ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และมี รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน (ประมวลรัษฎากร มาตรา 81/1 และมาตรา 85/1 ประกอบ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 432 มาตรา 4) เกณฑ์นี้ใช้เหมือนกันทั้งบุคคลธรรมดาและบริษัท ไม่ว่าจะขายหน้าร้านหรือขายออนไลน์ ส่วนกิจการที่กฎหมายยกเว้น VAT ตามมาตรา 81 เช่น ขายผักผลไม้สด ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือขนส่งในประเทศ ไม่ต้องจด แม้รายรับจะเกิน 1.8 ล้านบาท
เมื่อจดแล้ว หน้าที่จะเพิ่มขึ้นทันที ต้องเรียกเก็บ VAT 7% ออกใบกำกับภาษี ทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย และรายงานสินค้า และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนแม้เดือนนั้นไม่มีรายได้ ถ้าเกินเกณฑ์แล้วไม่จด สรรพากรประเมินภาษีย้อนหลังได้ พร้อมเบี้ยปรับ 2 เท่าและเงินเพิ่ม และมีโทษทางอาญาด้วย บทความนี้สรุปทุกขั้นตอนตามประมวลรัษฎากรและเอกสารของกรมสรรพากร (ดูแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ)
สรุปสั้นที่สุด: ขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสีย VAT มีรายรับ เกิน 1,800,000 บาทต่อปี (บุคคลธรรมดานับตามปีปฏิทิน บริษัทนับตามรอบบัญชี) = ต้องยื่น ภ.พ.01 ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รายรับเกิน · กิจการที่ยกเว้นตามมาตรา 81 ไม่ต้องจด · รายรับไม่ถึงเกณฑ์ จดโดยสมัครใจได้ แต่ถอนทะเบียนไม่ได้ทันที · จดแล้วต้องเก็บ VAT 7% ออกใบกำกับภาษี ทำรายงาน 3 เล่ม และยื่น ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 23) ทุกเดือน · ไม่จดทั้งที่ต้องจด = เบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีแต่ละเดือนหรือ 1,000 บาทต่อเดือน (แล้วแต่อย่างใดมากกว่า) + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน + โทษอาญา · เลิกกิจการแจ้ง ภ.พ.09 ภายใน 15 วัน ส่วนรายรับลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ติดต่อกัน 3 ปี ขอถอนทะเบียนด้วย ภ.พ.08
1. VAT คืออะไร และเสียในอัตราเท่าไร
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เก็บจากการขายสินค้า การให้บริการ และการนำเข้า ประมวลรัษฎากร มาตรา 80 กำหนดอัตราไว้ 10% แต่มีพระราชกฤษฎีกาลดอัตราลงมาต่อเนื่อง ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ พ.ร.ฎ. (ฉบับที่ 807) พ.ศ. 2569 (ลงราชกิจจานุเบกษา 23 สิงหาคม 2569 ใช้บังคับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569) ซึ่งให้คงอัตราไว้ที่ 6.3% สำหรับความรับผิดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2560 ถึง 30 กันยายน 2570
กรมสรรพากรเก็บภาษีเพื่อราชการส่วนท้องถิ่นเพิ่มอีก 1 ใน 9 ของอัตราที่เก็บ คือ 0.7% รวมเป็น 7% ที่เราเห็นในใบกำกับภาษี
ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ได้จ่าย VAT จากเงินตัวเองทั้งหมด หลักการตามมาตรา 82/3 คือ
| รายการ | ความหมาย |
|---|---|
| ภาษีขาย | VAT ที่เราเรียกเก็บจากลูกค้าเมื่อขายสินค้าหรือให้บริการ |
| ภาษีซื้อ | VAT ที่เราจ่ายให้ผู้ขายเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการมาใช้ในกิจการ (ต้องมีใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง) |
| ภาษีขาย > ภาษีซื้อ | ชำระส่วนต่างให้กรมสรรพากร |
| ภาษีซื้อ > ภาษีขาย | เป็นเครดิตภาษี ขอคืนเป็นเงินหรือนำไปใช้ชำระภาษีเดือนถัดไปได้ |
ภาระ VAT จริงจึงตกอยู่กับผู้บริโภคคนสุดท้ายที่นำภาษีซื้อไปหักไม่ได้ ส่วนผู้ประกอบการทำหน้าที่เก็บและนำส่ง ปัญหาจะเกิดเมื่อผู้ประกอบการ ไม่ได้เก็บ VAT จากลูกค้า แต่ถูกประเมินให้จ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดกับคนที่จด VAT ช้า (ดูข้อ 8)
2. ใครต้องจด VAT: เกณฑ์รายรับ 1.8 ล้านบาท
2.1 หลักกฎหมาย
มาตรา 81/1 ให้ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการ ที่อยู่ในบังคับต้องเสีย VAT และมีมูลค่าฐานภาษีไม่เกินเกณฑ์ "กิจการขนาดย่อม" ได้รับยกเว้น VAT และ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 432 พ.ศ. 2548 มาตรา 4 กำหนดเกณฑ์นี้ไว้ที่ ไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ดังนั้นเมื่อรายรับ เกิน 1,800,000 บาท ก็ไม่ได้รับยกเว้นอีกต่อไป และต้องจดทะเบียนตามมาตรา 85/1
กรมสรรพากรอธิบายไว้ในหน้า "ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม" ว่า ผู้ประกอบกิจการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเป็นปกติธุระ เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน
2.2 "ปี" นับอย่างไร
พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 432 มาตรา 5 กำหนดคำว่า "ปี" ไว้ดังนี้
| ผู้ประกอบการ | นับรายรับอย่างไร |
|---|---|
| บุคคลธรรมดา หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล | ตามปีปฏิทิน (1 มกราคม – 31 ธันวาคม) |
| นิติบุคคล (บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล) | ตามรอบระยะเวลาบัญชี |
| เริ่มประกอบกิจการระหว่างปี | นับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการถึงวันสิ้นปีปฏิทิน (บุคคลธรรมดา) หรือวันสิ้นรอบบัญชี (นิติบุคคล) |
ข้อสังเกตสำคัญ
- ไม่มีการเฉลี่ยเต็มปี ถ้าเปิดร้านเดือนกรกฎาคม แล้วขายได้ 1.9 ล้านบาทภายในเดือนธันวาคม ถือว่าเกินเกณฑ์แล้ว ไม่ต้องรอให้ครบ 12 เดือน
- นับยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี และหน้าที่เกิดในวันที่ยอดสะสมเกิน 1.8 ล้านบาท ไม่ใช่สิ้นปี
- ขึ้นปีใหม่ ยอดของบุคคลธรรมดาเริ่มนับใหม่ แต่ถ้าจดทะเบียนไปแล้ว ทะเบียนยังมีผลต่อไป จนกว่าจะเลิกกิจการหรือได้รับอนุมัติให้ถอนทะเบียน (ข้อ 9)
2.3 รายรับอะไรนับ อะไรไม่นับ
| รายการ | นับรวม 1.8 ล้านหรือไม่ | เหตุผล |
|---|---|---|
| ยอดขายสินค้าหรือค่าบริการทั่วไป (ก่อนหักต้นทุน) | นับ | เป็นรายรับ ไม่ใช่กำไร เกณฑ์นี้ไม่ดูว่ากำไรหรือขาดทุน |
| ยอดขายทุกช่องทาง หน้าร้าน ออนไลน์ Marketplace ขายส่ง | นับรวมกัน | เป็นรายรับจากกิจการเดียวกันของผู้ประกอบการรายเดียวกัน |
| ส่งออกสินค้า หรือให้บริการที่ใช้ในต่างประเทศ (อัตรา 0% ตามมาตรา 80/1) | นับ (ตามถ้อยคำของกฎหมาย) | 0% ยังเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT เพียงแต่ใช้อัตรา 0% มาตรา 81(1) ยกเว้นเฉพาะ "การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก" ทั้งนี้ ผู้เขียนยังไม่พบข้อหารือของกรมสรรพากรที่ตอบเรื่องนี้โดยตรง กิจการส่งออกที่ยอดใกล้เกณฑ์ควรยืนยันกับสรรพากรหรือที่ปรึกษา |
| ขายสินค้าหรือบริการที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 81 | ไม่นับ | มาตรา 81/1 นับเฉพาะกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสีย VAT และกรมสรรพากรอธิบายเกณฑ์ 1.8 ล้านว่าใช้กับสินค้าหรือบริการ "ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย" |
| เงินเดือน ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินปันผล | ไม่นับ | ไม่ใช่การขายสินค้าหรือให้บริการ |
ความต่างของ 0% กับยกเว้นมีผลมาก ทั้งต่อเกณฑ์ 1.8 ล้านและสิทธิขอคืนภาษีซื้อ อ่านรายละเอียดได้ที่ VAT 0% กับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่างกันอย่างไร
วันที่นับยอด: กรมสรรพากรเคยตอบข้อหารือว่า การคำนวณมูลค่าฐานภาษีเทียบเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท ให้ถือมูลค่าฐานภาษี ณ เวลาที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้นตามมาตรา 79/3 (ข้อหารือ กค 0702/พ./1000 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2551) ไม่ได้ดูว่าเงินเข้าบัญชีเมื่อใดเสมอไป
กิจการผสม: ร้านที่ขายทั้งของยกเว้น (เช่น ผักสด ไข่สด) และของที่ต้องเสีย VAT (เช่น ของใช้ เครื่องดื่ม ขนมบรรจุซอง) ให้นับเฉพาะยอดขายส่วนที่ต้องเสีย VAT เทียบกับเกณฑ์ 1.8 ล้าน (ตามถ้อยคำมาตรา 81/1 ที่ใช้กับกิจการ "ที่อยู่ในบังคับต้องเสีย VAT") จึงควรแยกยอดขายสองกลุ่มนี้ออกจากกันตั้งแต่ระบบขายหน้าร้าน ร้านค้าส่งค้าปลีกที่ขายสินค้าหลายประเภทดูรายละเอียดการทำบัญชีและรายงานสต็อกเพิ่มได้ที่ บัญชีและภาษีร้านค้าส่ง-ค้าปลีก
2.4 กิจการที่ได้รับยกเว้น VAT (มาตรา 81) จึงไม่ต้องจด
มาตรา 81/2 กำหนดว่ากิจการที่ได้รับยกเว้น VAT ไม่ต้องปฏิบัติตามหมวด VAT ตัวอย่างที่พบบ่อยในธุรกิจ SME ตามมาตรา 81(1)
| กลุ่ม | ตัวอย่างกิจการที่ยกเว้น (ตามมาตรา 81(1)) |
|---|---|
| สินค้าเกษตรและอาหารสด | (ก) พืชผลทางการเกษตร และข้าวสาร ในสภาพสดหรือรักษาสภาพด้วยวิธีที่กฎหมายระบุ เช่น แช่เย็น แช่แข็ง ทำให้แห้ง · (ข) สัตว์ เนื้อสัตว์ ไข่ น้ำนม ในลักษณะเดียวกัน · (ค) ปุ๋ย · (ง) ปลาป่น อาหารสัตว์ · (จ) ยาหรือเคมีภัณฑ์สำหรับพืชหรือสัตว์ |
| สิ่งพิมพ์ | (ฉ) หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำราเรียน |
| การศึกษาและวิชาชีพ | (ช) การศึกษาของสถานศึกษาตามกฎหมาย · (ฌ) การประกอบโรคศิลปะ การสอบบัญชี การว่าความ และวิชาชีพอิสระอื่นที่อธิบดีกำหนดและมีกฎหมายควบคุม |
| สุขภาพ | (ญ) บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมาย |
| แรงงานและบันเทิง | (ฐ) บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน · (ฒ) บริการของนักแสดงสาธารณะในสาขาที่อธิบดีกำหนด |
| ขนส่งและอสังหาฯ | (ณ) ขนส่งในราชอาณาจักร · (ด) ขนส่งระหว่างประเทศที่ไม่ใช่ทางอากาศหรือทางเรือเดินทะเล · (ต) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ |
ข้อควรระวังคือการยกเว้นหลายข้อมีเงื่อนไข เช่น มาตรา 81(1) ใช้กับ "การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก" (ถ้าส่งออกจะเป็นอัตรา 0%) และข้อ (ก) (ข) ไม่รวมผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรมตามลักษณะและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด และวิชาชีพอิสระต้องเป็นวิชาชีพที่อธิบดีกำหนดและมีกฎหมายควบคุมเท่านั้น ถ้าไม่แน่ใจว่ากิจการเข้าข้อยกเว้นหรือไม่ ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจไม่จด
2.5 กรณีที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ต้องจด
นอกจากกิจการยกเว้นและกิจการที่รายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาท มาตรา 85/3 กำหนดผู้ประกอบการที่ไม่ต้องจดทะเบียนไว้อีก เช่น ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรและเข้ามาประกอบกิจการเป็นครั้งคราว และผู้ให้บริการจากต่างประเทศบางกรณี กรณีเหล่านี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติของ SME ไทย จึงไม่ลงรายละเอียดในบทความนี้
3. ต้องจดเมื่อไร: 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน
| สถานการณ์ | กำหนดเวลา | กฎหมาย |
|---|---|---|
| รายรับสะสมเกิน 1.8 ล้านบาทในปี | ยื่นคำขอจดทะเบียน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน | มาตรา 85/1(1)(ก) |
| ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นแต่แจ้งขอเสีย VAT (จดโดยสมัครใจ) | ภายใน 30 วันนับแต่วันที่แจ้งต่ออธิบดี | มาตรา 85/1(2) |
| ยังไม่เริ่มกิจการ แต่มีแผนงานพิสูจน์ได้และมีการซื้อสินค้าหรือบริการที่มี VAT เพื่อเตรียมกิจการ เช่น ก่อสร้างโรงงาน ติดตั้งเครื่องจักร | มีสิทธิยื่นได้ล่วงหน้า ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันเริ่มประกอบกิจการ | มาตรา 85 และประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับ VAT (ฉบับที่ 57) ข้อ 1 |
ข้อควรระวัง: 30 วันนี้เป็นเวลาสำหรับยื่นคำขอ ไม่ได้แปลว่าช่วงที่ยอดเกินแล้วแต่ยังไม่ได้ใบทะเบียนจะปลอดภาษี ในข้อหารือ กค 0702/7643 (14 ตุลาคม 2557) กรมสรรพากรวินิจฉัยว่าผู้ที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทแล้วยังไม่จดทะเบียน ถือว่าประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่รายรับเกิน และต้องรับผิดเสียภาษีพร้อมเบี้ยปรับเป็นรายเดือนภาษีย้อนหลัง จึงควรวางแผนเก็บ VAT ตั้งแต่วันที่ยอดเกิน และยื่นจดให้เร็วที่สุด
ในทางปฏิบัติ อย่ารอให้ยอดเกินแล้วค่อยเริ่มเตรียมเอกสาร ผู้ประกอบการที่มียอดขายเดือนละ 150,000 บาทขึ้นไปควรเริ่มนับยอดสะสมทุกเดือน และเตรียมเอกสารจดทะเบียนไว้ตั้งแต่ยอดสะสมแตะประมาณ 1.5 ล้านบาท เพราะช่วงหลังจากนั้นยอดอาจข้ามเกณฑ์ภายในไม่กี่สัปดาห์
บุคคลธรรมดาที่ขายออนไลน์และมีรายได้ใกล้เกณฑ์ ควรอ่านประกอบกับ 11 เรื่อง ภาษีขายของออนไลน์ 2569 เพื่อดูภาพรวมทั้งภาษีเงินได้และ VAT
4. จด VAT โดยสมัครใจ: ทำได้ไหม คุ้มไหม
4.1 ใครจดโดยสมัครใจได้
มาตรา 81/3 ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นต่อไปนี้ มีสิทธิ แจ้งขอจดทะเบียนและเสีย VAT ได้
- ผู้ขายสินค้าตามมาตรา 81(1)(ก) ถึง (ฉ) เช่น สินค้าเกษตร สัตว์ ปุ๋ย อาหารสัตว์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำราเรียน
- กิจการขนาดย่อมตามมาตรา 81/1 คือผู้ที่ขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสีย VAT แต่รายรับยังไม่เกิน 1.8 ล้านบาท
- กิจการอื่นตามที่ พ.ร.ฎ. กำหนด
ผู้ที่จดโดยสมัครใจยื่นคำขอแจ้งใช้สิทธิ ภ.พ.01.1 พร้อมคำขอจดทะเบียน ภ.พ.01
4.2 ข้อดีและข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|
| ขอคืนภาษีซื้อได้ เหมาะกับกิจการที่ซื้อวัตถุดิบ อุปกรณ์ หรือสินค้าจากผู้จด VAT ในสัดส่วนสูง | ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้ไม่มียอดขาย (มาตรา 83) ลืมยื่นเดือนเดียวก็มีค่าปรับ |
| ลูกค้าที่เป็นบริษัทจด VAT นำภาษีซื้อไปเครดิตได้ จึงมักต้องการซื้อจากผู้ที่ออกใบกำกับภาษีได้ | ต้องทำรายงานภาษีขาย ภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ (มาตรา 87) |
| กิจการส่งออก (0%) จดแล้วได้คืนภาษีซื้อเป็นเงินสด | ลูกค้าบุคคลทั่วไปต้องจ่ายแพงขึ้น 7% หรือเราต้องยอมลดกำไร |
| ไม่ต้องคอยเฝ้าระวังว่ายอดจะข้าม 1.8 ล้านเมื่อไร | ถอนทะเบียนไม่ได้ทันที ต้องเสีย VAT ต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดก่อน (ข้อ 9) |
ใครน่าจะคุ้ม: ผู้ขายให้ลูกค้าธุรกิจเป็นหลัก ผู้ที่มีต้นทุนซื้อจากผู้จด VAT สูง ผู้ส่งออก หรือกิจการที่กำลังโตและจะข้ามเกณฑ์ในไม่ช้า
ใครน่าจะไม่คุ้ม: ร้านที่ขายให้ผู้บริโภคทั่วไปเป็นหลัก มีต้นทุนจากผู้ไม่จด VAT มาก (เช่น ซื้อจากตลาดหรือผู้ขายรายย่อย) และไม่มีคนทำบัญชีรายเดือน
5. วิธีจด VAT ด้วย ภ.พ.01
5.1 ช่องทางยื่น
กรมสรรพากรเปิดให้จดทะเบียนได้ 2 ช่องทาง
- ยื่นทางอินเทอร์เน็ต ผ่านระบบจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มบนเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th
- ยื่นแบบกระดาษ ที่หน่วยจดทะเบียนในท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่
สถานที่ยื่นแบบกระดาษ
| ที่ตั้งสถานประกอบการ | ยื่นที่ |
|---|---|
| ในกรุงเทพมหานคร | สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ |
| นอกกรุงเทพมหานคร | สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ |
| มีหลายสถานประกอบการ | ยื่นแห่งเดียว ณ ท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ (มาตรา 85 วรรคสาม) |
| อยู่ในความดูแลของสำนักงานบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ | สำนักงานบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ หรือยื่นผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่ |
5.2 แบบฟอร์มและเอกสาร
ตามรายการเอกสารของกรมสรรพากร และประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับ VAT (ฉบับที่ 57) ข้อ 5
| เอกสาร | บุคคลธรรมดา | บริษัท / หจก. |
|---|---|---|
| ภ.พ.01 คำขอจดทะเบียน 3 ฉบับ | ✓ | ✓ |
| ภ.พ.01.1 (เฉพาะกรณีขอใช้สิทธิจดโดยสมัครใจ) 3 ฉบับ | ถ้ามี | ถ้ามี |
| หลักฐานที่ตั้ง: สำเนาสัญญาเช่าที่ระบุชื่อและที่อยู่เจ้าของ หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ (กรณีไม่มีค่าตอบแทน) | ✓ | ✓ |
| แผนที่ตั้งสถานประกอบการโดยสังเขป พร้อมภาพถ่ายสถานประกอบการ | ✓ | ✓ |
| หนังสือมอบอำนาจ (ติดอากรแสตมป์) พร้อมบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบ (กรณีมอบอำนาจ) | ถ้ามี | ถ้ามี |
| ห้องชุด: หนังสือรับรองจากผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดว่าอยู่ในพื้นที่ประกอบการค้า | ถ้ามี | ถ้ามี |
ผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารตัวจริงไว้แสดงต่อเจ้าพนักงานด้วย
ใช้บ้านเป็นสถานประกอบการ: ประกาศฉบับที่ 57 ข้อ 5(5) กำหนดให้ติดป้ายแสดงชื่อผู้ประกอบการไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ส่วนบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่ขายออนไลน์โดยใช้ห้องชุดเพื่ออยู่อาศัยเป็นสถานประกอบการแห่งเดียว และมีทะเบียนพาณิชย์ประเภทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีหลักเกณฑ์เฉพาะตามข้อ 4/1 ของประกาศเดียวกัน
5.3 หลังยื่นแล้วได้อะไร
เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำขอและเอกสารครบ จะออก ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ให้ และผู้ประกอบการเป็น "ผู้ประกอบการจดทะเบียน" นับแต่วันที่ระบุไว้ในใบทะเบียน (มาตรา 85 วรรคสี่) จากนั้น
- แสดงใบ ภ.พ.20 ไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบการทุกแห่ง (มาตรา 85/4)
- ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักเดิมในใบกำกับภาษี (บุคคลธรรมดาใช้เลขบัตรประชาชน บริษัทใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล)
- เริ่มออกใบกำกับภาษีตั้งแต่วันที่มีผล ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น เพราะมาตรา 86/13 ห้ามผู้ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนออกใบกำกับภาษี (แต่ยอดขายระหว่างวันที่ยอดเกินกับวันที่มีผลอาจยังถูกประเมิน VAT ได้ ดูข้อ 3 และ 7.4)
6. จด VAT แล้วต้องทำอะไรบ้าง
| หน้าที่ | สิ่งที่ต้องทำ | กฎหมาย |
|---|---|---|
| 1. เรียกเก็บ VAT | เก็บ VAT จากผู้ซื้อเมื่อความรับผิดเกิดขึ้น แสดงราคารวม VAT ได้ ส่วนกิจการค้าปลีกต้องแสดงราคาที่รวม VAT แล้ว | มาตรา 82/4, 86/6 |
| 2. ออกใบกำกับภาษี | ออกทุกครั้งที่ขายหรือให้บริการ ทันทีที่ความรับผิดเกิดขึ้น ส่งต้นฉบับให้ผู้ซื้อ เก็บสำเนาไว้ | มาตรา 86 |
| 3. ทำรายงาน 3 เล่ม | รายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ (เฉพาะกิจการขายสินค้า) ทำแยกรายสถานประกอบการ ลงรายการภายใน 3 วันทำการ | มาตรา 87 |
| 4. ยื่น ภ.พ.30 | ยื่นเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่ว่าเดือนนั้นจะมียอดขายหรือไม่ ยื่นทางอินเทอร์เน็ตขยายเป็น ภายในวันที่ 23 (ตามประกาศกระทรวงการคลังที่ใช้กับการยื่นตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 31 มกราคม 2570) | มาตรา 83, ประกาศกระทรวงการคลัง (ฉบับที่ 7) |
| 5. เก็บเอกสาร | เก็บรายงาน ใบกำกับภาษี สำเนา และเอกสารประกอบ ไม่น้อยกว่า 5 ปี | มาตรา 87/3 |
| 6. แจ้งเปลี่ยนแปลง | เปลี่ยนชื่อ ที่ตั้ง ประเภทกิจการ แจ้ง ภ.พ.09 ภายใน 15 วัน เปิดสาขาหรือย้ายสถานประกอบการแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน | มาตรา 85/6, 85/7, 85/8 |
6.1 ใบกำกับภาษีต้องมีอะไร
มาตรา 86/4 กำหนดรายการขั้นต่ำของใบกำกับภาษีเต็มรูป
- คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่เห็นได้เด่นชัด
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออก
- ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อหรือผู้รับบริการ
- เลขที่ใบกำกับภาษี และเลขที่เล่ม (ถ้ามี)
- ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
- จำนวน VAT ที่ แยกออกจากมูลค่าสินค้าหรือบริการ ให้ชัดเจน
- วัน เดือน ปี ที่ออก
- ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด
กิจการค้าปลีกหรือบริการรายย่อยแก่คนจำนวนมาก ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ตามมาตรา 86/6 ภายใต้หลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด
6.2 ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อไร
วันที่ต้องออกใบกำกับภาษีและนำยอดไปรวมใน ภ.พ.30 ขึ้นกับ "จุดความรับผิด" (Tax Point) ตามมาตรา 78 และ 78/1 ซึ่งต่างกันระหว่างการขายสินค้ากับการให้บริการ เช่น ขายสินค้าโดยทั่วไปความรับผิดเกิดเมื่อส่งมอบ ส่วนบริการโดยทั่วไปเกิดเมื่อได้รับชำระ อ่านครบทุกกรณีได้ที่ Tax Point จุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
6.3 ภาษีซื้อที่ห้ามนำมาหัก
มาตรา 82/5 ไม่ให้นำภาษีซื้อต่อไปนี้มาหักภาษีขาย
| ภาษีซื้อที่หักไม่ได้ | ตัวอย่าง |
|---|---|
| ไม่มีใบกำกับภาษี หรือแสดงไม่ได้ว่าได้ชำระภาษีซื้อ | ซื้อของแล้วได้แค่บิลเงินสดหรือใบเสร็จที่ไม่ใช่ใบกำกับภาษี |
| ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ | ชื่อหรือเลขผู้เสียภาษีของเราผิด |
| ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ | ของใช้ส่วนตัว |
| เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรอง | ค่าเลี้ยงรับรองลูกค้า |
| ใบกำกับภาษีออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออก | ผู้ขายที่ไม่ได้จด VAT ออก "ใบกำกับภาษี" |
| กรณีอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี | เช่น ภาษีซื้อจากการซื้อ เช่าซื้อ หรือเช่ารถยนต์นั่งหรือรถโดยสารไม่เกิน 10 ที่นั่ง (ประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับ VAT ฉบับที่ 42 ข้อ 2(1)) ยกเว้นกิจการขายหรือให้เช่ารถเหล่านั้น |
สรุปคือ ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปที่ระบุชื่อกิจการของเราทุกครั้ง และตรวจชื่อ ที่อยู่ เลขผู้เสียภาษีให้ถูกต้องก่อนรับเอกสาร
7. ตัวอย่าง: ร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ยอดขายข้าม 1.8 ล้านกลางปี
สมมติคุณเอ เป็นบุคคลธรรมดา ขายเสื้อผ้าผ่านหน้าร้านออนไลน์และ Marketplace สินค้าทั้งหมดต้องเสีย VAT ยังไม่ได้จดทะเบียน (ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบความเข้าใจ)
7.1 นับยอดสะสม
| เดือน (ปีปฏิทินเดียวกัน) | ยอดขายเดือน (บาท) | ยอดสะสม (บาท) |
|---|---|---|
| มกราคม | 180,000 | 180,000 |
| กุมภาพันธ์ | 190,000 | 370,000 |
| มีนาคม | 210,000 | 580,000 |
| เมษายน | 200,000 | 780,000 |
| พฤษภาคม | 230,000 | 1,010,000 |
| มิถุนายน | 250,000 | 1,260,000 |
| กรกฎาคม | 320,000 | 1,580,000 |
| 1–20 สิงหาคม | 230,000 | 1,810,000 |
ยอดสะสมเกิน 1,800,000 บาทในวันที่ 20 สิงหาคม คุณเอต้องยื่น ภ.พ.01 ภายใน 30 วันนับจากวันนั้น หรือประมาณวันที่ 19 กันยายน ไม่ต้องรอสิ้นปี และไม่ใช่ "ปีหน้าค่อยจด"
7.2 จดทะเบียนแล้ว เดือนแรกเป็นอย่างไร
สมมติคุณเอยื่นจดทะเบียนในต้นเดือนกันยายน และใบ ภ.พ.20 ระบุให้มีผลวันที่ 10 กันยายน ช่วงวันที่ 10–30 กันยายน
- ยอดขายก่อน VAT 200,000 บาท ภาษีขาย 7% = 14,000 บาท
- ซื้อสินค้าจากโรงงานที่จด VAT ราคาก่อน VAT 120,000 บาท มีใบกำกับภาษีระบุชื่อคุณเอ ภาษีซื้อ = 8,400 บาท
| รายการ | บาท |
|---|---|
| ภาษีขาย | 14,000 |
| หัก ภาษีซื้อ | (8,400) |
| VAT ที่ต้องชำระสำหรับเดือนกันยายน | 5,600 |
ยอดขายช่วง 20 สิงหาคม ถึง 9 กันยายน (ก่อนวันที่ใบทะเบียนมีผล) เป็นช่วงที่ยอดเกินเกณฑ์แล้ว ตามแนววินิจฉัยในข้อ 3 ภาษีของช่วงนี้ยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องคำนวณและพิจารณาแก้ไขกับสรรพากร ตัวเลขข้างต้นไม่รวมช่วงดังกล่าว
ยื่น ภ.พ.30 ของเดือนกันยายน ภายในวันที่ 15 ตุลาคม หรือถ้ายื่นทางอินเทอร์เน็ต ภายในวันที่ 23 ตุลาคม และต่อจากนั้นต้องยื่นทุกเดือน
7.3 ผลต่อราคาขาย
ถ้าคุณเอขายเสื้อตัวละ 590 บาท และไม่อยากขึ้นราคา ต้องถือว่า 590 บาทเป็นราคาที่รวม VAT แล้ว (มาตรา 82/4 วรรคสอง ไม่ห้ามแสดงราคาที่รวม VAT)
- รายได้ที่เป็นของร้านจริง = 590 × 100 ÷ 107 = 551.40 บาท
- VAT ที่ต้องนำส่ง (ก่อนหักภาษีซื้อ) = 38.60 บาท
ถ้าต้นทุนส่วนใหญ่ซื้อจากผู้ที่ไม่ได้จด VAT ภาษีซื้อจะมีน้อย ส่วนต่างนี้จะกลายเป็นต้นทุนที่ลดกำไรเกือบเต็มจำนวน การวางแผนราคาและเลือกซัพพลายเออร์ที่ออกใบกำกับภาษีได้ จึงควรทำตั้งแต่ก่อนยอดจะข้ามเกณฑ์
7.4 ถ้าคุณเอไม่จด
สมมติคุณเอไม่จดทะเบียน และขายต่อไปเดือนละประมาณ 300,000 บาท จนสรรพากรตรวจพบในอีก 6 เดือน
- สรรพากรมีอำนาจประเมินภาษีเมื่อปรากฏว่าผู้ที่ต้องจดทะเบียนตามมาตรา 85/1 ไม่ได้จด (มาตรา 88(6)) และจัดทำรายการลงในแบบแทนได้ตามหลักฐาน (มาตรา 88/2)
- กรมสรรพากรวินิจฉัยในข้อหารือ กค 0702/7643 ว่าผู้ที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทแล้วไม่จดทะเบียน ต้องรับผิดเสียภาษีเป็นรายเดือนภาษีย้อนหลังตั้งแต่เดือนที่มีหน้าที่ และต้องเสียเบี้ยปรับตามมาตรา 89(1) ทุกเดือนภาษีที่ไม่ได้จด แม้บางเดือนไม่มียอดขาย (เดือนละ 1,000 บาท)
- ฐานที่ใช้คิดภาษี ขึ้นกับการประเมินของเจ้าพนักงาน ผู้เขียนไม่พบข้อหารือที่ระบุว่าต้องคิด 7% บวกเพิ่มจากยอดขาย หรือถือว่ายอดขายรวม VAT แล้วและคิด 7/107 ตัวอย่างนี้จึงแสดงทั้งสองกรณี ถ้าคิด 7% จากยอดขายเดือนละ 300,000 บาท ภาษีแต่ละเดือนเท่ากับ 21,000 บาท ถ้าถือว่ายอดขายรวม VAT แล้ว (300,000 × 7 ÷ 107) ภาษีเท่ากับ 19,626.17 บาท ซึ่งคุณเอไม่ได้เก็บจากลูกค้าเลย
- เบี้ยปรับ ตามมาตรา 89(1) อีก 2 เท่าของภาษีในแต่ละเดือน หรือ 1,000 บาทต่อเดือน แล้วแต่อย่างใดมากกว่า คือ 42,000 บาทต่อเดือน (กรณีคิด 7%) หรือ 39,252.34 บาทต่อเดือน (กรณีคิด 7/107)
- เงินเพิ่ม ตามมาตรา 89/1 อีก 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้าง นับจากพ้นกำหนดยื่นแบบของแต่ละเดือน (ไม่เกินจำนวนภาษี)
รวม 6 เดือน ภาษีกับเบี้ยปรับอย่างเดียวอยู่ที่ราว 378,000 บาท (คิด 7%) หรือราว 353,271 บาท (คิด 7/107) ยังไม่รวมเงินเพิ่ม ตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับวิธีที่เจ้าพนักงานคำนวณฐานภาษี ภาษีซื้อที่พิสูจน์ได้ และการลดเบี้ยปรับตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด (มาตรา 89 วรรคท้าย) แต่ภาพรวมชัดเจนว่าการจดช้าแพงกว่าการจดตรงเวลามาก
8. บทลงโทษเมื่อไม่ปฏิบัติตาม
| การกระทำ | ผลทางภาษี (เบี้ยปรับ / เงินเพิ่ม) | โทษทางอาญา |
|---|---|---|
| ต้องจดแต่ไม่จด แล้วยังประกอบกิจการ | เบี้ยปรับ 2 เท่า ของภาษีที่ต้องเสียในแต่ละเดือนตลอดช่วงที่ไม่จด หรือ 1,000 บาทต่อเดือน แล้วแต่อย่างใดมากกว่า (มาตรา 89(1)) | จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 90/2(2)) |
| ต้องจดแต่ไม่จด แม้บางเดือนไม่มียอดขาย | เบี้ยปรับ 1,000 บาทต่อเดือนภาษี (มาตรา 89(1) ตามข้อหารือ กค 0702/7643) | ปรับตามมาตรา 90/2(2) ข้างต้น |
| ไม่ยื่น ภ.พ.30 ภายในกำหนด | เบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสียในเดือนนั้น (มาตรา 89(2)) | ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (มาตรา 90(2)) |
| ชำระภาษีไม่ครบหรือไม่ตรงเวลา | เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน หรือเศษของเดือน ไม่เกินจำนวนภาษี (มาตรา 89/1) | – |
| ไม่ออกใบกำกับภาษีหรือไม่ส่งมอบให้ผู้ซื้อ | เบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีตามใบกำกับ (มาตรา 89(5)) | จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 90/2(3)) |
| ไม่ทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย หรือรายงานสินค้า | เบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่คำนวณจากฐานที่ไม่ได้ลงรายงาน (มาตรา 89(10)) | จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 90/3(3)) |
| ผู้ไม่ได้จดทะเบียน ออก "ใบกำกับภาษี" | ถูกประเมินภาษีตามที่ปรากฏในเอกสาร (มาตรา 88/1) และเบี้ยปรับ 2 เท่า (มาตรา 89(6)) | จำคุก 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับ 2,000–200,000 บาท (มาตรา 90/4(3)) |
| ไม่แจ้งเลิกกิจการภายในกำหนด | – | ปรับไม่เกิน 5,000 บาท (มาตรา 90/1(5)) |
เบี้ยปรับตามมาตรา 89 อาจงดหรือลดลงได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด ถ้ารู้ตัวว่าจดช้า การติดต่อสรรพากรเองก่อนถูกตรวจพบมักอยู่ในสถานะที่ดีกว่า ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยรวบรวมยอดขายและภาษีซื้อย้อนหลังก่อนเข้าพบ
9. เลิกกิจการ หรือขอถอนทะเบียน VAT
การ "ออกจากระบบ VAT" มี 2 ทางที่ใช้แบบฟอร์มคนละแบบ
| กรณี | แบบ | กำหนดเวลา / เงื่อนไข | กฎหมาย |
|---|---|---|---|
| เลิกประกอบกิจการ | ภ.พ.09 แจ้งเลิกกิจการ พร้อมคืนใบทะเบียน ภ.พ.20 | ภายใน 15 วันนับจากวันเลิกประกอบกิจการ | มาตรา 85/15 |
| ยังทำกิจการต่อ แต่รายรับลดลง ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท | ภ.พ.08 คำขอถอนทะเบียน | รายรับต่ำกว่า 1,800,000 บาท ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ก่อนขอถอน | มาตรา 85/10(1) |
| จดโดยสมัครใจตามมาตรา 81/3 แล้วต้องการถอน | ภ.พ.08 | เสีย VAT ติดต่อกันไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กฎกระทรวงกำหนด (แบบ ภ.พ.08 ระบุ ไม่น้อยกว่า 2 ปี) และรายรับต่ำกว่าเกณฑ์ตลอดช่วงนั้น | มาตรา 81/3 วรรคท้าย, 85/10(3) |
ภ.พ.09 ยังใช้แจ้งการเปลี่ยนแปลงอื่น เช่น หยุดประกอบกิจการชั่วคราวติดต่อกันเกิน 30 วัน (แจ้งภายใน 15 วัน ตามมาตรา 85/12) โอนกิจการ หรือเปลี่ยนชื่อและที่ตั้ง
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลิกหรือถอนทะเบียน
- หน้าที่ยังไม่จบในวันที่ยื่น ผู้ประกอบการยังต้องรับผิดในฐานะผู้ประกอบการจดทะเบียน และต้องยื่น ภ.พ.30 ต่อไป จนกว่าอธิบดีจะสั่งขีดชื่อออกจากทะเบียน (มาตรา 85/18, 85/19 และคำเตือนในแบบ ภ.พ.08)
- สินค้าคงเหลือและทรัพย์สินในวันเลิกกิจการ ถือเป็นการขาย ตามมาตรา 77/1(8)(ฉ) จึงอาจต้องเสีย VAT จากสต็อกและทรัพย์สินที่เหลืออยู่ แบบ ภ.พ.08 ก็ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสินค้าคงเหลือ เครื่องจักร และทรัพย์สินอื่นตามราคาตลาดด้วย
- ขึ้นปีใหม่แล้วยอดไม่ถึง 1.8 ล้าน ไม่ได้ทำให้หลุดจากระบบอัตโนมัติ ต้องยื่นขอถอนและรอคำสั่งอนุมัติ ระหว่างนั้นต้องปฏิบัติตามหน้าที่ทุกข้อ
- บริษัทที่จดทะเบียนเลิกกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ต้องแจ้งเลิกกิจการกับสรรพากรด้วย สองหน่วยงานนี้แยกกัน
10. จด VAT ในนามบุคคลธรรมดา หรือเปลี่ยนเป็นบริษัท
เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทใช้กับทั้งบุคคลธรรมดาและบริษัท การเปลี่ยนเป็นบริษัทจึงไม่ได้ช่วยให้พ้นหน้าที่จด VAT หน้าที่ที่ต่างกันจริงอยู่ที่ ภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาเสียภาษีเงินได้ในอัตราก้าวหน้าถึง 35% ขณะที่บริษัทเสียจากกำไรสุทธิ และ SME ได้อัตราลดหลั่น
ผู้ประกอบการที่ยอดขายข้าม 1.8 ล้านบาท มักเป็นช่วงเดียวกับที่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเริ่มสูงขึ้น จึงเป็นจังหวะที่ควรเปรียบเทียบทั้งสองรูปแบบ ทดลองใส่ตัวเลขของคุณใน เครื่องคำนวณภาษี บุคคลธรรมดา vs บริษัท แล้วนำผลไปคุยกับผู้ทำบัญชีก่อนตัดสินใจ เพราะการตั้งบริษัทมีต้นทุนทำบัญชีและสอบบัญชีเพิ่มขึ้น และถ้าย้ายกิจการจากบุคคลธรรมดาไปบริษัท ต้องดูเรื่องการโอนกิจการและทะเบียน VAT เดิมด้วย
อยากให้สำนักงานบัญชีดูแลเรื่องนี้ให้?
ตะวัน คอนซัลแทนท์ รับทำบัญชีรายเดือน บันทึกบัญชี ยื่น VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกันสังคม และปิดงบให้ครบทุกกำหนด เริ่มต้น 1,500 บาท/เดือน · ทัก LINE ประเมินราคาฟรี
อ่านต่อ: เปลี่ยนสำนักงานบัญชีอย่างไรให้ปลอดภัย: สัญญาณเตือน จังหวะที่เหมาะ และเช็กลิสต์ส่งมอบงานบัญชี · ภ.พ.30 คืออะไร ยื่นอย่างไร: คำนวณภาษีขายหักภาษีซื้อ ภาษีซื้อต้องห้าม ยื่นเพิ่มเติม และเบี้ยปรับเงินเพิ่ม
คำถามที่พบบ่อย
1. รายได้ 1.8 ล้านบาท คิดจากยอดขายหรือกำไร
คิดจากยอดขายหรือรายรับ ไม่ใช่กำไร ร้านที่ขายได้ 2 ล้านบาทแต่มีกำไรเพียง 100,000 บาท ก็เกินเกณฑ์แล้ว ให้นับยอดขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสีย VAT จากทุกช่องทางรวมกัน ทั้งหน้าร้าน ออนไลน์ และ Marketplace
2. ยอดขายเกิน 1.8 ล้านในเดือนพฤศจิกายน ขึ้นปีใหม่ค่อยจดได้ไหม
ไม่ได้ ต้องยื่น ภ.พ.01 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน (มาตรา 85/1) การรอถึงปีใหม่ทำให้มีช่วงที่ประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียน ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกประเมินภาษีพร้อมเบี้ยปรับตามมาตรา 89(1) ยอดสะสมที่เริ่มนับใหม่ทุกปีปฏิทินไม่ได้ยกเลิกหน้าที่ที่เกิดขึ้นแล้ว
3. ขายของออนไลน์อยู่บ้าน ไม่มีหน้าร้าน จด VAT ได้ไหม
ได้ ใช้บ้านหรือที่พักเป็นสถานประกอบการได้ แนบหลักฐานที่ตั้ง แผนที่ และภาพถ่าย และติดป้ายชื่อผู้ประกอบการไว้ในที่เปิดเผย ถ้าเป็นห้องชุดต้องมีหนังสือรับรองจากนิติบุคคลอาคารชุด หรือเข้าหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับผู้ขายออนไลน์ตามประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 57 ข้อ 4/1 อ่านเรื่องภาษีของผู้ขายผ่าน Shopee Lazada TikTok Shop เพิ่มได้ที่ การทำบัญชีขายของออนไลน์ผ่าน Marketplace
4. จด VAT แล้ว เดือนไหนไม่มียอดขาย ต้องยื่น ภ.พ.30 ไหม
ต้องยื่น มาตรา 83 กำหนดให้ยื่นทุกเดือนภาษี ไม่ว่าเดือนนั้นจะขายสินค้าหรือให้บริการหรือไม่ เดือนที่ไม่มียอดให้ยื่นแบบที่มียอดเป็นศูนย์ และถ้ามีภาษีซื้อในเดือนนั้นก็ยกไปเป็นเครดิตได้ การไม่ยื่นมีเบี้ยปรับตามมาตรา 89(2) และโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาทตามมาตรา 90(2)
5. ขายสินค้าเกษตรสดอย่างเดียว ยอดเกิน 1.8 ล้าน ต้องจดไหม
ไม่ต้องจด ถ้าสินค้าเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 81(1)(ก) หรือ (ข) เช่น ผักผลไม้ เนื้อสัตว์ ไข่ ที่อยู่ในสภาพสด แต่ถ้าแปรรูปหรือบรรจุจนไม่ใช่สภาพสด หรือขายสินค้าอื่นปนด้วย ให้แยกยอดส่วนที่ต้องเสีย VAT มานับเทียบกับ 1.8 ล้าน ผู้ขายสินค้ายกเว้นกลุ่มนี้ยังมีสิทธิจดโดยสมัครใจได้ตามมาตรา 81/3(1)
6. จด VAT โดยสมัครใจแล้วไม่คุ้ม ยกเลิกได้เมื่อไร
ยกเลิกทันทีไม่ได้ ผู้ที่จดโดยสมัครใจตามมาตรา 81/3 จะเลิกเสีย VAT ได้ต่อเมื่อขอถอนทะเบียนด้วย ภ.พ.08 และอธิบดีอนุมัติแล้ว โดยต้องเสีย VAT ติดต่อกันมาตามระยะเวลาที่กำหนด (แบบ ภ.พ.08 ระบุไม่น้อยกว่า 2 ปี) และมีรายรับต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทตลอดช่วงนั้น ระหว่างรออนุมัติยังต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน
7. ยังไม่ได้จด VAT แต่ลูกค้าขอใบกำกับภาษี ออกให้ได้ไหม
ออกไม่ได้ มาตรา 86/13 ห้ามผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนออกใบกำกับภาษี ถ้าออกจะถูกประเมินภาษีตามจำนวนในเอกสาร เบี้ยปรับ 2 เท่า และมีโทษจำคุก 3 เดือนถึง 7 ปี ให้ออกเป็นใบเสร็จรับเงินหรือบิลเงินสดแทน และถ้าลูกค้าธุรกิจต้องการใบกำกับภาษีเป็นประจำ ให้พิจารณาจด VAT โดยสมัครใจ
ให้ Tawan Consultant ช่วยดูแลเรื่องนี้
ทีมบัญชีของ ตะวัน คอนซัลแทนท์ (Tawan Consultant) ช่วยผู้ประกอบการนับยอดรายรับเทียบเกณฑ์ 1.8 ล้าน ตรวจว่ากิจการเข้าข้อยกเว้นหรือไม่ ยื่น ภ.พ.01 วางระบบใบกำกับภาษีและรายงานภาษี ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน แก้ไขกรณีจด VAT ช้า และดำเนินการถอนทะเบียนหรือเลิกกิจการ
- โทร: 096-692-2528
- LINE: @962iwlqe
- ที่อยู่: 34 ซอยเพชรเกษม 28 แยก 16 แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
- เวลาทำการ: จันทร์–ศุกร์ 8:30–17:30
- เว็บไซต์: www.tawanconsultant.com
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ กฎหมายและแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิง
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 77-79 (มาตรา 77/1(8)(ฉ), 78, 78/1) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5205.html
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 80-82 (มาตรา 80, 80/1, 81, 81/1, 81/2, 81/3, 82/3, 82/4, 82/5) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5206.html
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 83-84 (มาตรา 83 การยื่น ภ.พ.30) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5207.html
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 85-86/14 (มาตรา 85, 85/1, 85/3, 85/4, 85/6-85/8, 85/10, 85/12, 85/15, 85/18, 85/19, 86, 86/4, 86/6, 86/13) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5208.html
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 87-90/5 (มาตรา 87, 87/3, 88, 88/1, 88/2, 89, 89/1, 90, 90/1, 90/2, 90/3, 90/4) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5209.html
- พระราชกฤษฎีกาฯ ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 มาตรา 4 และ 5 https://www.rd.go.th/22646.html
- พระราชกฤษฎีกาฯ ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 807) พ.ศ. 2569 (คงอัตราร้อยละ 6.3 ถึง 30 กันยายน 2570) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 50 ก https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dc807.pdf
- การลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นอัตราร้อยละ 7 (อัตรา 6.3% บวกภาษีท้องถิ่น 1 ใน 9) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/35772.html
- ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 57) หลักเกณฑ์การยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและการออกใบทะเบียน (ข้อ 1, 4, 4/1, 5) https://www.rd.go.th/3392.html
- ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ฉบับที่ 7) ข้อ 1.6 (ภ.พ.30 ภายในวันที่ 23) https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/mofexpandfornet7A.pdf
- ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และกำหนดเวลาการจดทะเบียน กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/7061.html และข้อหารือ กค 0702/7643 (14 ตุลาคม 2557) กรณีไม่จดทะเบียนเมื่อรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท https://www.rd.go.th/54144.html และข้อหารือ กค 0702/พ./1000 (24 มีนาคม 2551) การนับมูลค่าฐานภาษีตามมาตรา 79/3 https://www.rd.go.th/37851.html
- ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้น แต่มีสิทธิขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/7059.html และ https://www.rd.go.th/7060.html
- วิธีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ช่องทางอินเทอร์เน็ตและกระดาษ) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/7058.html พร้อมสถานที่จดทะเบียน https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/vat/VAT04.pdf และเอกสารที่ใช้จดทะเบียน https://www.rd.go.th/fileadmin/tax_pdf/vat/VAT05_021068.pdf
- ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/7055.html
- หน้าที่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/7051.html
- สถานที่และกำหนดเวลาการยื่นแจ้งแก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.09) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/vat/VAT08.pdf
- ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ภาษีซื้อที่ไม่ให้นำมาหักตามมาตรา 82/5 (6) ข้อ 2(1) https://www.rd.go.th/3398.html
- แบบคำขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.08) และแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.09) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/fileadmin/tax_pdf/request/2568/pp08_010968.pdf และ https://www.rd.go.th/fileadmin/tax_pdf/request/2568/pp09_010968.pdf