ต้นทุนบริการ: วิธีทำต้นทุนธุรกิจให้บริการสำหรับ SME ตั้งแต่ timesheet ต้นทุนต่อชั่วโมง ต้นทุนโครงการ ถึงงานระหว่างทำ

ต้นทุนบริการ ธุรกิจให้บริการ ต้นทุนต่อชั่วโมง ต้นทุนโครงการ — ตะวัน คอนซัลแทนท์

ธุรกิจบริการ เช่น เอเจนซีการตลาด ที่ปรึกษา คลินิกและสปา บริษัทรับพัฒนาซอฟต์แวร์ บริการทำความสะอาดหรือรักษาความปลอดภัย ขนส่ง และทัวร์ ไม่มีสต็อกสินค้าให้นับ แต่ก็มี ต้นทุนบริการ เหมือนธุรกิจขายของ ต้นทุนบริการคือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพราะต้องส่งมอบงานให้ลูกค้า ได้แก่ ค่าแรงของคนที่ลงมือทำงาน ค่าผู้รับเหมาช่วง วัสดุที่ใช้กับงาน และส่วนแบ่งของค่าใช้จ่ายร่วม เช่น ค่าเช่าและซอฟต์แวร์ที่ทีมผลิตงานใช้ ส่วนค่าใช้จ่ายที่ใช้หาลูกค้าหรือบริหารบริษัทโดยรวม เป็นค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

การแยกสองกลุ่มนี้ให้ถูกทำให้เห็น กำไรขั้นต้น ซึ่งบอกว่างานที่ขายคุ้มค่าแรงหรือไม่ ตั้งราคาต่อชั่วโมงหรือต่อโครงการได้จากตัวเลขจริง และทำให้ผู้อ่านงบการเงิน เช่น ธนาคาร เข้าใจโครงสร้างธุรกิจ บทความนี้อธิบายวิธีทำต้นทุนแบบที่ SME ใช้ได้จริง พร้อมตัวอย่างตัวเลข และสรุปเรื่องภาษีที่ผูกกับต้นทุน ได้แก่ เกณฑ์สิทธิ รายจ่ายต้องห้าม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีซื้อ ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินและประมวลรัษฎากร (ดูแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ)

สรุปสั้นที่สุด: ต้นทุนบริการ = ค่าแรงคนที่ทำงานให้ลูกค้า + ผู้รับเหมาช่วง + วัสดุที่ใช้กับงาน + ค่าใช้จ่ายร่วมที่ปันส่วนให้ทีมผลิตงาน · ค่าใช้จ่ายหาลูกค้าและบริหารทั่วไปอยู่ใน "ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร" · ใช้ timesheet เป็นฐานปันค่าแรงเข้าโครงการ · ต้นทุนต่อชั่วโมงต้องหารด้วย "ชั่วโมงที่เรียกเก็บได้" ไม่ใช่ชั่วโมงทำงานทั้งหมด · งานที่ทำค้างข้ามปี รับรู้รายได้ตามขั้นความสำเร็จเมื่อประมาณผลได้อย่างน่าเชื่อถือ (TFRS for NPAEs ย่อหน้า 18.14) ทางภาษีใช้เกณฑ์สิทธิ (ประมวลรัษฎากร มาตรา 65) · จ่ายผู้รับเหมาช่วงหัก ณ ที่จ่าย 3% จากยอดก่อน VAT (1% ถ้าจ่ายผ่าน e-Withholding Tax ถึง 31 ธ.ค. 2570) · ถ้าจด VAT ภาษีซื้อไม่ใช่ต้นทุน

1. ต้นทุนบริการกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แบ่งกันตรงไหน

1.1 นิยามในงบการเงิน

แบบรายการย่อในงบการเงินของบริษัทจำกัดที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด ใช้รายการ "ต้นทุนขายหรือต้นทุนการให้บริการ" หมายถึงต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจหลักของกิจการ รวมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จ่ายไปเพื่อให้สินค้าพร้อมขาย หรือเพื่อให้บริการ และให้แยกแสดงตามประเภทธุรกิจหลัก ส่วน "ค่าใช้จ่ายในการบริหาร" หมายถึงค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เกิดขึ้นในการบริหารกิจการอันเป็นส่วนรวม และ "กำไร (ขาดทุน) ขั้นต้น" คือรายได้จากการขายหรือการให้บริการ หักต้นทุนขายหรือต้นทุนการให้บริการ (คำชี้แจงประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566)

มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) ซึ่ง SME ส่วนใหญ่ใช้ ให้ผู้บริหารเลือกจัดประเภทค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ (TFRS for NPAEs ย่อหน้า 4.13)

แบบ ลักษณะ ตัวอย่างบรรทัดในงบ
ตาม ลักษณะ ของค่าใช้จ่าย ไม่ปันส่วนตามหน้าที่ ค่าตอบแทนพนักงาน ค่าเสื่อมราคา ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง
ตาม หน้าที่ ของค่าใช้จ่าย แยกตามว่าใช้ไปเพื่ออะไร ต้นทุนขาย/ต้นทุนการให้บริการ ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร

กฎหมายไม่ได้บังคับให้ธุรกิจบริการทุกรายต้องมีบรรทัดต้นทุนบริการ แต่ถ้าเลือกแบบตามหน้าที่ ก็ต้องแยกให้ถูก และแม้งบที่ยื่นจะใช้แบบตามลักษณะ บัญชีภายใน ก็ควรแยกต้นทุนบริการไว้ เพราะเป็นตัวเลขที่เจ้าของใช้ตัดสินใจ

1.2 ตัวอย่างการแบ่งในธุรกิจบริการแต่ละแบบ

ธุรกิจ ต้นทุนบริการ (ตัวอย่าง) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (ตัวอย่าง)
เอเจนซีการตลาด เงินเดือนครีเอทีฟ กราฟิก แอดมินเพจที่ทำงานลูกค้า ค่าช่างภาพ/ตัดต่อภายนอก ค่าเครื่องมือออกแบบที่ทีมใช้ เงินเดือนฝ่ายขายและบัญชี ค่าโฆษณาของเอเจนซีเอง ค่ารับรองลูกค้า
ที่ปรึกษา เงินเดือนและค่าตอบแทนที่ปรึกษาตามชั่วโมงที่ทำงานลูกค้า ค่าเดินทางไปหน้างาน ค่าผู้เชี่ยวชาญภายนอก ค่าเตรียมข้อเสนอที่ไม่ได้งาน ค่าการตลาด เงินเดือนผู้บริหารส่วนที่บริหาร
คลินิก/สปา ค่าตอบแทนแพทย์ พยาบาล ผู้ให้บริการ ค่ายาและเวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับลูกค้า ค่าเสื่อมเครื่องมือในห้องทำหัตถการ พนักงานต้อนรับ (ขึ้นกับนโยบาย) ค่าโฆษณา ค่าคอมมิชชันการขายคอร์ส
ซอฟต์แวร์/IT รับพัฒนา เงินเดือนนักพัฒนาและผู้ทดสอบตามชั่วโมงโครงการ ค่าผู้รับเหมาช่วง ค่า server/cloud ที่ใช้กับโครงการ ค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองที่ไม่ได้ขาย (พิจารณาแยก) ฝ่ายขาย ฝ่ายบริหาร
ทำความสะอาด/รปภ. ค่าแรงพนักงานประจำหน้างาน เงินสมทบประกันสังคมส่วนนายจ้าง ชุดฟอร์ม น้ำยา อุปกรณ์ ค่าเดินทางไปหน้างาน หัวหน้าฝ่ายขาย ค่าประมูลงาน ค่าใช้จ่ายสำนักงานใหญ่
ขนส่ง/โลจิสติกส์ ค่าแรงคนขับ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าซ่อมบำรุงและค่าเสื่อมรถ ค่าจ้างรถร่วม ประกันภัยรถ ฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี ค่าเช่าสำนักงาน
ทัวร์ ค่าห้องพัก ค่ารถ ค่าตั๋ว ค่าไกด์ ค่าอาหารในโปรแกรม ค่าประกันการเดินทางของลูกทัวร์ ค่าโฆษณา ค่าบูธงานท่องเที่ยว ค่าคอมมิชชันตัวแทนขาย

หลักคิดง่าย ๆ คือถามว่า "ถ้าไม่มีงานลูกค้าชิ้นนี้ ค่าใช้จ่ายนี้จะเกิดไหม" และ "ค่าใช้จ่ายนี้ใช้ไปเพื่อทำงานส่งมอบ หรือเพื่อหางานและบริหาร" รายการไหนตอบยาก เช่น พนักงานที่ทำทั้งงานลูกค้าและงานบริหาร ให้แบ่งตามชั่วโมงจาก timesheet (ข้อ 2.1)

1.3 ทำไมต้องแยกให้ถูก

  1. กำไรขั้นต้นบอกว่าบริการคุ้มไหม ถ้าทุกอย่างไปกองในค่าใช้จ่ายบริหาร กำไรขั้นต้นจะเท่ากับรายได้ทั้งก้อน ซึ่งไม่มีความหมาย
  2. ตั้งราคาจากตัวเลขจริง ต้นทุนต่อชั่วโมงและต้นทุนต่อโครงการ (ข้อ 3 และ 4) คำนวณไม่ได้ถ้าไม่แยกต้นทุนบริการ
  3. ผู้อ่านงบเข้าใจธุรกิจ ผู้ให้สินเชื่อและนักลงทุนมักเปรียบเทียบอัตรากำไรขั้นต้นระหว่างปีหรือกับธุรกิจประเภทเดียวกัน ตัวเลขที่จัดกลุ่มไม่สม่ำเสมอทำให้เปรียบเทียบไม่ได้ (ความเห็นของสำนักงาน)
  4. ทำบัญชีแบบเดิมทุกปี การเปลี่ยนวิธีจัดกลุ่มบ่อย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขึ้นลงโดยที่ธุรกิจไม่ได้เปลี่ยน

2. ต้นทุนบริการมี 4 องค์ประกอบ

2.1 ค่าแรงทางตรง และ timesheet

ค่าแรงทางตรงคือค่าตอบแทนของคนที่ลงมือทำงานให้ลูกค้า ไม่ใช่เฉพาะเงินเดือน แต่รวมทุกอย่างที่เกิดเพราะจ้างคนนั้น ได้แก่ เงินเดือน ค่าล่วงเวลา โบนัสที่ผูกกับงาน และ เงินสมทบประกันสังคมส่วนนายจ้าง ซึ่งปี 2569 คำนวณจากค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานขั้นต่ำ 1,650 บาท ไม่เกิน 17,500 บาท ต่อเดือน (สำนักงานประกันสังคม) ในอัตราร้อยละ 5 คือสูงสุด 875 บาทต่อคนต่อเดือน และต้องนำส่งพร้อมแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

มาตรฐาน TFRS for NPAEs อธิบายต้นทุนงานให้บริการว่า โดยส่วนใหญ่ประกอบด้วย ค่าแรงงานและต้นทุนอื่นที่เกี่ยวกับบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการให้บริการ ซึ่งรวมถึงบุคลากรที่ควบคุมและดูแล และต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ (TFRS for NPAEs ย่อหน้า 8.8) หัวหน้างานที่คุมทีมผลิตงานจึงนับรวมในต้นทุนบริการได้

timesheet คือหัวใจของธุรกิจบริการ เพราะคนหนึ่งคนมักทำหลายโครงการในเดือนเดียว และบางชั่วโมงไม่ได้ทำงานลูกค้าเลย timesheet ขั้นต่ำควรมี

คอลัมน์ ใช้ทำอะไร
วันที่ ชื่อพนักงาน ระบุว่าใครใช้เวลา
รหัสลูกค้า/โครงการ ปันค่าแรงเข้าโครงการ
ประเภทงาน (เรียกเก็บได้ / เรียกเก็บไม่ได้ / งานภายใน) วัดอัตราการใช้เวลา (utilization)
จำนวนชั่วโมง ฐานคำนวณ
รายละเอียดงานสั้น ๆ ใช้ตรวจสอบและอธิบายลูกค้าเมื่อคิดค่าบริการตามเวลา

ไม่ต้องใช้โปรแกรมราคาแพง Google Sheets ที่กรอกทุกวันหรือทุกสัปดาห์ก็พอ สิ่งสำคัญคือกรอกสม่ำเสมอและปิดยอดทุกเดือน

เงินเดือนเจ้าของหรือกรรมการที่ลงมือทำงานเอง: ถ้าเจ้าของเป็นผู้ให้บริการหลัก เช่น ที่ปรึกษาอาวุโส หรือแพทย์ เงินเดือนส่วนที่ตรงกับชั่วโมงทำงานลูกค้าเป็นต้นทุนบริการได้ แต่ต้องจ่ายจริง มีหลักฐาน และไม่สูงเกินสมควร เพราะประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (8) ห้ามถือเป็นรายจ่าย "เงินเดือนของผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนเฉพาะส่วนที่จ่ายเกินสมควร" ถ้าเจ้าของไม่รับเงินเดือนเลย ต้นทุนในบัญชีจะต่ำกว่าความจริง ควรคิด "ค่าแรงเจ้าของ" ไว้ในการตั้งราคา (ข้อ 10) แม้จะไม่ได้บันทึกในบัญชี

2.2 ผู้รับเหมาช่วงและการจ้างภายนอก

ค่าจ้างฟรีแลนซ์ ช่างภาพ นักพัฒนาภายนอก รถร่วม หรือบริษัทที่รับงานช่วง เป็นต้นทุนบริการของโครงการที่ใช้ เรื่องที่ต้องดูแลคือเอกสารและภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ข้อ 6) เพราะรายจ่ายที่ พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (18) แม้จะจ่ายไปจริงก็ตาม

2.3 วัสดุและค่าใช้จ่ายทางตรง

วัสดุที่ใช้กับงานลูกค้าโดยตรง เช่น เวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ในคลินิก น้ำยาทำความสะอาด ค่าน้ำมันรถขนส่ง ค่าพิมพ์สื่อที่ลูกค้าสั่ง ค่า server ที่เปิดใช้เฉพาะโครงการ ค่าเดินทางไปหน้างาน ให้บันทึกเข้าโครงการหรือเข้าต้นทุนบริการตรง ๆ ถ้าซื้อมาเก็บไว้ใช้หลายงาน ให้ตั้งเป็นวัสดุคงเหลือแล้วตัดเป็นต้นทุนตามที่เบิกใช้ (TFRS for NPAEs ย่อหน้า 8.1.3 นับวัสดุที่มีไว้ใช้ในการให้บริการเป็นสินค้าคงเหลือ)

2.4 ค่าใช้จ่ายร่วม (overhead) และการปันส่วน

ค่าเช่าสำนักงาน ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต ค่าสมาชิกซอฟต์แวร์ และค่าเสื่อมราคาคอมพิวเตอร์ ใช้ร่วมกันทั้งทีมผลิตงานและทีมบริหาร ต้องแบ่งก่อนว่าส่วนไหนเป็นของต้นทุนบริการ แล้วจึงปันเข้าแต่ละชั่วโมงหรือแต่ละโครงการ

ค่าใช้จ่ายร่วม เกณฑ์แบ่งที่ใช้บ่อย
ค่าเช่า ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง พื้นที่ที่ทีมผลิตงานใช้ หรือจำนวนคน
ซอฟต์แวร์และเครื่องมือ ผู้ใช้ไลเซนส์ (ถ้าทีมผลิตงานใช้คนเดียว ใส่ต้นทุนบริการทั้งหมด)
ค่าเสื่อมราคาคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ผู้ถือครองอุปกรณ์
ค่าเสื่อมรถ เครื่องมือ ใช้งานหน้างาน = ต้นทุนบริการ ใช้ในสำนักงาน = บริหาร

เกณฑ์แบ่งเป็นดุลยพินิจทางบัญชี ไม่มีสูตรตายตัวตามกฎหมาย ขอให้มีเหตุผล เขียนไว้เป็นนโยบาย และใช้ต่อเนื่องทุกปี ส่วนค่าเสื่อมราคาที่จะหักทางภาษีได้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และอัตราในพระราชกฤษฎีกา (ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (2)) เช่น ทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ดินและสินค้า หักได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของต้นทุนต่อปี และคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์หักได้ภายใน 3 รอบระยะเวลาบัญชี (พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 145 ตามที่กรมสรรพากรสรุปไว้)

3. ตัวอย่าง: คำนวณต้นทุนต่อชั่วโมงที่เรียกเก็บได้

สมมติเอเจนซีแห่งหนึ่ง (ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบความเข้าใจ) มีทีมผลิตงาน 4 คน เงินเดือนคนละ 30,000 บาท ทำงานเดือนละ 21 วัน วันละ 8 ชั่วโมง จาก timesheet ย้อนหลัง พบว่า 75% ของเวลา เป็นงานที่เรียกเก็บเงินลูกค้าได้ ที่เหลือเป็นประชุมภายใน เสนองาน แก้งานฟรี และลา

ขั้นที่ 1 ค่าแรงทางตรงต่อเดือน

รายการ บาท/เดือน
เงินเดือน 4 คน × 30,000 120,000
เงินสมทบประกันสังคมส่วนนายจ้าง 4 คน × 875 3,500
รวมค่าแรงทางตรง 123,500

ขั้นที่ 2 ค่าใช้จ่ายร่วมส่วนของทีมผลิตงาน

รายการ ทั้งหมด ส่วนของต้นทุนบริการ เกณฑ์
ค่าเช่าสำนักงาน 40,000 32,000 ทีมผลิตงานใช้พื้นที่ 80%
ซอฟต์แวร์ออกแบบและจัดการงาน 15,000 15,000 ทีมผลิตงานใช้ทั้งหมด
ค่าเสื่อมราคาคอมพิวเตอร์ทีมผลิตงาน 4,500 4,500 ผู้ถือครอง
ค่าไฟและอินเทอร์เน็ต 5,500 4,400 ตามพื้นที่ 80%
รวม 65,000 55,900

ขั้นที่ 3 หารด้วยชั่วโมงที่เรียกเก็บได้

รายการ ตัวเลข
ชั่วโมงทำงานทั้งหมด 4 คน × 21 วัน × 8 ชั่วโมง 672 ชั่วโมง
ชั่วโมงที่เรียกเก็บได้ 672 × 75% 504 ชั่วโมง
ค่าแรงทางตรงต่อชั่วโมง 123,500 ÷ 504 245.04 บาท
ค่าใช้จ่ายร่วมต่อชั่วโมง 55,900 ÷ 504 110.91 บาท
ต้นทุนบริการต่อชั่วโมงที่เรียกเก็บได้ 355.95 บาท (ประมาณ 356 บาท)

ถ้าหารด้วย 672 ชั่วโมงทั้งหมด จะได้ต้นทุนแค่ประมาณ 267 บาทต่อชั่วโมง ซึ่งต่ำเกินจริง เพราะเวลาที่เรียกเก็บไม่ได้ก็ต้องจ่ายเงินเดือนเหมือนกัน ความผิดพลาดนี้พบบ่อยที่สุดในการตั้งราคางานบริการ

ขั้นที่ 4 ต้นทุนบริการยังไม่ใช่ราคา เอเจนซีนี้มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (เงินเดือนผู้บริหารและฝ่ายบัญชี ค่าการตลาด ค่าเช่าส่วนสำนักงาน ค่าทำบัญชี) เดือนละ 120,000 บาท และต้องการกำไรก่อนภาษี 15% ของรายได้

  • รายได้ที่ต้องการ = (ต้นทุนบริการ 179,400 + ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 120,000) ÷ (1 − 15%) = 352,235 บาท
  • อัตราต่อชั่วโมงขั้นต่ำ = 352,235 ÷ 504 = 698.88 บาท → ตั้งราคา 700 บาทต่อชั่วโมง
งบกำไรขาดทุนรายเดือน (ราคา 700 บาท/ชม.) บาท % ของรายได้
รายได้ค่าบริการ 504 × 700 352,800 100.0%
ต้นทุนบริการ (179,400) 50.9%
กำไรขั้นต้น 173,400 49.1%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (120,000) 34.0%
กำไรก่อนภาษี 53,400 15.1%

ลองให้อัตราการใช้เวลาลดลงเหลือ 60% ชั่วโมงที่เรียกเก็บได้เหลือ 403.2 ชั่วโมง ต้นทุนบริการต่อชั่วโมงขึ้นเป็น 179,400 ÷ 403.2 = 444.94 บาท ถ้ายังคิด 700 บาท รายได้จะเหลือ 282,240 บาท กำไรขั้นต้น 102,840 บาท หักค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 120,000 บาท กลายเป็น ขาดทุน 17,160 บาทต่อเดือน โดยที่ราคาและเงินเดือนไม่ได้เปลี่ยนเลย ตัวเลขนี้คือเหตุผลที่ธุรกิจบริการต้องดู utilization จาก timesheet ทุกเดือน

4. ต้นทุนโครงการ และงานที่ยังทำไม่เสร็จ (งานระหว่างทำ)

4.1 บัตรต้นทุนโครงการ (job card)

ธุรกิจที่รับงานเป็นโครงการ เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์ ทำแคมเปญ ที่ปรึกษา หรือรับเหมาบริการตามสัญญา ควรเปิดรหัสโครงการในระบบบัญชี แล้วบันทึกต้นทุนเข้าโครงการ 3 ทาง

  1. ค่าแรง = ชั่วโมงใน timesheet × อัตราค่าแรงต่อชั่วโมง (ในตัวอย่างข้อ 3 คือ 245 บาท)
  2. ค่าใช้จ่ายร่วม = ชั่วโมงใน timesheet × อัตราปันส่วนต่อชั่วโมง (111 บาท)
  3. ค่าใช้จ่ายทางตรง = ใบแจ้งหนี้ผู้รับเหมาช่วง วัสดุ ค่า server ค่าเดินทาง ที่ระบุรหัสโครงการ

เมื่อจบโครงการ เทียบต้นทุนจริงกับงบประมาณที่ใช้เสนอราคา จะเห็นว่าโครงการประเภทไหนกำไรดี ลูกค้ารายไหนแก้งานบ่อย และควรปรับราคาเสนอครั้งต่อไปอย่างไร

4.2 รายได้กับต้นทุนต้องอยู่ในงวดเดียวกัน

TFRS for NPAEs กำหนดว่ารายได้และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับรายการเดียวกันต้องรับรู้ในรอบระยะเวลาเดียวกัน เรียกว่าการจับคู่รายได้และค่าใช้จ่าย (ย่อหน้า 18.11) และสำหรับการให้บริการ เมื่อประมาณผลของรายการได้อย่างน่าเชื่อถือ ต้องรับรู้รายได้ตามขั้นความสำเร็จของรายการ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน (ย่อหน้า 18.14) โดยต้องเข้าเงื่อนไขทุกข้อ คือ วัดมูลค่ารายได้ได้ ค่อนข้างแน่ว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ วัดขั้นความสำเร็จ ณ วันสิ้นงวดได้ และวัดต้นทุนที่เกิดขึ้นแล้วและที่จะเกิดจนงานเสร็จได้

วิธีวัดขั้นความสำเร็จมีหลายวิธี เช่น สำรวจงานที่ทำแล้ว สัดส่วนบริการที่ให้แล้วเทียบกับบริการทั้งหมด หรือ สัดส่วนต้นทุนที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบันเทียบกับประมาณการต้นทุนทั้งสิ้น มาตรฐานยังเตือนว่าเงินรับล่วงหน้าหรืองวดที่เรียกเก็บจากลูกค้า ตามปกติไม่ได้สะท้อนระดับของบริการที่ให้ไปแล้ว (ย่อหน้า 18.18) แปลว่าการรับรู้รายได้ตามใบแจ้งหนี้อย่างเดียวอาจไม่ถูกต้อง ถ้างวดเงินไม่ตรงกับความคืบหน้าของงาน

4.3 ตัวอย่าง: โครงการพัฒนาระบบที่ทำค้างข้ามปี

บริษัทรับพัฒนาระบบให้ลูกค้า ราคาคงที่ 600,000 บาท (ไม่รวม VAT) ประมาณการต้นทุนทั้งโครงการ 400,000 บาท สัญญาเรียกเก็บงวดแรก 30% เมื่อเริ่มงาน ณ 31 ธันวาคม 2569 มีข้อมูลดังนี้ (ตัวเลขสมมติ)

ต้นทุนสะสมถึง 31 ธ.ค. 2569 บาท
ชั่วโมงทีมงาน 450 ชม. × 356 บาท (ค่าแรง + ค่าใช้จ่ายร่วม) 160,200
ผู้รับเหมาช่วงออกแบบ UX (นิติบุคคล) ก่อน VAT 60,000
ค่า cloud server สำหรับทดสอบของโครงการนี้ 9,800
รวมต้นทุนที่เกิดขึ้นแล้ว 230,000
การคำนวณ ผลลัพธ์
ขั้นความสำเร็จ 230,000 ÷ 400,000 57.5%
รายได้ที่รับรู้ปี 2569 = 600,000 × 57.5% 345,000
เรียกเก็บแล้ว (งวดแรก 30%) 180,000
รายได้ที่ทำแล้วแต่ยังไม่ได้เรียกเก็บ (รายได้ค้างรับ) 165,000
ต้นทุนบริการปี 2569 230,000
กำไรขั้นต้นปี 2569 115,000 (33.3% เท่ากับอัตรากำไรทั้งโครงการ 200,000 ÷ 600,000)

ถ้ารับรู้รายได้เฉพาะที่วางบิล 180,000 บาท แต่ลงต้นทุน 230,000 บาททั้งหมด ปี 2569 จะขาดทุน 50,000 บาท แล้วปี 2570 จะกำไรสูงผิดปกติ ทั้งที่โครงการนี้ทำกำไรสม่ำเสมอ

4.4 ถ้าประมาณผลไม่ได้ หรืองานมีส่วนสำคัญที่ยังไม่ได้ทำ

  • ประมาณผลของงานไม่ได้อย่างน่าเชื่อถือ (เช่น เพิ่งเริ่มงาน ขอบเขตยังไม่นิ่ง) ให้รับรู้รายได้ไม่เกินค่าใช้จ่ายที่รับรู้แล้วซึ่งคาดว่าจะได้รับคืน และไม่รับรู้กำไร ในตัวอย่างข้างต้น จะรับรู้รายได้ 230,000 บาท เท่ากับต้นทุน ถ้าไม่น่าจะได้ต้นทุนคืน ให้รับรู้ต้นทุนเป็นค่าใช้จ่ายโดยไม่รับรู้รายได้ (TFRS for NPAEs ย่อหน้า 18.20–18.22)
  • บริการมีบริการหลักที่สำคัญกว่าส่วนอื่น กิจการต้องไม่รับรู้รายได้จนกว่าบริการหลักนั้นได้ดำเนินการแล้ว (ย่อหน้า 18.19) ในกรณีนี้ ต้นทุนที่สะสมไว้ยังไม่จับคู่กับรายได้ใด ๆ มาตรฐานให้กิจการให้บริการถือ "ต้นทุนงานให้บริการส่วนที่กิจการยังไม่ได้รับรู้เป็นรายได้" เป็นสินค้าคงเหลือ และแสดงเป็น งานระหว่างทำ ได้ (ย่อหน้า 8.2 และ 8.19.2) เมื่อส่งมอบงานและรับรู้รายได้ จึงโอนงานระหว่างทำเป็นต้นทุนบริการ
  • งานบริการหลายอย่างในช่วงเวลาเดียวกันที่แยกไม่ได้ เช่น สัญญาดูแลระบบรายปี ให้รับรู้รายได้แบบเส้นตรงตลอดช่วงเวลา เว้นแต่มีวิธีอื่นที่สะท้อนความสำเร็จได้ดีกว่า (ย่อหน้า 18.19)

การเลือกว่างานแต่ละแบบเข้ากรณีไหนเป็นดุลยพินิจทางบัญชีที่ควรคุยกับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี และใช้วิธีเดียวกันกับงานลักษณะเดียวกันทุกปี

4.5 ถ้ากิจการใช้ TFRS 15

กิจการที่ใช้มาตรฐานชุดเต็ม (เช่น กิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ) ใช้ TFRS 15 เรื่อง รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า ซึ่งมีเรื่องต้นทุนสัญญาที่ธุรกิจบริการควรรู้ ตามคู่มืออธิบายของสภาวิชาชีพบัญชี

  • ต้นทุนส่วนเพิ่มในการได้มาซึ่งสัญญา เช่น ค่านายหน้าที่จ่ายเพราะได้สัญญา ต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ถ้าคาดว่าจะได้รับคืน แต่รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทันทีได้ถ้าระยะเวลาตัดจำหน่ายไม่เกิน 1 ปี ส่วนต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะได้สัญญาหรือไม่ เช่น ค่าเดินทางไปเสนอราคา เป็นค่าใช้จ่ายเมื่อเกิด
  • ต้นทุนการทำให้เสร็จสิ้นตามสัญญา บันทึกเป็นสินทรัพย์ได้เมื่อเกี่ยวข้องโดยตรงกับสัญญา สร้างหรือปรับปรุงทรัพยากรที่จะใช้ทำงานตามสัญญาในอนาคต และคาดว่าจะได้รับคืน ตัวอย่างในคู่มือคือค่าออกแบบและโอนย้ายข้อมูลก่อนเริ่มให้บริการ ซึ่งกิจการต้องประเมินว่าเข้าเงื่อนไขครบหรือไม่ ส่วนเงินเดือนพนักงานที่ให้บริการลูกค้าตามปกติเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อเกิด เพราะไม่ได้สร้างทรัพยากรใหม่

5. ด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล: ต้นทุนต้องอยู่ถูกปี มีหลักฐาน และไม่ติดรายการต้องห้าม

5.1 เกณฑ์สิทธิ

บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเสียภาษีจากกำไรสุทธิ คือรายได้จากกิจการในรอบระยะเวลาบัญชี หักรายจ่ายตามเงื่อนไขมาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรี (ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 วรรคหนึ่ง) และต้องใช้ เกณฑ์สิทธิ คือรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบใดแม้ยังไม่ได้รับชำระ เป็นรายได้ของรอบนั้น และรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้นแม้ยังไม่ได้จ่าย เป็นรายจ่ายของรอบนั้น (มาตรา 65 วรรคสอง และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.1/2528 ข้อ 2)

คำสั่ง ท.ป.1/2528 ระบุวิธีเฉพาะไว้สำหรับบางธุรกิจ เช่น กิจการก่อสร้างให้นำรายได้และรายจ่ายตามอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จตามวิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไปมารวมคำนวณ (ข้อ 3.6) แต่ไม่มีข้อเฉพาะสำหรับธุรกิจบริการทั่วไป ความเห็นของสำนักงานคือ ธุรกิจบริการควรใช้วิธีรับรู้รายได้และต้นทุนตามบัญชี (ดูข้อ 4 ของบทความนี้) ที่สอดคล้องกับเกณฑ์สิทธิ ใช้วิธีเดียวกันทุกปี และเก็บเอกสารประกอบขั้นความสำเร็จไว้ ถ้าต้องการเปลี่ยนเกณฑ์หรือวิธีการทางบัญชีที่ใช้คำนวณภาษี ต้องขออนุมัติอธิบดี (มาตรา 65 วรรคสาม)

5.2 รายการต้องห้ามที่มักเจอในต้นทุนธุรกิจบริการ

ประเด็น กฎหมาย ตัวอย่างในธุรกิจบริการ
รายจ่ายส่วนตัว ม.65 ตรี (3) ค่าอาหารครอบครัว ค่าโทรศัพท์ส่วนตัว ที่ปนอยู่ในต้นทุนโครงการ
รายจ่ายที่ไม่ได้จ่ายจริง หรือเป็นของรอบบัญชีอื่น ม.65 ตรี (9) ตั้งค้างจ่ายค่าผู้รับเหมาช่วงโดยไม่มีงานหรือใบแจ้งหนี้รองรับ หรือลงต้นทุนโครงการปีหน้าไว้ในปีนี้
ไม่ใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการ ม.65 ตรี (13) ทริปที่ไม่เกี่ยวกับงานลูกค้า
พิสูจน์ผู้รับไม่ได้ ม.65 ตรี (18) จ่ายเงินสดให้ฟรีแลนซ์โดยไม่มีใบสำคัญรับเงินและข้อมูลผู้รับ
เงินเดือนผู้ถือหุ้นเกินสมควร ม.65 ตรี (8) ตั้งเงินเดือนกรรมการสูงผิดสัดส่วนกับงานที่ทำ
ภาษีซื้อของผู้จด VAT ม.65 ตรี (6 ทวิ) นำภาษีซื้อที่ขอคืนได้ไปบวกในต้นทุน (ดูข้อ 7)

5.3 ภาษีกับบัญชีอาจไม่เท่ากันทุกบรรทัด

รายจ่ายบางรายการบันทึกเป็นต้นทุนในบัญชีได้ แต่ต้องบวกกลับในแบบ ภ.ง.ด.50 เช่น ส่วนที่ติดมาตรา 65 ตรี หรือค่าเสื่อมราคาที่เกินอัตราตามพระราชกฤษฎีกา อ่านวิธีทำได้ที่ การกระทบยอดรายได้ทางบัญชีและภาษี: บวกกลับ/หักออก ใน ภ.ง.ด.50

6. จ่ายผู้รับเหมาช่วงและฟรีแลนซ์: หัก ณ ที่จ่าย และเอกสารที่ต้องเก็บ

6.1 อัตราที่ใช้บ่อยในธุรกิจบริการ

เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นผู้จ่าย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528

ลักษณะการจ่าย ผู้รับ อัตรา อ้างอิง
ค่าจ้างทำของ (รับเหมาช่วงงานที่มีผลงานส่งมอบ) บุคคลธรรมดา (40(7) หรือ 40(8)) หรือบริษัท/หจ.นิติบุคคล 3% ท.ป.4/2528 ข้อ 8
ค่าบริการอื่น ๆ ตาม 40(8) บุคคลธรรมดา หรือบริษัท/หจ.นิติบุคคล 3% ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1
ค่าขนส่ง (ไม่รวมค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ) บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล 1% ท.ป.4/2528 ข้อ 12/4
ค่าโฆษณา บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล 2% ท.ป.4/2528 ข้อ 10
ค่าเช่าทรัพย์สิน (เช่าสำนักงาน เช่าอุปกรณ์) บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล 5% ท.ป.4/2528 ข้อ 6

หลักที่ต้องจำ

  • คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากยอดก่อน VAT เมื่อใบแจ้งหนี้แยก VAT ไว้
  • ต้องหักเมื่อจำนวนเงินตามสัญญาแต่ละรายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้จะแบ่งจ่ายครั้งละไม่ถึง 1,000 บาท (ท.ป.4/2528 ข้อ 12/7)
  • นำส่งภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่าย (ท.ป.4/2528 ข้อ 13) ด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 เมื่อผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา และ ภ.ง.ด.53 เมื่อผู้รับเป็นนิติบุคคล
  • ถ้าจ่ายและนำส่งผ่านระบบ e-Withholding Tax อัตรา 5%, 3% และ 2% ลดเหลือ 1% สำหรับเงินได้ที่จ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 (ข่าวกรมสรรพากร ปชส. 14/2569)

ฟรีแลนซ์ที่ทำงานด้วยแรงตัวเอง อาจเป็นเงินได้ 40(2) ซึ่งผู้จ่ายต้องหักตามวิธีในประมวลรัษฎากรมาตรา 50 (1) คือคำนวณแบบอัตราก้าวหน้า ไม่ใช่ 3% การแยกว่าเป็น 40(2) หรือ 40(8) ขึ้นกับลักษณะงานจริง อ่านต่อที่ ภาษีฟรีแลนซ์ 2569 ฉบับครบ

6.2 ตัวอย่าง: ค่าผู้รับเหมาช่วงในโครงการข้อ 4.3

ผู้รับเหมาช่วงออกแบบ UX ซึ่งเป็นบริษัทจด VAT ออกใบแจ้งหนี้ 60,000 บาท บวก VAT 7% อีก 4,200 บาท รวม 64,200 บาท

รายการ จ่ายแบบปกติ จ่ายผ่าน e-Withholding Tax
ฐานภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ก่อน VAT) 60,000 60,000
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% = 1,800 1% = 600
เงินที่โอนให้ผู้รับเหมาช่วง 62,400 63,600
ต้นทุนบริการที่บันทึกเข้าโครงการ 60,000 60,000
ภาษีซื้อ (ถ้าผู้จ่ายจด VAT) 4,200 4,200

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ได้ลดต้นทุน เพราะเป็นเงินของผู้รับที่บริษัทนำส่งแทน ต้นทุนของโครงการยังเป็น 60,000 บาท

6.3 เอกสารที่ควรมีทุกครั้งที่จ้างภายนอก

  • ใบเสนอราคาหรือสัญญาที่ระบุขอบเขตงานและรหัสโครงการ
  • ใบแจ้งหนี้หรือใบกำกับภาษี (ถ้าผู้รับจด VAT)
  • กรณีบุคคลธรรมดาที่ไม่มีใบเสร็จ: ใบสำคัญรับเงินที่มีชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และลายมือชื่อผู้รับ พร้อมสำเนาบัตรประชาชน
  • หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีชื่อผู้รับ
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) สำเนาที่ออกให้ผู้รับ
  • ผลงานหรือหลักฐานการส่งมอบ เช่น ไฟล์งาน รายงาน หรืออีเมลยืนยัน

7. ภาษีซื้อในต้นทุน: ใครนับเป็นต้นทุน ใครไม่นับ

ผู้ประกอบการที่จด VAT คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจากภาษีขายหักภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี (ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/3) ภาษีซื้อที่ใช้สิทธิได้จึงไม่ใช่ต้นทุน และกฎหมายห้ามนำไปถือเป็นรายจ่ายอีก (มาตรา 65 ตรี (6 ทวิ)) แต่ภาษีซื้อบางกรณีขอเครดิตไม่ได้ เช่น ไม่มีใบกำกับภาษี ใบกำกับภาษีข้อความไม่ถูกต้อง ไม่เกี่ยวกับกิจการ หรือเกิดจากค่ารับรอง (มาตรา 82/5) ภาษีซื้อต้องห้ามจากค่ารับรองยังเป็นรายจ่ายได้ตามข้อยกเว้นใน (6 ทวิ) ส่วนภาษีซื้อต้องห้ามประเภทอื่นต้องพิจารณาเป็นรายกรณี

ธุรกิจบริการที่ได้รับยกเว้น VAT เช่น บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล (มาตรา 81 (1) (ญ)) หรือบริการขนส่งในราชอาณาจักร (มาตรา 81 (1) (ณ)) ไม่มีภาษีขายให้หัก VAT ที่จ่ายไปกับค่าใช้จ่ายจึงรวมอยู่ในต้นทุน ในตัวอย่างข้อ 6.2 ต้นทุนจะเป็น 64,200 บาท ไม่ใช่ 60,000 บาท ถ้าทำทั้งงานที่เสีย VAT และงานที่ได้รับยกเว้น เช่น คลินิกที่มีทั้งบริการรักษาและบริการเสริมความงาม ต้องเฉลี่ยภาษีซื้อของค่าใช้จ่ายที่ใช้ร่วมกัน (มาตรา 82/6) อ่านเพิ่มเติม: การทำบัญชีและภาษีคลินิกความงาม และ การทำบัญชีธุรกิจขนส่ง

จุดที่ต้องกระทบยอด: รายได้ที่รับรู้ตามขั้นความสำเร็จในบัญชีไม่ได้ทำให้เกิดภาษีขายทันที เพราะความรับผิด VAT ของการให้บริการทั่วไปเกิดเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่ออกใบกำกับภาษีหรือมีการใช้บริการก่อน (มาตรา 78/1 (1)) ในตัวอย่างข้อ 4.3 รายได้ค้างรับ 165,000 บาทยังไม่ต้องนำไปยื่น ภ.พ.30 จนกว่าจะรับเงินหรือออกใบกำกับภาษี ยอดรายได้ในงบจึงไม่เท่ากับยอดใน ภ.พ.30 ของปีเดียวกัน ควรทำตารางกระทบยอดเก็บไว้ทุกสิ้นปี ธุรกิจเอเจนซีที่ใช้บริการแพลตฟอร์มต่างประเทศมีประเด็น ภ.พ.36 เพิ่มเติม ดู บัญชีและภาษี Digital Marketing Agency

8. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ข้อผิดพลาด ผลที่ตามมา วิธีแก้
ลงค่าใช้จ่ายทุกอย่างเป็นค่าใช้จ่ายบริหาร ไม่มีกำไรขั้นต้น ตั้งราคาไม่ได้ เปรียบเทียบปีต่อปีไม่ได้ ทำผังบัญชีแยกหมวดต้นทุนบริการ และกำหนดนโยบายปันส่วน
ไม่มี timesheet ปันค่าแรงเข้าโครงการไม่ได้ ไม่รู้ว่าโครงการไหนขาดทุน เริ่มจาก Google Sheets กรอกทุกสัปดาห์
หารต้นทุนด้วยชั่วโมงทำงานทั้งหมด ต้นทุนต่อชั่วโมงต่ำเกินจริง ราคาต่ำ หารด้วยชั่วโมงที่เรียกเก็บได้ (ข้อ 3)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเจ้าของปนในต้นทุน ต้นทุนสูงเกินจริง เสี่ยงต้องห้ามตาม ม.65 ตรี (3) แยกบัตรเครดิตและบัญชีธนาคารของบริษัท
เจ้าของทำงานแต่ไม่คิดค่าแรงตัวเอง กำไรดูสูง แต่ราคาไม่พอเมื่อจ้างคนมาแทน ใส่ค่าแรงเจ้าของในสูตรตั้งราคา
งานทำแล้วแต่ยังไม่วางบิล ไม่บันทึกรายได้ รายได้ปีนี้ต่ำ ปีหน้าสูง ต้นทุนไม่จับคู่กับรายได้ ทบทวนโครงการค้างทุกสิ้นเดือน/สิ้นปี (ข้อ 4)
ตั้งค้างจ่ายลอย ๆ เพื่อลดกำไร ต้องห้ามตาม ม.65 ตรี (9) ตั้งค้างจ่ายเฉพาะที่มีงานหรือใบแจ้งหนี้รองรับ
จ่ายฟรีแลนซ์เป็นเงินสด ไม่มีหลักฐาน ต้องห้ามตาม ม.65 ตรี (18) ไม่ได้หัก ณ ที่จ่าย โอนเข้าบัญชีผู้รับ เก็บใบสำคัญรับเงิน ออก 50 ทวิ
นำภาษีซื้อที่ขอคืนได้ไปรวมในต้นทุน ต้นทุนสูงเกินจริง ต้องห้ามตาม ม.65 ตรี (6 ทวิ) บันทึกภาษีซื้อแยกบัญชี

9. เช็กลิสต์ขั้นต่ำสำหรับธุรกิจบริการ

  • ผังบัญชีมีหมวด ต้นทุนบริการ แยกจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
  • เปิด รหัสโครงการหรือรหัสลูกค้า และใช้กับใบแจ้งหนี้ผู้ขายทุกใบ
  • timesheet ของทุกคนที่ทำงานลูกค้า แยกชั่วโมงเรียกเก็บได้และเรียกเก็บไม่ได้ ปิดยอดทุกเดือน
  • นโยบายปันส่วนค่าใช้จ่ายร่วมเป็นลายลักษณ์อักษร (เกณฑ์ เปอร์เซ็นต์ วันที่เริ่มใช้)
  • คำนวณ ต้นทุนต่อชั่วโมงที่เรียกเก็บได้ ใหม่ทุกไตรมาส หรือเมื่อเงินเดือน/ค่าเช่าเปลี่ยน
  • ทะเบียนโครงการค้าง: มูลค่าสัญญา ประมาณการต้นทุน ต้นทุนสะสม ขั้นความสำเร็จ ยอดที่เรียกเก็บแล้ว
  • สิ้นปี ทบทวนรายได้ค้างรับ รายได้รับล่วงหน้า และงานระหว่างทำ พร้อมเอกสารประกอบ
  • จ่ายผู้รับเหมาช่วงผ่านบัญชีธนาคาร หัก ณ ที่จ่าย ยื่น ภ.ง.ด.3/53 ภายในกำหนด
  • แยกภาษีซื้อที่ขอคืนได้ออกจากต้นทุน (ถ้าจด VAT) และกระทบยอดรายได้ในบัญชีกับ ภ.พ.30
  • เงินเดือนเจ้าของ/กรรมการ จ่ายจริง สมเหตุสมผล และแบ่งส่วนที่เป็นงานลูกค้าตาม timesheet

10. ใช้ต้นทุนตั้งราคาอย่างไร

  1. เริ่มจากต้นทุนต่อชั่วโมงที่เรียกเก็บได้ (ข้อ 3) แล้วบวกส่วนครอบคลุมค่าใช้จ่ายขายและบริหาร และกำไรที่ต้องการ สูตรที่ใช้ในตัวอย่างคือ (ต้นทุนบริการ + ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร) ÷ (1 − อัตรากำไรเป้าหมาย) ÷ ชั่วโมงที่เรียกเก็บได้
  2. ราคาแบบเหมาโครงการ = ชั่วโมงที่ประมาณ × อัตราต่อชั่วโมง + ค่าผู้รับเหมาช่วงและวัสดุทางตรง + ส่วนเผื่อความเสี่ยงสำหรับการแก้งาน ถ้าโครงการประเภทเดียวกันเคยใช้ชั่วโมงเกินงบเฉลี่ย 20% ให้ใส่ส่วนเผื่อจากข้อมูลจริงนั้น
  3. ราคาแบบรายเดือน (retainer) ให้กำหนดชั่วโมงหรือปริมาณงานที่รวมอยู่ในราคา และเขียนอัตราสำหรับงานที่เกิน มิฉะนั้น utilization จะดูดี แต่กำไรต่อชั่วโมงลดลง
  4. ทบทวนราคาเมื่อตัวแปรเปลี่ยน เช่น ขึ้นเงินเดือน ย้ายสำนักงาน เพิ่มซอฟต์แวร์ หรือ utilization ลดลง ตัวอย่างในข้อ 3 แสดงว่า utilization ที่ลดจาก 75% เป็น 60% เปลี่ยนกำไรเป็นขาดทุนได้

ราคาที่ตั้งจากต้นทุนเป็นราคาขั้นต่ำ ราคาจริงยังขึ้นกับตลาดและคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ แต่ถ้าไม่รู้ราคาขั้นต่ำ ก็ไม่รู้ว่าส่วนลดที่ให้ลูกค้ากำลังกินค่าแรงของทีมไปเท่าไร

อยากให้สำนักงานบัญชีดูแลเรื่องนี้ให้?

ตะวัน คอนซัลแทนท์ รับทำบัญชีรายเดือน บันทึกบัญชี ยื่น VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกันสังคม และปิดงบให้ครบทุกกำหนด เริ่มต้น 1,500 บาท/เดือน · ทัก LINE ประเมินราคาฟรี

อ่านต่อ: ต้นทุนการผลิต: วิธีวางระบบบัญชีต้นทุนโรงงานแต่ละประเภท ต้นทุนงานสั่งทำ ต้นทุนช่วง และการปันส่วนค่าใช้จ่ายการผลิต

คำถามที่พบบ่อย

1. ธุรกิจบริการต้องแสดง "ต้นทุนบริการ" ในงบการเงินไหม

ไม่บังคับเสมอไป TFRS for NPAEs ย่อหน้า 4.13 ให้ผู้บริหารเลือกจัดประเภทค่าใช้จ่ายตามลักษณะหรือตามหน้าที่ ถ้าเลือกตามหน้าที่ ต้องแสดงต้นทุนการให้บริการแยกจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ไม่ว่าจะเลือกแบบใด บัญชีภายในควรแยกต้นทุนบริการไว้เพื่อใช้ตั้งราคาและวัดกำไรขั้นต้น

2. เงินเดือนพนักงานเป็นต้นทุนบริการหรือค่าใช้จ่ายบริหาร

ขึ้นกับว่าพนักงานคนนั้นทำงานอะไร คนที่ลงมือทำงานให้ลูกค้าและหัวหน้าที่ควบคุมงานเป็นต้นทุนบริการ (TFRS for NPAEs ย่อหน้า 8.8) ส่วนฝ่ายขาย บัญชี และบุคคล เป็นค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ถ้าคนเดียวทำทั้งสองอย่าง ให้แบ่งตามชั่วโมงใน timesheet

3. งานที่ทำไปแล้วแต่ยังไม่ได้วางบิล ต้องบันทึกรายได้ไหม

ถ้าประมาณผลของงานได้อย่างน่าเชื่อถือ ต้องรับรู้รายได้ตามขั้นความสำเร็จ ณ วันสิ้นงวด (TFRS for NPAEs ย่อหน้า 18.14) และทางภาษีใช้เกณฑ์สิทธิตามมาตรา 65 วรรคสอง ส่วน VAT ของบริการยังไม่เกิดจนกว่าจะได้รับชำระ ออกใบกำกับภาษี หรือมีการใช้บริการ (มาตรา 78/1 (1)) ยอดในงบกับยอดใน ภ.พ.30 จึงต่างกันได้และควรกระทบยอดไว้

4. จ้างฟรีแลนซ์ทำงานให้ลูกค้า ต้องหัก ณ ที่จ่ายเท่าไร

ถ้าเป็นค่าจ้างทำของหรือค่าบริการตามเงินได้ 40(7) หรือ 40(8) บริษัทผู้จ่ายหัก 3% ของยอดก่อน VAT (ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือข้อ 12/1) และลดเหลือ 1% ถ้าจ่ายผ่าน e-Withholding Tax ระหว่าง 1 ม.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2570 (ปชส. 14/2569) ถ้าเป็นเงินได้ 40(2) ต้องหักตามมาตรา 50 (1) แบบอัตราก้าวหน้า ทั้งสองกรณีต้องมีหลักฐานผู้รับเงินครบ

5. ธุรกิจที่ไม่ต้องเสีย VAT เช่น ขนส่งในประเทศ ภาษีซื้อไปอยู่ตรงไหน

VAT ที่จ่ายไปรวมอยู่ในต้นทุนของรายการนั้น เพราะธุรกิจที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 81 ไม่มีภาษีขายให้นำภาษีซื้อไปหัก ถ้ามีทั้งรายได้ที่เสีย VAT และรายได้ที่ยกเว้น ต้องเฉลี่ยภาษีซื้อของค่าใช้จ่ายที่ใช้ร่วมกันตามมาตรา 82/6 ส่วนที่ขอเครดิตไม่ได้จึงเป็นต้นทุน

6. ยังไม่มี timesheet เลย จะเริ่มทำต้นทุนโครงการอย่างไร

เริ่มจากให้ทีมกรอกชั่วโมงรายสัปดาห์แยกตามลูกค้าใน Google Sheets อย่างน้อย 2–3 เดือน แล้วใช้ข้อมูลนั้นคำนวณ utilization และต้นทุนต่อชั่วโมงตามข้อ 3 ระหว่างนี้ให้บันทึกค่าใช้จ่ายทางตรง เช่น ค่าผู้รับเหมาช่วงและวัสดุ ด้วยรหัสโครงการตั้งแต่วันนี้ เพราะเป็นส่วนที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอข้อมูลชั่วโมง

7. เงินเดือนเจ้าของบริษัทนับเป็นต้นทุนบริการได้ไหม

ได้ ถ้าเจ้าของเป็นผู้ให้บริการเองและบริษัทจ่ายเงินเดือนจริง ส่วนที่ตรงกับชั่วโมงทำงานลูกค้าเป็นต้นทุนบริการ ส่วนที่บริหารเป็นค่าใช้จ่ายบริหาร ข้อควรระวังคือเงินเดือนของผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนเฉพาะส่วนที่จ่ายเกินสมควรเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (8)

ให้ Tawan Consultant ช่วยดูแลเรื่องนี้

ทีมบัญชีของ ตะวัน คอนซัลแทนท์ (Tawan Consultant) ช่วยธุรกิจบริการวางผังบัญชีแยกต้นทุนบริการ ออกแบบ timesheet และรหัสโครงการ กำหนดนโยบายปันส่วน ทบทวนรายได้และงานระหว่างทำสิ้นปี ตรวจภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีซื้อ และกระทบยอดบัญชีกับแบบภาษี

  • โทร: 096-692-2528
  • LINE: @962iwlqe
  • ที่อยู่: 34 ซอยเพชรเกษม 28 แยก 16 แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
  • เวลาทำการ: จันทร์–ศุกร์ 8:30–17:30
  • เว็บไซต์: www.tawanconsultant.com

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ กฎหมายและแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิง

  1. ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 (วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม), 65 ทวิ (2), 65 ตรี (3), (6 ทวิ), (8), (9), (13), (18) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5939.html
  2. คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.1/2528 เรื่อง การใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ข้อ 2, ข้อ 3.6) https://www.rd.go.th/3480.html
  3. พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา (สรุปหลักเกณฑ์ ข้อ 1 และข้อ 9) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/828.html
  4. ประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (2) และมาตรา 50 (1) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5937.html
  5. คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 (ข้อ 6, 8, 10, 12/1, 12/4, 12/7, 13) https://www.rd.go.th/3479.html
  6. คู่มือการหักภาษี ณ ที่จ่าย เฉพาะกรณีนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 และแบบ ภ.ง.ด.53 กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/fileadmin/download/insight_pasi/wht_3_53_030260.pdf
  7. ข่าวกรมสรรพากร ปชส. 14/2569 (16 มิถุนายน 2569) ขยายมาตรการ e-Withholding Tax อัตราร้อยละ 1 ถึง 31 ธันวาคม 2570 https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/news/2569thai/news14_2569.pdf
  8. ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 (1) (ความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้บริการ) กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5205.html
  9. ประมวลรัษฎากร มาตรา 81 (1) (ญ) (ณ), 82/3, 82/5, 82/6 กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/5206.html
  10. การลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นอัตราร้อยละ 7 กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/35772.html และพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 807) พ.ศ. 2569 ขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dc807.pdf
  11. มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (ปรับปรุง 2565) ตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ที่ 48/2565 (ย่อหน้า 4.13, 8.1, 8.2, 8.8, 8.19, 18.11, 18.14, 18.18–18.22) สภาวิชาชีพบัญชี https://acpro-std.tfac.or.th/test_std/uploads/files/TFRS%20for%20NPAEs_Revise%202565R1.pdf
  12. คู่มืออธิบายมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 15 เรื่อง รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า (หัวข้อ 4.6 และ 4.7) สภาวิชาชีพบัญชี https://acpro-std.tfac.or.th/test_std/uploads/files/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%204/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2TFRS%2015_15_03_2567_OK.pdf
  13. คำชี้แจงประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566 (แบบ 2 บริษัทจำกัด: ต้นทุนขายหรือต้นทุนการให้บริการ กำไรขั้นต้น ค่าใช้จ่ายในการบริหาร) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th/storage/law/0fafe207-f3e1-4173-bca7-47c32219a932.pdf
  14. สำนักงานประกันสังคม: ค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานคำนวณเงินสมทบ ขั้นต่ำ 1,650 บาท ไม่เกิน 17,500 บาท (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569) https://www.sso.go.th/wpr/satun/service/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1_detail_detail_28_125_690/605_605
  15. สำนักงานประกันสังคม: เงินสมทบและการชำระเงิน (นำส่งพร้อม สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป) https://www.sso.go.th/wpr/main/general/%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99_singleview_detail_1_193_0/438_438/?page=preview&id=438

บทความล่าสุด

ทีมงานมืออาชีพด้านบัญชีและภาษี


ยินดีให้บริการ

บริการของเรา

ให้คำปรึกษาด้านการทำบัญชีและภาษีเฉพาะกิจการ

ที่ปรึกษาเฉพาะคุณ

"ข้อมูลบัญชีบอกผลการดำเนินงาน”

เราวิเคราะห์ตัวเลขที่เกิดขึ้น ให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจในอนาคต ในทุกเรื่องของธุรกิจ ให้ธุรกิจเติบโต

HOW WE'RE DIFFERENT

TAWAN CONSULTANT

ผู้จัดทำบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชีมืออาชีพ

ทีมงานสำนักงานบัญชีกำลังให้คำปรึกษาลูกค้าเพื่อวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย

ABOUT US

เราคือโอกาสให้คุณมีเวลากลับไปทำในสิ่งที่ธุรกิจคุณถนัดที่สุด ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเติบโตอย่างมั่นคง

เราเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มุ่งมั่นให้บริการธุรกิจ SME ทั่วประเทศ เราดูแลด้านบัญชีเพื่อลดภาระการจัดการตัวเลขของคุณ ในขณะที่คุณสามารถโฟกัสกับการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ บริการของเรายืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับประเภทและขนาดธุรกิจของคุณ