VAT VAT หักได้หรือไม่ เหตุผล
ซื้อสินค้ามาขาย (ใบกำกับเต็มรูปลงวันที่ ก.ย. 69) 500,000 35,000 ได้ เกี่ยวกับกิจการโดยตรง
ค่าเช่าโกดังและค่าบริการ (ใบกำกับเต็มรูป ก.ย. 69) 60,000 4,200 ได้ เกี่ยวกับกิจการโดยตรง
ซื้อวัสดุ ใบกำกับลงวันที่ ก.ค. 69 ได้รับจริงเดือน ก.ย. 69 40,000 2,800 ได้ อยู่ในช่วง 6 เดือน (ส.ค. 69–ม.ค. 70) ต้องระบุ "ถือเป็นภาษีซื้อในเดือนภาษีกันยายน 2569"
เลี้ยงอาหารลูกค้า 20,000 1,400 ไม่ได้ ค่ารับรอง ม.82/5 (4)
ค่าน้ำมันและค่าซ่อมรถเก๋งของกรรมการ 15,000 1,050 ไม่ได้ รถยนต์นั่ง ประกาศฉบับที่ 42 ข้อ 2 (1)
ซื้ออุปกรณ์สำนักงาน ได้ใบกำกับภาษีอย่างย่อ 3,000 210 ไม่ได้ ประกาศฉบับที่ 42 ข้อ 2 (2)

การกรอก ภ.พ.30

ข้อ รายการ บาท
1 ยอดขายในเดือนนี้ 1,000,000
4 ยอดขายที่ต้องเสียภาษี 1,000,000
5 ภาษีขายเดือนนี้ 70,000
6 ยอดซื้อที่มีสิทธินำภาษีซื้อมาหัก (500,000 + 60,000 + 40,000) 600,000
7 ภาษีซื้อเดือนนี้ (35,000 + 4,200 + 2,800) 42,000
8 ภาษีที่ต้องชำระเดือนนี้ 28,000

ภาษีซื้อต้องห้ามรวม 2,660 บาท (1,400 + 1,050 + 210) ไม่นำมาลงในข้อ 6 และ 7 ถ้าบริษัทเผลอนำมาหัก จะชำระภาษีขาดไป 2,660 บาท และต้องยื่นเพิ่มเติมภายหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

กำหนดยื่น: ยื่นกระดาษภายใน 15 ตุลาคม 2569 หรือยื่นออนไลน์ภายใน 23 ตุลาคม 2569

กรณีลืมยื่น แล้วมายื่นเองวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569

สมมติบริษัทไม่ได้ยื่นตามกำหนด มายื่นและชำระเองวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 โดยยังไม่ได้รับหนังสือเตือนจากสรรพากร

รายการ วิธีคิด บาท
ภาษีที่ต้องชำระ ตามข้อ 8 28,000
เบี้ยปรับตามกฎหมาย ม.89 (2) 2 เท่า × 28,000 56,000
เบี้ยปรับหลังลดตาม ท.ป.369/2569 ชำระหลังพ้นกำหนดเกิน 15 วันแต่ไม่เกิน 30 วัน: 5% × 56,000 2,800
เงินเพิ่ม ม.89/1 1.5% × 28,000 × 1 เดือน (ไม่ถึง 1 เดือน นับเป็น 1 เดือน) 420
รวมชำระพร้อมแบบ 31,220

นอกจากนี้อาจมีค่าปรับทางอาญาตามมาตรา 90 (2) ซึ่งไม่เกิน 2,000 บาท ถ้ารอจนเจ้าพนักงานตรวจพบและบันทึกความผิดก่อน เบี้ยปรับจะเป็น 50% ของ 56,000 = 28,000 บาท เท่ากับภาษีทั้งเดือน เทียบกับ 2,800 บาทถ้ายื่นเอง

กรณีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย

ถ้าเดือนเดียวกันบริษัทซื้อเครื่องจักร 2,000,000 บาท VAT 140,000 บาท ภาษีซื้อรวมจะเป็น 182,000 บาท มากกว่าภาษีขาย 70,000 บาท เกิดภาษีชำระเกิน 112,000 บาท (ข้อ 9 ในแบบ) บริษัทเลือกได้ว่าจะลงชื่อขอคืนเป็นเงินสดในแบบ ภ.พ.30 เดือนนี้ หรือไม่ลงชื่อเพื่อยกไปเป็น "ภาษีที่ชำระเกินยกมา" (ข้อ 10) ในเดือนตุลาคม 2569

11. เช็กลิสต์ก่อนกดยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน

  • รายงานภาษีขายครบทุกใบกำกับภาษีที่ออกในเดือน รวมใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้ และตรงกับบัญชีรายได้
  • ตรวจจุดความรับผิดของรายการที่รับเงินล่วงหน้า เงินมัดจำ และงานบริการที่รับเงินข้ามเดือน
  • แยกยอดขายอัตรา 0% และยอดขายที่ได้รับยกเว้นออกจากยอดขายที่ต้องเสียภาษี และเก็บหลักฐานการส่งออก
  • ใบกำกับภาษีซื้อทุกใบเป็นแบบเต็มรูป มีชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และสาขาของบริษัทถูกต้อง
  • คัดภาษีซื้อต้องห้ามออก: ค่ารับรอง รถยนต์นั่ง ใบกำกับอย่างย่อ รายจ่ายส่วนตัว ใบกำกับภาษีที่เป็นสำเนา
  • ใบกำกับภาษีซื้อที่มาช้า อยู่ภายใน 6 เดือนและระบุเดือนที่ใช้ไว้แล้ว
  • ไม่มีใบกำกับภาษีซื้อใบใดถูกใช้ซ้ำในเดือนก่อน
  • ยอดภาษีที่ชำระเกินยกมาตรงกับ ภ.พ.30 เดือนก่อน
  • มีสาขา: ยื่นแยกครบทุกสาขา หรือยื่นรวมตามที่ได้รับอนุมัติ
  • ตัดสินใจเรื่องเครดิตภาษี: ขอคืนหรือยกไป และเตรียมเอกสารถ้าขอคืน
  • ยื่นและชำระก่อนวันที่ 23 (ออนไลน์) โดยเผื่อเวลา 2–3 วันทำการ

อยากให้สำนักงานบัญชีดูแลเรื่องนี้ให้?

ตะวัน คอนซัลแทนท์ รับทำบัญชีรายเดือน บันทึกบัญชี ยื่น VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกันสังคม และปิดงบให้ครบทุกกำหนด เริ่มต้น 1,500 บาท/เดือน · ทัก LINE ประเมินราคาฟรี

อ่านต่อ: เปลี่ยนสำนักงานบัญชีอย่างไรให้ปลอดภัย: สัญญาณเตือน จังหวะที่เหมาะ และเช็กลิสต์ส่งมอบงานบัญชี · จด VAT ครบจบ: รายได้เกิน 1.8 ล้านนับอย่างไร ยื่น ภ.พ.01 ภายใน 30 วัน หน้าที่หลังจด ค่าปรับ และการถอนทะเบียน

คำถามที่พบบ่อย

1. เดือนนี้ไม่มียอดขายเลย ต้องยื่น ภ.พ.30 ไหม

ต้องยื่น มาตรา 83 กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นทุกเดือนไม่ว่าจะขายสินค้าหรือให้บริการหรือไม่ ยื่นเป็นยอดศูนย์ หรือถ้ามีภาษีซื้อก็แสดงเป็นภาษีชำระเกินยกไปเดือนถัดไป การไม่ยื่นมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทตามมาตรา 90 (2) แม้ไม่มีภาษีต้องชำระ

2. ได้รับใบกำกับภาษีซื้อช้าไป 3 เดือน ยังใช้ได้ไหม

ใช้ได้ ถ้าไม่ช้าเกิน 6 เดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษี และระบุข้อความว่า "ถือเป็นภาษีซื้อในเดือนภาษี…" ไว้ในใบกำกับภาษี (ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 4) ควรเก็บหลักฐานวันที่ได้รับใบกำกับจริงไว้ด้วย

3. ภาษีซื้อค่าน้ำมันรถตู้และรถเก๋งของบริษัท หักได้ไหม

รถเก๋งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนหักไม่ได้ ทั้งค่าซื้อ ค่าเช่า และค่าน้ำมัน ค่าซ่อมที่เกี่ยวกับรถนั้น (ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 42 ข้อ 2 (1)) เว้นแต่บริษัทประกอบกิจการขายหรือให้เช่ารถเหล่านี้โดยตรง รถตู้ที่มีที่นั่งเกิน 10 คนและรถบรรทุกไม่อยู่ในข้อห้ามนี้ แต่ยังต้องใช้ในกิจการและมีใบกำกับภาษีเต็มรูป

4. ยื่นแบบไปแล้วเพิ่งพบว่าลืมใบกำกับภาษีขาย ต้องทำอย่างไร

ยื่น ภ.พ.30 เพิ่มเติมของเดือนนั้นทันทีพร้อมชำระภาษีที่ขาด (มาตรา 83/4) ถ้ายื่นเองก่อนได้รับหนังสือเตือน เบี้ยปรับจะลดเหลือ 2–20% ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย ขึ้นกับว่าชำระช้าไปกี่วัน (คำสั่ง ท.ป.81/2542 แก้ไขโดย ท.ป.369/2569) บวกเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ขาด

5. มีหลายสาขา ยื่นรวมที่สำนักงานใหญ่ได้เลยไหม

ไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้รับอนุมัติ กฎหมายให้แยกยื่นเป็นรายสถานประกอบการ ถ้าต้องการยื่นรวมต้องยื่นคำร้องต่ออธิบดีและเริ่มยื่นรวมได้ตั้งแต่เดือนภาษีที่อธิบดีกำหนด (มาตรา 83 วรรคสี่) แม้ยื่นรวมแล้ว รายงานภาษียังต้องแยกตามสถานประกอบการ

6. เครดิตภาษีสะสมหลายเดือน ควรขอคืนหรือยกไปต่อ

ขึ้นกับว่าจะใช้เครดิตหมดเร็วแค่ไหน ถ้าเดือนถัดไปมีภาษีขายมากพอ การยกไปง่ายกว่าและไม่ต้องรอตรวจ ถ้าเครดิตเกิดต่อเนื่องเพราะโครงสร้างธุรกิจ เช่น ส่งออกเป็นหลัก ควรขอคืนเป็นเงินพร้อมเตรียมเอกสาร สิทธิขอคืนมีอายุ 3 ปีนับแต่วันพ้นกำหนดยื่นแบบของเดือนนั้น (มาตรา 84/1)

7. ยื่นกระดาษไปแล้ว จะยื่นเพิ่มเติมออนไลน์ได้สิทธิขยายเวลาไหม

ไม่ได้ ประกาศกระทรวงการคลังเรื่องการขยายกำหนดเวลายื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ต (ฉบับที่ 7) ข้อ 2 กำหนดว่าถ้ายื่นฉบับปกติเป็นกระดาษ ต่อมายื่นผ่านอินเทอร์เน็ต จะไม่ได้สิทธิขยายเวลาสำหรับการยื่นออนไลน์ครั้งนั้น ถ้าจะใช้สิทธิถึงวันที่ 23 ควรยื่นออนไลน์ตั้งแต่ฉบับปกติ

ให้ Tawan Consultant ช่วยดูแลเรื่องนี้

ทีมบัญชีของ ตะวัน คอนซัลแทนท์ (Tawan Consultant) ช่วยผู้ประกอบการจัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ คัดภาษีซื้อต้องห้าม ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนให้ทันกำหนด ยื่นเพิ่มเติมเมื่อพบข้อผิดพลาด และเตรียมเอกสารขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

  • โทร: 096-692-2528
  • LINE: @962iwlqe
  • ที่อยู่: 34 ซอยเพชรเกษม 28 แยก 16 แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
  • เวลาทำการ: จันทร์–ศุกร์ 8:30–17:30
  • เว็บไซต์: www.tawanconsultant.com

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ กฎหมายและแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิง

  1. ประมวลรัษฎากร มาตรา 80–82/18 (มาตรา 82/3 การคำนวณภาษีขายหักภาษีซื้อ, 82/4 ภาษีขายและภาษีซื้อ, 82/5 ภาษีซื้อต้องห้าม, 82/6 การเฉลี่ยภาษีซื้อ) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5206.html
  2. ประมวลรัษฎากร มาตรา 83–84/4 (มาตรา 83 การยื่นแบบรายเดือน กำหนดเวลา และสถานประกอบการหลายแห่ง, 83/4 การยื่นเพิ่มเติม, 84 เครดิตภาษีและการขอคืน, 84/1 กำหนดเวลาขอคืน) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5207.html
  3. ประมวลรัษฎากร มาตรา 87–90/5 (มาตรา 87 รายงานภาษี, 87/3 การเก็บรักษาเอกสาร, 89 เบี้ยปรับ, 89/1 เงินเพิ่ม, 90 โทษปรับ) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5209.html
  4. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 4) เรื่อง ภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในเดือนภาษีเพราะมีเหตุจำเป็น (ข้อ 1–2) https://www.rd.go.th/3417.html
  5. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) เรื่อง ภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักตามมาตรา 82/5 (1)–(4) https://www.rd.go.th/3409.html
  6. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง ภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักตามมาตรา 82/5 (6) (ข้อ 2 (1), (2), (3), (7), (8)) https://www.rd.go.th/3398.html
  7. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 89) เรื่อง การจัดทำรายงาน การลงรายการ และการเก็บใบกำกับภาษี (ข้อ 2/2, 2/3, 5) https://www.rd.go.th/3374.html
  8. คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.369/2569 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม (แก้ไขคำสั่งที่ ท.ป.81/2542 ข้อ 2, 3, 5 และเพิ่มข้อ 5/1) https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/tp369A.pdf
  9. ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ฉบับที่ 7) แก้ไขโดยฉบับที่ 8 และ 9 (ข้อ 1.6 (1) และข้อ 2) https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/mofexpandfornet7A.pdf
  10. แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) และคำแนะนำ กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/fileadmin/tax_pdf/vat/pp30_300160.pdf
  11. คู่มือผู้ประกอบการ กรณีขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/lorkhor/newspr/2025/vat_refund.pdf
  12. ข่าวกรมสรรพากร ปชส. 18/2569 ขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือร้อยละ 7 ออกไปถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/news/2569thai/news18_2569.pdf
  13. พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 807) พ.ศ. 2569 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 50 ก วันที่ 23 สิงหาคม 2569 มาตรา 2) https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dc807.pdf
  14. เอกสารประกอบการสัมมนา ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรมสรรพากร (หัวข้อ การใช้ภาษีซื้อ) https://www.rd.go.th/publish/seminar/25601121VAT_document.pdf

บทความล่าสุด

ทีมงานมืออาชีพด้านบัญชีและภาษี


ยินดีให้บริการ

บริการของเรา

ให้คำปรึกษาด้านการทำบัญชีและภาษีเฉพาะกิจการ

ที่ปรึกษาเฉพาะคุณ

"ข้อมูลบัญชีบอกผลการดำเนินงาน”

เราวิเคราะห์ตัวเลขที่เกิดขึ้น ให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจในอนาคต ในทุกเรื่องของธุรกิจ ให้ธุรกิจเติบโต

HOW WE'RE DIFFERENT

TAWAN CONSULTANT

ผู้จัดทำบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชีมืออาชีพ

ทีมงานสำนักงานบัญชีกำลังให้คำปรึกษาลูกค้าเพื่อวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย

ABOUT US

เราคือโอกาสให้คุณมีเวลากลับไปทำในสิ่งที่ธุรกิจคุณถนัดที่สุด ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเติบโตอย่างมั่นคง

เราเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มุ่งมั่นให้บริการธุรกิจ SME ทั่วประเทศ เราดูแลด้านบัญชีเพื่อลดภาระการจัดการตัวเลขของคุณ ในขณะที่คุณสามารถโฟกัสกับการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ บริการของเรายืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับประเภทและขนาดธุรกิจของคุณ